มีใครมีอาการความผิดปรกติทางบุคลิกภาพแบบแยกตัวและมีบางอาการของบุคลิกภาพแบบหลีกเลี่ยงด้วย

เมื่อก่อนผมไม่สนใจและไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาอะไรเพราะผมก็อยู่แบบนี้มาตั้งแต่เด็ก คือสมัยประถม มัธยม มหาลัยก็ไม่ชอบการเข้าสังคม ไม่อยากรวมกลุ่มทำกิจกรรมกับใคร ไม่มีเพื่อน ไม่ค่อยสุงสิงกับญาติพี่น้อง ไม่มีแฟน กินข้าวก็นั่งกินคนเดียวตลอด ไปดูหนัง ไปผับบาร์ก็คนเดียว การทำงานก็เป็นงานที่ไม่สุงสิงกับใครแม้ว่างานจะเกี่ยวข้องกับผู้คนแต่ไม่ใช่ทางตรง ยังเป็นสิ่งที่พอรับได้ จนมาเมื่อสักสิบปีมานี้เริ่มแยกตัวจากคนอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีเซ็กส์กับใคร กิจกรรมที่เคยทำมาก่อนแล้วมีความสุขก็เริ่มไม่ทำ จักรยานทิ้งอยู่กับที่ไม่อยากหยิบออกมา กล้องถ่ายรูป คือทุกอย่างตอนนี้ผมแทบไม่อยากแตะต้อง 
แม้จะมีบ้างที่ไปดูหนังคนเดียวก็เริ่มน้อยลง การไปอยู่ในที่มีคนจำนวนมากเริ่มทำให้รู้สึกหงุดหงิดและแปลกแยก 
ผมค้นข้อมูลดูพบว่ามันเป็นอาการของ Schizoid Personality Disorder หรือความผิดปรกติทางบุคลิกภาพแบบแยกตัว 
แต่ผมไม่ได้เป็นทุกข้อตามที่อ่าน คือไม่ใช่ ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น คือไม่ได้เย็นชาแต่มันมีน้อยกว่าที่ควรจะมี หรือไม่สนใจคำชมเชยหรือวิพากษ์วิจารณ์ อันนี้ก็มีครับ ผมไม่สนใจจริงแต่ criticism มันรวมการถูกตำหนิรึเปล่า ตรงนี้ถ้าผมโดนคนตำหนิจะโกรธและตอบโต้ค่อนข้างรุนแรง(เกินจำเป็น) 

ส่วนที่ผมสงสัยว่าจะเข้าข่ายหลีกเลี่ยง avoidant ก็ตรงที่ผมเคยอยากกลับไปหาเพื่อน อยากมีเพื่อนหรือเข้าสังคมบ้างแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว ต้องล้มเลิกความคิด ติดต่อกับเพื่อนสมัยเรียนแต่มีความรู้สึกว่าเพื่อนๆ ดีกว่า ประสบความสำเร็จกว่าทำให้ไม่อยากติดต่อด้วยอีก 
รู้สึกตัวเองโดดเดี่ยวอ้างว้าง เหงา คิดว่าทำไมไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว คนในครอบครัวก็มีความสัมพันธ์ผิวเผิน พี่น้องแยกไปอยู่ที่อื่น ไม่เคยคุยกัน ถ้ามีโอกาสเจอกันก็คุยกันเหมือนคนแปลกหน้า 
ผมไม่เคยคุยปัญหานี้กับใคร ไม่เคยโพสลงในพันทิปด้วย ส่วนใหญ่เนื้อหาที่โพสก็เรื่องทั่วไป ไม่ค่อยมีคนมาตอบเท่าไหร่ (มีบ้างเหมือนกันที่มีคนตอบเยอะแต่ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิต) 

ตอนนี้สับสนว่าตัวเองเข้าข่ายแบบหลีกเลี่ยงหรือแบบแยกตัว หรือเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน 
ขณะเดียวกัน ช่วงโควิดระบาด ผมเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า major depressive disorder ตามมา บางช่วงจะมาก บางช่วงไม่ค่อยมีปัญหา แต่คิดว่ามันคงต้องมีปัญหามากขึ้นแน่ๆ เพราะสภาพแวดล้อมเริ่มบีบคั้น งานที่ทำอยู่ให้พนักงานลางานโดยไม่รับค่าจ้าง ถ้าไปทำเพื่อรักษาสถานภาพประกันสังคมก็ทำแค่ 20% คือ 4 วัน แล้วก็หยุดงานไปยาวเป็นเดือน 2 เดือน สภาพการทำงานตอนนี้ย่ำแย่มากจนผมไม่อยากไปทำงานอีก จากที่เคยเลี่ยงไม่ต้องพบปะคนกลายเป็นต้องพบกับคนซึ่งผมเกลียดแบบนั้น 

ผมมีความคิดเรื่องฆ่าตัวตายตลอด ปะปนกับกับการคิดเพ้อฝันไปเรื่อยแต่ก็วกมาที่ความคิดว่าเราจะตายแบบไหนดี หาข้อมูลวิธีที่จะฆ่าตัวตายแบบไม่เจ็บปวด ไม่เดือดร้อนคนอื่น เงินประกันชีวิตที่จะได้ตอนครบกำหนดคงให้พ่อแม่หมด 
ช่วงนี้จะนอนไม่หลับ ตื่นมาเที่ยงคืน ตีสอง ตีสาม บางทีก็ลุกมานั่งเล่นเน็ตตอนตีสาม หรือบางวันนอนตื่นบ่ายโมง บางวันนั่งเล่นเน็ตถึงตี 5 ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกจากห้องยกเว้นไปกินข้าว อาบน้ำ หรือมีบ้างที่ออกไปเดินใกล้ๆ บ้าน ไม่อยากไหนไกลอีก

ช่วงนี้เงินเก็บที่มีก็จะหมด คิดว่าอีกไม่นานคงหนีปัญหาที่กลัวไม่พ้น มันเป็นความกลัว หรือ พารานอยด์ กลัวว่าจะต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ผมคงไม่ยอมตกอยู่ในสภาพแบบนั้น 
ที่บ้านไม่น่าจะมีใครสังเกตความผิดปรกติเพราะส่วนใหญ่เค้าไม่ได้สนใจอะไร ไม่เคยคุยปัญหากับใครแม้แต่ที่ทำงาน

ไม่รู้ว่าจะมีคนอ่านหรือตอบปัญหานี้รึเปล่า การคุยเรื่องแบบนี้มันน่าอับอายและความคิดฆ่าตัวตายก็น่าอับอายในสังคมไทย บ่อยที่จะมีคนเข้ามาเยาะเย้ยถากถางมากกว่าจะเห็นใจ แต่ทั้งหมดไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจเพราะมันเลยขั้นตอนนั้นมานานแล้ว 
โควิดไม่ใช่สาเหตุของปัญหาของผมแต่มันเป็นตัวเร่ง ตัวกระตุ้นหรือจะว่าไปมันบังคับให้คนเราต้องจนมุม หาทางออกไม่พบ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่