
สำหรับตอน1-4ที่ผ่านมาเราได้ทำความรู้จักกับสินทรัพย์และหนี้สินกันมาแล้ว ในวันนี้เราจะมาดูถึงส่วนของผู้ถือหุ้นหรือEquityกันครับ ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของงบแสดงฐานะทางการเงิน

คำว่าส่วนของผู้ถือหุ้นแปลว่าอะไร?
หลักๆหมายถึงเงินทุนส่วนของผู้ถือหุ้นที่ไม่มีหนี้สิน หรือจะเข้าใจแบบง่ายๆว่าเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับหนี้สินก็ได้ คือไม่ได้ไปกู้มา สมมุติง่ายๆเช่น นาย A B Cหุ้นกัน3คนเปิดบริษัทขายขนมปัง ทุกคนออกเงินคนละ10ล้าน และกู้เงินมาทั้งหมด20ล้าน ก็จะเท่ากับมีส่วนของผู้ถือหุ้น30ล้านต่อหนี้สิน20ล้าน นำมาใส่ในตารางงบดุลจะได้เป็นตามรูปแบบนี้ครับ

โดยปกติแล้วส่วนของผู้ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะประกอบด้วยสามส่วนหลักดังนี้
-ทุนจดทะเบียน
-ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
-กำไร/ขาดทุนสะสม
-อื่นๆ

หน้าตาแบบนี้ เราลองมาดูกันว่าแต่ละส่วนนี้หมายความว่าอย่างไร
1.ทุนจดทะเบียน หมายถึงจำนวนเงินทุนที่ใช้ก่อตั้งกิจการซึ่งนำไปจดทะเบียนบริษัท
จากบริษัทตัวอย่าง=450
2.ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
สมมุติว่าบริษัทจำกัด อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์และเสนอขายหุ้นให้บุคคลทั่วไป หากราคาที่ตั้งขาย(IPO)สูงกว่าราคาพาร์หรือมูลค่าที่ตราไว้(มูลค่าของเงินลงทุนเมื่อเริ่มก่อตั้งบริษัท)
จำนวนที่เกินมาก็จะถูกบันทึกไว้เป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น
กลับกันหากราคาที่ตั้งขายต่ำกว่าราคาพาร์ ก็จะถูกบันทึกเป็นส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
จากบริษัทตัวอย่างส่วนเกินมูลค่าหุ้น=674.38
3. กำไร/ขาดทุนสะสม
สำหรับตัวนี้น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก แปลตรงๆเลยก็คือผลการดำเนินงานที่ผ่านๆมาตั้งแต่เริ่มต้นบริษัทจดทะเบียนว่าเป็นกำไรสะสม หรือขาดทุนสะสม
จากบริษัทตัวอย่างกำไรสะสม=7,985.82

สำหรับส่วนประกอบทั้งสามส่วนของส่วนของผู้ถือหุ้น(ทุนจดทะเบียน ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
กำไรสะสม) มีหนึ่งอย่างที่ควรเพิ่มขึ้นตลอด และหนึ่งอย่างที่ไม่ควรเพิ่มและไม่ควรลดให้ทายว่าคืออะไร ลองทายก่อนดูเฉลยนะ
.
.
ข้อแรกไม่ยากเลย กำไรสะสมนั่นเองที่ควรเพิ่มขึ้นตลอด ดำเนินกิจการก็ต้องมีกำไร บางปีอาจปันผลไปบ้าง หรือเพิ่มไม่มากก็ไม่เป็นไร แต่โดยรวมในระยะยาวควรเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด
ข้อสองตามปกติแล้วทุนจดทะเบียนนั้นควรจะเท่าเดิม นั่นคือไม่ควรมีการเพิ่มทุนหรือลดทุนนั่นเอง แต่ถ้าเพิ่มหรือลดจะเกิดอะไรขึ้นลองมาดูกัน
อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆการเพิ่มทุนก็เหมือนการที่เจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้นใส่เงินเข้าไปเพิ่ม อาจเพื่อเสริมสภาพคล่องหรือขยายกิจการ จริงๆแล้วการเพิ่มทุนก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียวถ้าจุดประสงค์ของการเพิ่มคือเพื่อขยายกิจการ แต่ก็ไม่ควรเพิ่มทุนบ่อยเกินไปเช่นเพิ่มมันทุกปี เพราะอาจทำให้กิจการโตจากการเติมเงิน ไม่ได้โตจากผลประกอบการจริง
ส่วนการลดทุนเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่เกิดแล้วก็ไม่ดีเท่าไหร่ ส่วนมากการลดทุนจะลดเพื่อล้างขาดทุนสะสม เหมือนเอาเงินที่ใส่ไว้ออกมาล้างการขาดทุน ซึ่งบริษัทก็ไม่ควรเกิดการขาดทุนสะสมแต่แรก (ทำธุรกิจควรมีกำไร) แต่อย่างไรก็ตามการลดทุนเพื่อล้างการขาดทุนสะสมก็อาจพลิกชะตากิจการก็เป็นได้
ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น จะเปลี่ยนแปลงตามการเพิ่มทุนและลดทุน หากไม่มีการเพิ่ม/ลดทุน ส่วนนี้จะเป็นเท่าเดิม

ลองวิเคราะห์ส่วนของผู้ถือหุ้นกันดูบ้าง
จากตัวอย่างในรูปแรกแบบ4ปีย้อนหลัง จะเห็นว่าทุนจดทะเบียนเท่าเดิมตลอดที่450 เพราะฉะนั้นส่วนเกินมูลค่าหุ้นก็จะคงที่ที่674.38เช่นกัน จากจุดนี้ถือว่าบริษัทมีความแข็งแกร่งพอสมควร สามารถขยายกิจการหรือดำเนินงานโดยที่ไม่ต้องขอเงินจากผู้ถือหุ้นเพิ่ม และจากกำไรสะสมจะเห็นว่าโตขึ้นทุกปี 5,562.99>6,301.35>7,234.82>7,985.82 ถือว่าดีมาก ซึ่งผลจากการที่กำไรสะสมโตสม่ำเสมอก็ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นโตตามไปด้วยนั่นเองครับ
สรุป
การเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นเช่นการเพิ่มทุนหรือลดทุนนั้นอาจฟันธงไม่ได้จากภายนอกว่าดีหรือไม่ดี
แต่ต้องพิจารณาถึงจุดประสงค์ของการเพิ่มทุนและลดทุน หากการเพิ่มทุนมีจุดประสงค์เพื่อขยายกิจการก็ถือว่าการเพิ่มทุนนั้นไม่แย่
การลดทุนเพื่อล้างการขาดทุนสะสมก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจก็สามารถเป็นไปได้เช่นกันครับ
แต่หากบริษัทที่ไม่เพิ่ม/ไม่ลดทุน และมีผลการดำเนินงานที่ดี กำไรโตอย่างสม่ำเสมอก็อาจถือว่าเป็นบริษัทประเภทที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินครับ
สำหรับตอนนี้ก็เป็นตอนจบของงบแสดงฐานะทางการเงินแล้ว ซึ่งงบเป็นตัวบ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง รากฐานของกิจการ สำหรับตอนต่อไปเตรียมพบกับงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จซึ่งเป็นงบที่บ่งบอกถึงความสามารถในการหาเงินหรือการทำกำไรครับ
ย้อนอ่านตอน1
https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1229309164083273/?d=n
ตอน2
https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1232556037091919/?d=n
ตอน3
https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1240852446262278/?d=n
ตอน4
https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1421237008223820/?d=n
สุดท้ายนี้ฝากกดไลค์ กดแชร์เพจ
https://www.facebook.com/sharingiscaringreviewer/ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
เริ่มต้นอ่านงบการเงินง่ายนิดเดียว ตอนงบแสดงฐานะทางการเงิน(5)
สำหรับตอน1-4ที่ผ่านมาเราได้ทำความรู้จักกับสินทรัพย์และหนี้สินกันมาแล้ว ในวันนี้เราจะมาดูถึงส่วนของผู้ถือหุ้นหรือEquityกันครับ ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของงบแสดงฐานะทางการเงิน
คำว่าส่วนของผู้ถือหุ้นแปลว่าอะไร?
หลักๆหมายถึงเงินทุนส่วนของผู้ถือหุ้นที่ไม่มีหนี้สิน หรือจะเข้าใจแบบง่ายๆว่าเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับหนี้สินก็ได้ คือไม่ได้ไปกู้มา สมมุติง่ายๆเช่น นาย A B Cหุ้นกัน3คนเปิดบริษัทขายขนมปัง ทุกคนออกเงินคนละ10ล้าน และกู้เงินมาทั้งหมด20ล้าน ก็จะเท่ากับมีส่วนของผู้ถือหุ้น30ล้านต่อหนี้สิน20ล้าน นำมาใส่ในตารางงบดุลจะได้เป็นตามรูปแบบนี้ครับ
โดยปกติแล้วส่วนของผู้ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะประกอบด้วยสามส่วนหลักดังนี้
-ทุนจดทะเบียน
-ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
-กำไร/ขาดทุนสะสม
-อื่นๆ
หน้าตาแบบนี้ เราลองมาดูกันว่าแต่ละส่วนนี้หมายความว่าอย่างไร
1.ทุนจดทะเบียน หมายถึงจำนวนเงินทุนที่ใช้ก่อตั้งกิจการซึ่งนำไปจดทะเบียนบริษัท
จากบริษัทตัวอย่าง=450
2.ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
สมมุติว่าบริษัทจำกัด อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์และเสนอขายหุ้นให้บุคคลทั่วไป หากราคาที่ตั้งขาย(IPO)สูงกว่าราคาพาร์หรือมูลค่าที่ตราไว้(มูลค่าของเงินลงทุนเมื่อเริ่มก่อตั้งบริษัท)
จำนวนที่เกินมาก็จะถูกบันทึกไว้เป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น
กลับกันหากราคาที่ตั้งขายต่ำกว่าราคาพาร์ ก็จะถูกบันทึกเป็นส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
จากบริษัทตัวอย่างส่วนเกินมูลค่าหุ้น=674.38
3. กำไร/ขาดทุนสะสม
สำหรับตัวนี้น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก แปลตรงๆเลยก็คือผลการดำเนินงานที่ผ่านๆมาตั้งแต่เริ่มต้นบริษัทจดทะเบียนว่าเป็นกำไรสะสม หรือขาดทุนสะสม
จากบริษัทตัวอย่างกำไรสะสม=7,985.82
สำหรับส่วนประกอบทั้งสามส่วนของส่วนของผู้ถือหุ้น(ทุนจดทะเบียน ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น
กำไรสะสม) มีหนึ่งอย่างที่ควรเพิ่มขึ้นตลอด และหนึ่งอย่างที่ไม่ควรเพิ่มและไม่ควรลดให้ทายว่าคืออะไร ลองทายก่อนดูเฉลยนะ
.
.
ข้อแรกไม่ยากเลย กำไรสะสมนั่นเองที่ควรเพิ่มขึ้นตลอด ดำเนินกิจการก็ต้องมีกำไร บางปีอาจปันผลไปบ้าง หรือเพิ่มไม่มากก็ไม่เป็นไร แต่โดยรวมในระยะยาวควรเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด
ข้อสองตามปกติแล้วทุนจดทะเบียนนั้นควรจะเท่าเดิม นั่นคือไม่ควรมีการเพิ่มทุนหรือลดทุนนั่นเอง แต่ถ้าเพิ่มหรือลดจะเกิดอะไรขึ้นลองมาดูกัน
อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆการเพิ่มทุนก็เหมือนการที่เจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้นใส่เงินเข้าไปเพิ่ม อาจเพื่อเสริมสภาพคล่องหรือขยายกิจการ จริงๆแล้วการเพิ่มทุนก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียวถ้าจุดประสงค์ของการเพิ่มคือเพื่อขยายกิจการ แต่ก็ไม่ควรเพิ่มทุนบ่อยเกินไปเช่นเพิ่มมันทุกปี เพราะอาจทำให้กิจการโตจากการเติมเงิน ไม่ได้โตจากผลประกอบการจริง
ส่วนการลดทุนเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่เกิดแล้วก็ไม่ดีเท่าไหร่ ส่วนมากการลดทุนจะลดเพื่อล้างขาดทุนสะสม เหมือนเอาเงินที่ใส่ไว้ออกมาล้างการขาดทุน ซึ่งบริษัทก็ไม่ควรเกิดการขาดทุนสะสมแต่แรก (ทำธุรกิจควรมีกำไร) แต่อย่างไรก็ตามการลดทุนเพื่อล้างการขาดทุนสะสมก็อาจพลิกชะตากิจการก็เป็นได้
ส่วนเกิน/ต่ำกว่ามูลค่าหุ้น จะเปลี่ยนแปลงตามการเพิ่มทุนและลดทุน หากไม่มีการเพิ่ม/ลดทุน ส่วนนี้จะเป็นเท่าเดิม
ลองวิเคราะห์ส่วนของผู้ถือหุ้นกันดูบ้าง
จากตัวอย่างในรูปแรกแบบ4ปีย้อนหลัง จะเห็นว่าทุนจดทะเบียนเท่าเดิมตลอดที่450 เพราะฉะนั้นส่วนเกินมูลค่าหุ้นก็จะคงที่ที่674.38เช่นกัน จากจุดนี้ถือว่าบริษัทมีความแข็งแกร่งพอสมควร สามารถขยายกิจการหรือดำเนินงานโดยที่ไม่ต้องขอเงินจากผู้ถือหุ้นเพิ่ม และจากกำไรสะสมจะเห็นว่าโตขึ้นทุกปี 5,562.99>6,301.35>7,234.82>7,985.82 ถือว่าดีมาก ซึ่งผลจากการที่กำไรสะสมโตสม่ำเสมอก็ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นโตตามไปด้วยนั่นเองครับ
สรุป
การเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นเช่นการเพิ่มทุนหรือลดทุนนั้นอาจฟันธงไม่ได้จากภายนอกว่าดีหรือไม่ดี
แต่ต้องพิจารณาถึงจุดประสงค์ของการเพิ่มทุนและลดทุน หากการเพิ่มทุนมีจุดประสงค์เพื่อขยายกิจการก็ถือว่าการเพิ่มทุนนั้นไม่แย่
การลดทุนเพื่อล้างการขาดทุนสะสมก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจก็สามารถเป็นไปได้เช่นกันครับ
แต่หากบริษัทที่ไม่เพิ่ม/ไม่ลดทุน และมีผลการดำเนินงานที่ดี กำไรโตอย่างสม่ำเสมอก็อาจถือว่าเป็นบริษัทประเภทที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินครับ
สำหรับตอนนี้ก็เป็นตอนจบของงบแสดงฐานะทางการเงินแล้ว ซึ่งงบเป็นตัวบ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง รากฐานของกิจการ สำหรับตอนต่อไปเตรียมพบกับงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จซึ่งเป็นงบที่บ่งบอกถึงความสามารถในการหาเงินหรือการทำกำไรครับ
ย้อนอ่านตอน1 https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1229309164083273/?d=n
ตอน2 https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1232556037091919/?d=n
ตอน3 https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1240852446262278/?d=n
ตอน4 https://www.facebook.com/914970102183849/posts/1421237008223820/?d=n
สุดท้ายนี้ฝากกดไลค์ กดแชร์เพจ https://www.facebook.com/sharingiscaringreviewer/ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ