[CR] เที่ยว "ฉะเชิงเทรา" แบบคนไม่มีรถ 1 วัน แบงค์ 500 ไปยังมีทอน! | Bliss Out There

ทริปนี้จะพาทุกคนกินจนแน่นพุงไปเลยจ้า
กับร้าน 3 ร้านเด็ดใน #ตลาดบ้านใหม่100ปี
กินของหวานที่คาเฟ่น่ารักๆ อย่าง floriva cafe และ nava house cafe 
ปิดท้ายด้วยการเดินชมงานศิลปะจากศิลปินแห่งชาติที่หอธรรมพระบารมี 


 
อย่างที่บอกนะคะ ทั้งทริปนี้ใช้ไปไม่ถึง 500 บ. (ต่อคน) 
แบ่งเป็นค่าเดินทาง 147 บ.
ค่ากินจุ๊บกินจิ๊บ 318 บ.
รวมแล้ว 465 บ. เท่านั้นนน 
ใครไม่มีรถส่วนตัวก็ตามรอยรีวิวของเราได้
เพราะทริปนี้ขนส่งสาธารณะล้วนๆ จ้า
มีตั้งแต่รถไฟ รถสองแถว ไปยันตุ๊กตุ๊กเลย
รายละเอียดของทั้งทริปมีให้แล้ว
อยากให้อ่านทุกรูปเลยเพราะเขียนไว้ครบมาก!
 
เราออกสตาร์ทกันที่สถานีรถไฟหัวหมาก
ไหนๆ ก็เริ่มต้นเดินทางกันด้วยรถไฟแล้ว เห็นรางโล่งๆ แบบนี้
ก็ถ่ายรูปซะหน่อยโนะ ท้องฟ้าอย่างสวยเลยด้วยวันนี้
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปเที่ยวกันเลยค่ะ



เราเริ่มต้นเดินทางกันที่สถานีรถไฟหัวหมากตั้งแต่เช้า 
(แพลนจะไปหลายที่เลยมารอบก่อน 8 โมง)
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ
แป๊ปเดียวก็ถึงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทราแล้ว
– ค่าตั๋วรถไฟ 10 บ.
ตารางรอบรถไฟสามารถดูได้จากนี่เลย
http://www.sawadee.co.th/thailand/transfer/train-east.html
คำเตือน : ช่วงโควิดแบบนี้ทางการรถไฟฯมีการปรับเปลี่ยนรอบการเดินทาง ต้องเช็คกันให้ดีๆก่อนน้า 



บรรยากาศภายในรถไฟไม่แออัดมาก 
ไม่ต้องกลัวหิวด้วยเพราะมีแม่ค้าหาบของกินมาขายเรื่อยๆ 
มีทั้งขนม ผลไม้ ยันข้าวกะเพราะเลยล่ะ
สำหรับสาวๆ แนะนำให้มัดผมไม่ก็ใส่หมวกนะคะ 
กันหัวเหนียวเพราะลมโกรกมากก5555



บอกแล้ว 1 ชั่วโมงน่ะแป๊ปๆ
ฟังเพลงยังไม่ทันจบรถไฟก็จอดเเทียบชานชาลา
ที่สถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทราแล้วค่ะ



แชะซักหน่อยให้รู้ว่ามาถึงแล้วว
ก่อนออกจากสถานีแนะนำให้ซื้อตั๋วรถไฟขากลับ
กรุงเทพไว้เลย จะได้ไม่ต้องรีบตอนกลับนะคะ 
สถานที่ต่อไปของเราก็คือ ตลาดบ้านใหม่100ปี
ไปไม่ยากค่ะ แค่เดินออกมาหน้าสถานีรถไฟ 
มองหารถสองแถวสีขาวแถบเหลืองแล้วโดดขึ้นเล้ย 
เช็คแถบสีของรถดีๆ นะคะ แต่ละแถบสีก็จะพาไป
เส้นทางอื่นๆ อีก ดูข้อมูลได้จากลิงก์ที่เราแนบมาให้นี้นะ
https://bit.ly/31tHtlN
– ตั๋วรถไฟขากลับกรุงเทพ 13 บ.
– ค่ารถสองแถวไปตลาดบ้านใหม่ 8 บ.



1. ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี
นั่งสองแถวเพลินๆ ก็มาถึง ตลาดบ้านใหม่100ปี
แล้วล่ะ บรรยากาศสุดจะวินเทจเลย
นี่แค่ด้านหน้าตลาดเองนะ ร้านรวงก็คือเยอะมากก
มีทั้งขนมไทย อาหาร แลวก็ของเล่นจิปาถะ
แนะนำให้มาวันเสาร์ อาทิตย์ ร้านจะเปิดแบบเต็มพิกัด
และตลาดจะคึกคักมากก ถ้ามาวันธรรมดาอาจเสียเที่ยวนะ
– พิกัด : https://goo.gl/maps/zpzyQF6xF4QJsFmdA
–  เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.



2. เตี๋ยวเรือต่อชาม 
เดินเข้ามานิดเดียวก็เจอกับร้านแรกที่เราจะฝากท้องไว้แล้ว
เตี๋ยวเรือต่อชาม นั่นเอง เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก
เจ้าเดียวในตลาดเลย ถ้าเข้ามาจากหน้าตลาด 
ร้านจะอยู่หัวมุมด้านขวาเลยมีโต๊ะประมาณ 
4-5 โต๊ะ ไม่แน่น ไม่อึดอัด
–  เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.



เราสั่งบะหมี่เหลืองน้ำตกหมูไป สำหรับเราน้ำซุปเข้มกำลังดีเลย
ส่วนชามล่างนั่นของเพื่อนเรา มันซัดเรียบภายใน 5 นาทีเลยอะ
อร่อยแบบยกซด แถมราคาแค่ชามละ 30 บ.
เมนูไหนก็ 30 บ. อะแกรร
ร้านนี้เราสั่งอย่างเดียวเพราะต้องเผื่อท้องสำหรับร้านอื่นอีก!
บอกแล้วทริปนี้ กินจนแน่นพุง
คำเตือน : พริกเผ็ดมาก อย่าใส่เยอะ
– ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก 30 บ.
– โค้ก 1 กระป๋อง 15 บ.



3. สามแม่ครัว
กินเส้นไปแล้ว ต้องกินข้าวบ้าง! 
ออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวมาก็เจอเลยกับร้านสามแม่ครัว 
เค้าบอกกันว่าอายุรวมกันของคุณยายเจ้าของร้าน 
ร่วมๆ 200 ปีเลยอะ เก๋าไม่เก๋าดูจากอายุก็น่าจะรู้นะ
ร้านนี้มีจุดเด่นคือใช้เตาฟืนในการประกอบอาหารทั้งหมด 
ตอนอาหารมาเสิร์ฟก็จะได้กิล่นหอมๆของฟืนเป็นซิกเนเจอร์
– เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.



คุณยายเจ้าของร้านมีทั้งหมด 3 คน มีลูกน้องอีก 2-3 คน
แบ่งหน้าที่กันทำอาหาร เสิร์ฟ เก็บจาน
ถึงคุณยายจะอายุเยอะแล้ว แต่ก็ยังคล่องแคล่วกัน
ทุกคนเลยล่ะะะ เมนูของร้านจะเป็นอาหารตามสั่ง 
มีทั้งเป็นกับข้าวและอาหารจานเดียวก็มีค่ะ
เตาฟืนเน้นๆไปเลยจ่ะ
ระหว่างรออาหารก็ดูเค้าทำไป



นี่อ่านรีวิวมาเค้าบอกว่าต้องสั่งเป็ดพะโล้ให้ได้! 
แล้วอย่างเราจะพลาดได้ไง เนื้อเป็ดนุ่มกำลังดี 
หนังเป็ดไม่เหนียวเลย ส่วนน้ำพะโล้ก็กลมกล่อม 
ไม่เค็มไป ยิ่งกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด + ข้าวสวยร้อนๆ นะ ฟิน!
อีกจานนึงคือ ไส้หมูทอด นี่ก็ recommend เหมือนกัน 
ชิมแล้วกรุบๆมากค่ะ แถมได้กลิ่นเตาฟืนอ่อนๆ ไอเลิ้ฟ
– เป็ดพะโล้ 80 บ.
– ไส้หมูย่าง 80 บ.
– ข้าวเปล่า 1 จาน 10 บ.
เราไปกับเพื่อนอีก 2 คน หารออกมาแล้ว
ตกคนละ 63 บ.



4. กาแฟแป๊ะเอ๊ย 100 ปี
ร้านกาแฟโบราณที่อายุน่าจะเกิน 100 ปีแน่ๆ
อยู่เยื้องๆกับร้านสามแม่ครัวเลย
ภายในร้านตกแต่งแบบวินเทจย้อนยุคมาก 
ทั้งโต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ โต๊ะหินทรงกลม ให้ฟีลบ้านคนจีน
สมัยก่อนเลย ที่คนรุ่นคุณปู่คุณตาจะมานั่ง
จิบกาแฟแล้วคุยกัน คลาสสิคจริงๆ
– เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.



ร้านอายุ 100 ปี แต่บาริสต้ายังวัยรุ่นอยู่นะคะ5555
ด้านในร้านมีโต๊ะให้นั่งประมาณ 4 โต๊ะได้ 
ระหว่างที่เรานั่งก็มีคนเข้าออกร้านเรื่อยๆ เลย
เมนูจะมีทั้งเครื่องดื่มร้อน-เย็น ชา กาแฟ โกโก้ นมชมพู อะไรต่างต่างง
จัดไปค่ะ แดงโซดามะนาวว 30 บ. เท่านั้น



อิ่มแล้วก็มาเริ่มทัวร์ตลาดกันเถอะ
ในตลาดจะเป็นทางเดินยาวไปเรื่อยๆ แบบนี้เลย
ละก็มีร้านมาตั้งแผงขายอยู่ขนาบสองข้าง
กว่า 80% ในตลาดจะเป็นของกินทั้งนั้นน
มีเสื้อผ้า ของที่ระลึกแทรกมาประปราย



เดินไปเรื่อยๆ จะมีสะพานข้ามแม่น้ำมาอีกฝั่ง 
ร้านนี้ก็คือเด่นมากจ่ะ มองจากบนสะพานได้เลย 
ร้านอยู่ติดริมแม่น้ำแถมมีเปลให้ลูกค้าได้นั่งชิลด้วย



ผัดกันให้ดูสดๆหน้าร้านแบบนี้เลย 
เรียกได้ว่าเอากลิ่นดึงลูกค้าล่ะค่ะ
ถ้าไม่ติดว่ากินมาทั้งข้าว ทั้งก๋วยเตี๋ยวแล้ว 
อาจจะแวะร้านนี้อีกนะเนี่ย ขนมหวานของไทยก็มี
ให้เลือกหลายร้านมากมายย ทำสดใหม่กันตรงนั้นเลยก็มี



เดินมาจนเกือบท้ายตลาดแล้วก็มาเจอกับคุณพี่
คนนี้ยืนปิ้งขนมปังอยู่ มันหอมยั่วใจจริงๆ 
แล้วไส้ทะลักแบบนั้นก็คือของจริงเด้อ คุณพี่ยัดไส้
ให้ดูแบบไม่จกตา แบบนี้มันก็ต้องซื้อมาชิมแล้วมั้ยอ่ะ
– ขนมปังปิ้ง 1 ชิ้น 20 บ.



5. Floriva cafe
มาฉะเชิงเทราทั้งทีก็ต้องแวะคาเฟ่ริมแม่น้ำ
บางปะกงน่ะสิ! เดินตลาดกันเหงื่อท่วม 
สถานีต่อไปก็คือ คาเฟ่เย็นๆ บรรยากาศดีๆ 
ตามสไตล์เราล่ะค่ะ จากตลาดบ้านใหม่ก็นั่ง
รถสองแถวสีขาวแถบเหลืองมาลงที่หน้าซอย
แล้วเดินเข้ามานิดเดียว ก็ถึงร้าน floriva cafe แล้ว
– พิกัด : https://goo.gl/maps/nkqs2hzh6gxhjoFm7
– เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 19:00 น.
– FB : https://www.facebook.com/FlorivaCafe
– เบอร์โทร : 093-020-8911



ด้านในร้านมีทั้งโซน indoor และ outdoor ริมน้ำ 
โซนด้านในมีโต๊ะประมาณ 5 โต๊ะ ทั้งโต๊ะเล็กและใหญ่เลย 
ลึกเข้าไปอีกจะเป็นโซน out door ริมน้ำ 
นั่งรับลมสบายๆ มีอยู่ประมาณ 4 โต๊ะ 
เมนูในร้านไม่ได้มีแค่น้ำและขนมหวานนะคะ
เมนูข้าวก็มีเยอะเลย ใครจะมาฝากท้องที่นี่เลยก็ยังได้



ใครมา floriva ก็ต้องถ่ายมุมนี้นะ
โซนด้านนอกจะตกแต่งด้วยต้นไม้เต็มไปหมด 
อีกฝั่งนึงจะเป็นบาร์ให้นั่งมองวิวแม่น้ำบางปะกงแหละ



รอไม่นานขนมที่เราสั่งไว้ก็มาวางเต็มโต๊ะเลยย
ที่เราสั่งมี บิงซูสตอเบอร์รี่ 79 บ.
ซาโมซ่า (เป็นแป้งทอดกรอบไส้ด้านในเป็นกล้วย) 69 บ.
Blue Soda 50 บ. (อีกแก้วของเพื่อนเรา ไม่นับละกันโนะ)
มื้อนี้ราคาหารสามคนแล้ว เท่ากัน 100 บ. พอดีเป๊ะ
เมื่อขนมหมดแล้วเราก็นั่งรถสองแถวไปยัง
บขส. เพื่อที่จะไปจุดต่อไปกันเล้ย
– ค่ารถสองแถวไปบขส. 8 บ.
– floriva cafe 100 บ.



การเดินทางโดยรถสาธารณะไปที่หอธรรมฯ นั้น ไปได้ 3 วิธี
1.รถเมล์ปรับอากาศสาย 2
ปลายทางวัดผาณิตาราม ราคา 18 บ. 
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที 
รถเมล์สายนี้ มีแค่ 4 รอบต่อวันเท่านั้น 
6:05 น. / 9:00 น. / 16:00 น. / 17:20 น.
ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ จะมีแค่ 3 รอบต่อวัน
6:05 น. / 9:00 น. / 17:20 น.
2.Taxi 
เราเช็คราคาจากในแอพ grab และ bolt ดูแล้ว 
เรทจะอยู่ประมาณ 60-100 บ. / เที่ยว 
คิดว่าถ้าเรียกแท็กซี่คิดมิเตอร์ตามปกติก็ไม่น่าจะ
เกินนี้เท่าไหร่ บริเวณบขส.เราเห็นมีแท็กซี่จอดอยู่ประปรายน้า 
3.เหมาตุ๊กตุ๊ก
เหมาไปอย่างเดียวราคาจะอยู่ที่ 100-150 บ. (แล้วแต่จะต่อรองได้)
เหมาแบบไป-กลับ ราคาอยู่ที่ 200-300 บ. (แล้วแต่ต่อรองได้) 
 
จากทั้ง 3 วิธีนี้ เราแนะนำให้เลือกเหมาตุกตุ๊กค่ะ! 
เหมาแบบไปกลับเลยนะ เพราะเราไปถามพี่คนขับรถเมล์มา
เค้าบอกว่าขากลับกลัวจะไม่มีรถหรือรอรถนาน 
แล้วเราอาจจะไม่ทันรถไฟกลับกรุงเทพได้ 
ราคาเหมาเนี่ยยิ่งหลายคนยิ่งถูกนะะ
วันนั้นเราต่อรองมาได้ 300 บ. ถ้วน 
แต่หารกับเพื่อน 3 คนแล้วก็อยู่ในราคาที่พอรับได้
– เหมาตุ๊กตุ๊กไปหอธรรมฯ 100 บ.

ชื่อสินค้า:   ที่เที่ยว จ.ฉะเชิงเทรา
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่