ผมต้องการกลับมาเป็นคนปกติครับ เมื่อก่อนผมเป็นเด็กปกติทั่วไปที่หัวเราะง่ายยิ้มเก่ง แต่เดียวนี้สายตา อารมณ์ จิตใจของผมมันเย็นชาจนไม่รู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ไปทำไมเลยครับ
ขอเล่าก่อนนะครับ เมื่อ5-6เดือนที่ผ่านมาผมก็ใช้ชีวิตปกติอยู่ในบ้านกับแม่ แม่ผมเขาก็ใช้ผมบ่อยอยู่แหละแต่ใช้ช่วงที่ผมว่างซึ่งไม่มีปัญหา แต่พ่อผม บ้านอยู่ห่างกันเกือบ5กิโล ให้ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปซักผ้าให้ ที่บ้านพ่อผมก็มีเครื่องซักผ้านะ แต่ทำเองไม่ได้ เพราะอะไร เพราะพ่อผมตั้งวงชิวๆ กินเหล้ากับเพื่อนครับ แล้วเขาก็เริ่มใช้ผมในช่วงที่ผมกำลังทบทวนตัวเองก่อนสอบปลายภาค เขาเลือกที่จะใช้ผมในเวลาที่ผมกำลังจะหยิบหนังสือมาอ่านตลอด(พ่อผมอาจมีตาทิพย์) แล้วผมก็ต้องมาอดหลับอดนอนเพื่อที่จะติวข้อสอบ เป็นแบบนั้นมาได้4อาทิตย์ก่อนสอบ ซึ่งผมก็เครียดทีไม่มีเวลาให้กับตัวเอง พอมาอีก1อาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบ พ่อผมก็โทรตามให้ไปซักผ้าให้ครับ ผมก็ตัดสายเพราะอ่านหนังสืออยู่ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาก็โทรมาอีกแต่ใช้คำพูดกับผมเหมือนเขาจะเอาชนะให้ได้ครับ เขาพูดมาว่า “ทำไมเองเป็นคนแบบนี้วะ ไม่สงสารพ่อแม่เลยไง เอาแต่เล่นโทรศัพท์ นอนก็ดึก ดูคนอื่นดิเขาไปถึงไหนต่อไหนกันละ” แล้วเขาก็พูดซ้ำไปมาแบบนี้2-3รอบ ผมก็รำคาญตัดสายไปเลย จากนั้นหลังสอบ ผมก็รีบกลับบ้านเพราะอยากพักชิวๆเหนื่อยจากการสอบ เขาก็ใช้ผมอีกแล้วครับ ผมไม่ได้รับสาย เมิน เขาพักกินข้าวช่วง5โมงเย็นเขาก็มาถึงที่บ้านผมครับ เขาพูดแบบเดิมอีกแล้วครับ เป็นแบบนั้นมา2อาทิตย์จากนั้น ผมก็เก็บกด เครียด โมโหที่มีขี้เมามาปากดีใส่ลูกตัวเอง แล้วก็มีช่วงนึงผมเหมือนตื่นจากอีกบุคลิคนึง กลายเป็นคนไม่มีจิตใจ ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยซักนิด แม่ผมป่วยเป็นโรคเนื้องอกทับเส้นประสาทตา ผมก็ยังรู้สึกเฉยๆ และผมก็นอนไม่หลับ นอนดึกตี3-4มา3อาทิตย์ติด เพราะนอนดึกรึป่าวที่ทำให้ผมเปลี่ยนไป
-นี่คือวิธีเอาคืนพ่อผมครับ ผมบังคับให้พ่อผมซื้อโทรศัพท์ให้ครับ เครื่องใช้อยู่ใช้มา2ปีกว่าละครับ เครื่องเน่าครับ เวลาใช้เน็ตก็ช้าเหลือเกิน ผมเลยใช้วิธีพูดกับพ่อในแชทแบบนี้ครับ
«หากคุณอยากทำให้ผมพูดได้คุณต้องซื้อให้ผมก่อนเปิดเทอม ผมไม่เอาหรอกรถมอไซค์ราคาเป็นแสน ไม่อยากขี่รถ ถ้าคุณลงทุนให้ผมซัก15,000บาท(ผมต้องการโทรศัพท์ใหม่จริงๆนะครับ มันช่วยเยียวยาผมได้ คุณอาจจะเห็นผมไม่มีอารมณ์และสีหน้าที่เบื่อโลกของผม แต่สิ่งที่ทำให้ผมยังมีชีวิตอยู่ได้เพราะโทรศัพท์) ผมก็คงอารมณ์ดีขึ้นนะ แต่ถ้าคุณซื้อให้ผมก่อนเปิดเทอมไม่ได้ ผมก็อาจจะไม่เรียนแล้วนะ ผมเครียดมามากพอละ ผมไม่มีแม้กำลังใจ เพื่อน ความรู้สึก "คุณต้องสนับสนุนผมทางใจนะครับในฐานะพ่อคนหนึ่ง"
คุณลองคิดดูดีๆนะครับ เวลาคุณเมาแล้วคุณพูดกับผมเนี่ยคุณเคยใช้คำพูดแบบไหนบ้างครับ สำหรับผมน่ะคุณด่าคุณบ่นได้ผมไม่ว่านะครับ แต่..คำที่คุณใช้พูดกับผมเวลาคุณเมาน่ะครับ มันน่ารำคาญและผมหงุดหงิดมากนะครับ ผมเคยคิดจะต่อยคุณจริงๆนะครับแต่มันทำไม่ได้ครับ เพราะผมยังถือว่าคุณเป็นพ่อของผมอยู่
ในตอนที่คุณไม่เมาน่ะผมก็ยังถือว่าคุณเป็นพ่อที่ดีในระดับนึง คุณแก่แล้วผมเข้าใจคุณนะ คุณเหนื่อยผมรู้
ผมก็เคยคิดนะว่าถ้าแม่ไม่มีนิสัยแบบเมื่อก่อนคุณคงรักแม่และไม่พูดทำร้ายความรู้สึกผมแน่นอน
มันยังไม่สายนะครับที่คุณจะช่วยผมให้กลับมาเป็นผมคนเดิมได้
(ความในใจที่ผมอยากจะพูดออกมาแต่มันพูดไม่ได้มีแค่นี้ครับ)
เพื่อลูกคุณทำได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณแล้วนะครับ เพราะมีคุณคนเดียวที่เป็นเสาหลัก
นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้คุณแก้ไข
1.คุณบ่นได้แต่คุณต้องไม่ใช้คำพูดที่น่ารำคาญและทำร้ายความรู้สึกผม
2.อะไรที่คุณทำได้ในบ้านคุณน่ะทำไปเถอะครับ ไม่ต้องมาใช้ผม เช่นซักผ้า คุณต้องทำเองครับ ให้ผมมีเวลาส่วนตัวบ้าง
3.ถ้าเพื่อนคุณชวนตั้งวงไม่ต้องไปนั่งดื่มครับ คุณดื่ม=ตายไว
4.เลิกสูบบุหรี่
มีแต่คุณคนเดียวที่ช่วยผมได้ อยู่ที่โรงเรียนผมมีเพื่อนแค่2-3คน ช่วยอะไรผมไม่ได้ มีแค่คุณคนเดียวที่ช่วยผมได้จริงๆ»
ผมว่านี่ป็นข้ออ้างที่มีเหตุผมอยู่ แต่เขาก็ซื้อให้ผมจริงครับ ในใจผมก็ไม่ได้เกลียดเขาหรอกครับเพราะผมไม่มีความรู้สึก
*อยากให้พี่ๆแนะนำหน่อยครับ ผมต้องทำยังไงดี ผมไม่ได้ซึมเศร้า ที่อยากจะให้ช่วยคือ วิธีแก้การนอนดึกและการเยียวยาจิตใจครับ จนตอนนี้ผมก็ยังเป็นบุคลิกเย็นชาอยู่ครับ ไม่พูดอะไรเลย สายตาผมก็เย็นชาลงทุกที ผมอยากระบายแค่นี้ล่ะครับ ผมไม่มีใครให้ปรึกษา ผมต้องการคำตอบครับ *
อ่านแล้วงงถามได้ครับ
เป็นครอบครัวกันแท้ๆแต่พูดกับลูกเหมือนทาส
ขอเล่าก่อนนะครับ เมื่อ5-6เดือนที่ผ่านมาผมก็ใช้ชีวิตปกติอยู่ในบ้านกับแม่ แม่ผมเขาก็ใช้ผมบ่อยอยู่แหละแต่ใช้ช่วงที่ผมว่างซึ่งไม่มีปัญหา แต่พ่อผม บ้านอยู่ห่างกันเกือบ5กิโล ให้ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปซักผ้าให้ ที่บ้านพ่อผมก็มีเครื่องซักผ้านะ แต่ทำเองไม่ได้ เพราะอะไร เพราะพ่อผมตั้งวงชิวๆ กินเหล้ากับเพื่อนครับ แล้วเขาก็เริ่มใช้ผมในช่วงที่ผมกำลังทบทวนตัวเองก่อนสอบปลายภาค เขาเลือกที่จะใช้ผมในเวลาที่ผมกำลังจะหยิบหนังสือมาอ่านตลอด(พ่อผมอาจมีตาทิพย์) แล้วผมก็ต้องมาอดหลับอดนอนเพื่อที่จะติวข้อสอบ เป็นแบบนั้นมาได้4อาทิตย์ก่อนสอบ ซึ่งผมก็เครียดทีไม่มีเวลาให้กับตัวเอง พอมาอีก1อาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบ พ่อผมก็โทรตามให้ไปซักผ้าให้ครับ ผมก็ตัดสายเพราะอ่านหนังสืออยู่ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาก็โทรมาอีกแต่ใช้คำพูดกับผมเหมือนเขาจะเอาชนะให้ได้ครับ เขาพูดมาว่า “ทำไมเองเป็นคนแบบนี้วะ ไม่สงสารพ่อแม่เลยไง เอาแต่เล่นโทรศัพท์ นอนก็ดึก ดูคนอื่นดิเขาไปถึงไหนต่อไหนกันละ” แล้วเขาก็พูดซ้ำไปมาแบบนี้2-3รอบ ผมก็รำคาญตัดสายไปเลย จากนั้นหลังสอบ ผมก็รีบกลับบ้านเพราะอยากพักชิวๆเหนื่อยจากการสอบ เขาก็ใช้ผมอีกแล้วครับ ผมไม่ได้รับสาย เมิน เขาพักกินข้าวช่วง5โมงเย็นเขาก็มาถึงที่บ้านผมครับ เขาพูดแบบเดิมอีกแล้วครับ เป็นแบบนั้นมา2อาทิตย์จากนั้น ผมก็เก็บกด เครียด โมโหที่มีขี้เมามาปากดีใส่ลูกตัวเอง แล้วก็มีช่วงนึงผมเหมือนตื่นจากอีกบุคลิคนึง กลายเป็นคนไม่มีจิตใจ ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยซักนิด แม่ผมป่วยเป็นโรคเนื้องอกทับเส้นประสาทตา ผมก็ยังรู้สึกเฉยๆ และผมก็นอนไม่หลับ นอนดึกตี3-4มา3อาทิตย์ติด เพราะนอนดึกรึป่าวที่ทำให้ผมเปลี่ยนไป
-นี่คือวิธีเอาคืนพ่อผมครับ ผมบังคับให้พ่อผมซื้อโทรศัพท์ให้ครับ เครื่องใช้อยู่ใช้มา2ปีกว่าละครับ เครื่องเน่าครับ เวลาใช้เน็ตก็ช้าเหลือเกิน ผมเลยใช้วิธีพูดกับพ่อในแชทแบบนี้ครับ
«หากคุณอยากทำให้ผมพูดได้คุณต้องซื้อให้ผมก่อนเปิดเทอม ผมไม่เอาหรอกรถมอไซค์ราคาเป็นแสน ไม่อยากขี่รถ ถ้าคุณลงทุนให้ผมซัก15,000บาท(ผมต้องการโทรศัพท์ใหม่จริงๆนะครับ มันช่วยเยียวยาผมได้ คุณอาจจะเห็นผมไม่มีอารมณ์และสีหน้าที่เบื่อโลกของผม แต่สิ่งที่ทำให้ผมยังมีชีวิตอยู่ได้เพราะโทรศัพท์) ผมก็คงอารมณ์ดีขึ้นนะ แต่ถ้าคุณซื้อให้ผมก่อนเปิดเทอมไม่ได้ ผมก็อาจจะไม่เรียนแล้วนะ ผมเครียดมามากพอละ ผมไม่มีแม้กำลังใจ เพื่อน ความรู้สึก "คุณต้องสนับสนุนผมทางใจนะครับในฐานะพ่อคนหนึ่ง"
คุณลองคิดดูดีๆนะครับ เวลาคุณเมาแล้วคุณพูดกับผมเนี่ยคุณเคยใช้คำพูดแบบไหนบ้างครับ สำหรับผมน่ะคุณด่าคุณบ่นได้ผมไม่ว่านะครับ แต่..คำที่คุณใช้พูดกับผมเวลาคุณเมาน่ะครับ มันน่ารำคาญและผมหงุดหงิดมากนะครับ ผมเคยคิดจะต่อยคุณจริงๆนะครับแต่มันทำไม่ได้ครับ เพราะผมยังถือว่าคุณเป็นพ่อของผมอยู่
ในตอนที่คุณไม่เมาน่ะผมก็ยังถือว่าคุณเป็นพ่อที่ดีในระดับนึง คุณแก่แล้วผมเข้าใจคุณนะ คุณเหนื่อยผมรู้
ผมก็เคยคิดนะว่าถ้าแม่ไม่มีนิสัยแบบเมื่อก่อนคุณคงรักแม่และไม่พูดทำร้ายความรู้สึกผมแน่นอน
มันยังไม่สายนะครับที่คุณจะช่วยผมให้กลับมาเป็นผมคนเดิมได้
(ความในใจที่ผมอยากจะพูดออกมาแต่มันพูดไม่ได้มีแค่นี้ครับ)
เพื่อลูกคุณทำได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณแล้วนะครับ เพราะมีคุณคนเดียวที่เป็นเสาหลัก
นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้คุณแก้ไข
1.คุณบ่นได้แต่คุณต้องไม่ใช้คำพูดที่น่ารำคาญและทำร้ายความรู้สึกผม
2.อะไรที่คุณทำได้ในบ้านคุณน่ะทำไปเถอะครับ ไม่ต้องมาใช้ผม เช่นซักผ้า คุณต้องทำเองครับ ให้ผมมีเวลาส่วนตัวบ้าง
3.ถ้าเพื่อนคุณชวนตั้งวงไม่ต้องไปนั่งดื่มครับ คุณดื่ม=ตายไว
4.เลิกสูบบุหรี่
มีแต่คุณคนเดียวที่ช่วยผมได้ อยู่ที่โรงเรียนผมมีเพื่อนแค่2-3คน ช่วยอะไรผมไม่ได้ มีแค่คุณคนเดียวที่ช่วยผมได้จริงๆ»
ผมว่านี่ป็นข้ออ้างที่มีเหตุผมอยู่ แต่เขาก็ซื้อให้ผมจริงครับ ในใจผมก็ไม่ได้เกลียดเขาหรอกครับเพราะผมไม่มีความรู้สึก
*อยากให้พี่ๆแนะนำหน่อยครับ ผมต้องทำยังไงดี ผมไม่ได้ซึมเศร้า ที่อยากจะให้ช่วยคือ วิธีแก้การนอนดึกและการเยียวยาจิตใจครับ จนตอนนี้ผมก็ยังเป็นบุคลิกเย็นชาอยู่ครับ ไม่พูดอะไรเลย สายตาผมก็เย็นชาลงทุกที ผมอยากระบายแค่นี้ล่ะครับ ผมไม่มีใครให้ปรึกษา ผมต้องการคำตอบครับ *
อ่านแล้วงงถามได้ครับ