JJNY : 4in1 หวั่น‘หนี้ครัวเรือนพุ่ง’กดดันศก.│หุ้นดิ่ง หวั่นโควิด│ชูสามนิ้วกลางแม่น้ำกะสะ│นพ.ยง ห่วงสงกรานต์ ระบาดระลอก3

นักวิชาการหวั่น ‘หนี้ครัวเรือนพุ่ง’ กดดันเศรษฐกิจ ลามเป็นปัญหาสังคม-การเมือง
https://www.matichon.co.th/economy/news_2656428
 

 
นักวิชาการหวั่น ‘หนี้ครัวเรือนพุ่ง’ กดดันเศรษฐกิจ ลามเป็นปัญหาสังคม-การเมือง
 
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เป็นช่วงของการฟื้นตัว เนื่องจากหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นนมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ดีและจริงจังมากพอ แม้ที่ผ่านมาจะมีการพูดถึงปัญหาดังกล่าวอย่างต่อนื่อง โดยหนี้ครัวเรือนไม่ได้ส่งผลกระทบกับความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน ที่จะกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเท่านั้น แต่จะก่อให้เกิดปัญหาสังคม และเชื่อมโยงไปเป็นปัญหาทางการเมืองตามมา
 
นายสมชาย กล่าวว่า สาเหตุที่หนี้ครัวเรือนปรับเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากผลกระทบการระบาดโควิด-19 ทำให้คนตกงานมากขึ้น ก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่มีรายได้ลดลง โดยหากพิจารณาจริงๆ แล้วพบว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงนั้น เป็นผลมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่สะท้อนได้จากคความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศของไทย อยู่ในระดับที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตอยู่ที่ 3% ต่อปี แต่ขณะที่ประเทศอื่น อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย โตเฉลี่ย 5% และหากเทียบกับประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย) พบว่าไทยโตต่ำที่สุด เพราะประเทศเหล่านั้นโตเฉลี่ย 7% มีเพียงเวียดนามเท่านั้นที่โต 6.7%
 
เมื่อขีดความสามารถการแข่งขันระหว่างประเทศของไทยต่ำลง ก็ทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่ำ ส่งผลต่อรายได้ของประชาชนลดลง ทำให้แม้โควิด-19 จะจบลงได้ แต่หากเราไม่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากกว่านี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ ภาพรวมเศรษฐกิจก็ฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่” นายสมชาย กล่าว
 
นายสมชาย กล่าวว่า อีกปัญหาที่พบคือ คนไทยมีค่านิยมในการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ไม่ได้พยายามใช้เพื่อพัฒนาทักษะ สร้างการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเติม ทำให้รัฐบาลจะต้องหาทางเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย พัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน และการใช้จ่ายที่เกินตัวของคนบางกลุ่มด้วย
 
นายสมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ ไทยยังมีปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ที่ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มการผูกขาดธุรกิจในตลาดสูงขึ้น ส่งผลต่อการสร้างรายได้ของประชาชน บวกกับมาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา เน้นไปยังการลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีการสอนทักษะให้สามารถสร้างรายได้หรือประกอบธุรกกิจ ในรูปแบบลืมตาอ้าปากได้ รัฐบาลจึงต้องพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพทักษะในทรัพยากรมนุษย์ให้ทันโลก
 

 
หุ้นไทยดิ่งแรง ปิดลบ 16.61 จุด หลังนักลงทุนหวั่นโควิดคลัสเตอร์ใหม่ระบาดหนักซ้ำ
https://www.matichon.co.th/economy/news_2659438

วันที่ 5 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ1,596.27 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,579.66 จุด ปรับลดลง 16.61 จุด หรือ 1.04% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,601.24 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,575.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 81,506.36 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 2,315.00 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 291.17 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 1,447.08 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 4,053.25 ล้านบาท
 
โดยนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปิดแดนลบ สาเหตุเป็นเพราะความกังวลเก่ียวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ ภายในประเทศที่พบผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิง กระจายในหลายจังหวัด และมีจำนวนมากขึ้น แรงกังวลว่าสถานการณ์จะกลับมาควบคุมการแพร่ระบาดแบบเข้มข้นอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดแรงขายออกมา โดยข้อมูลจากการเก็บสถิติพบว่า ปกติการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เมื่อมีข่าวหรือมูลเหตุใหม่จะส่งผลให้ดัชนีปรับตังลงได้กว่า 3%


 
ชูสามนิ้วกลางแม่น้ำกะสะ ต้านกองทัพเมียนมา ‘KNU’ประกาศจุดยืนพร้อมสู้
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6276126

กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง รวมตัวชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร กลางแม่น้ำกะสะ เขตกะเหรี่ยง KNU ด้านเลขฯสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เปิดจุดหมายเปิดผนึก ประกาศจุดยืนปกป้องประชาชน พร้อมตอบโต้ให้ถึงที่สุด

วันที่ 5 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ประชาชนชาวกิ่งอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้ออกมารวมตัวเดินขบวนแสดงสัญลักษณ์ พร้อมจัดกิจกรรมการชุมนุมทางการเมืองต่อต้าน พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประเทศเมียนมา นำกำลังก่อการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน

โดยวันนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง กว่า 200 คน ได้รวมตัวกันที่บริเวณกลางแม่น้ำกะสะ ซึ่งเป็นพื้นที่ในความดูแลของกองพลน้อยที่ 6 กองกำลังกะเหรี่ยง KNU โดยมีพลจัตวา ซามิ ผบ.พล.น.6 (KNU) คอยดูแลการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ถึงความต้องการความสงบและสันติภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ซึ่งการแสดงสัญลักษณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
นอกจากนั้น มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา นายซอลิสสตัน เลขาธิการสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนชาวกะเหรี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่า KNU พร้อมต่อสู้และปกป้องพี่น้องประชาชน โดยเนื้อหาของจดหมายฉบับดังกล่าว ระบุว่า
 
“ปัจจุบันทั่วทั้งประเทศพม่ามีการประท้วง (CDM )ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจของคณะปกครองทหารอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป ซึ่งคณะปกครองทหารได้ใช้ความพยายามทุกวิธีทางในการปราบปราม กดดัน แทรกแซงกลุ่มผู้ประท้วงไม่ให้จัดการประท้วงได้ ดังนั้นจึงแจ้งให้ทราบว่าประชาชนในพื้นที่การปกครองของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) จังหวัดดูไปย่าทราบตามหัวข้อดังต่อไปนี้
 
1. สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเป็นเนื้อหน่อเดียวกัน ในพื้นที่ของจังหวัดดูไปย่า ประชาชนที่แสดงออกโดยการประท้วง (CDM) ม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ หากมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจะเข้ามาแทรกแซง หรือปราบปรามผู้ประท้วงไม่ได้เด็ดขาด และจะดำเนินการตอบโต้ให้ถึงที่สุด
 
2. ในการแสดงออกโดยการประท้วง (CDM) ของประชาชนทั่วไปและข้าราชการที่ต้องการสร้างประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ ที่ได้รับผลกระทบหรือตกทุกข์ได้ยาก ทางสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU)จะให้ความช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยให้จนสุดความสามารถ
 
สำหรับจ.กาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมาเป็นระยะทาง 371 กิโลเมตร รวม 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองกาญจนบุรี อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี ที่ผ่านมาถึงแม้จะเกิดการใช้อาวุธทำร้ายประชาชนจนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่เหตุการณ์ทั่วไปตามแนวชายแดนของจ.กาญจนบุรี ยังคงเป็นปกติ ไม่มีผู้อพยพเข้ามาแต่อย่างใด

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่