" ทอร์นาโดสัตว์ " ที่น่าทึ่ง


'worm tornado'


('หนอนทอร์นาโด' ที่แปลกประหลาดในรัฐนิวเจอร์ซีย์ (Cr. Contributed))


ฝนในฤดูใบไม้ผลิ (ต่างประเทศ) มักจะทำให้ไส้เดือนขึ้นสู่พื้นผิวเป็นจำนวนมากโดยที่พวกมันดิ้นอยู่บนดินและทางเท้า แต่เมื่อไม่นานมานี้ จากฝนตกหนักในเมืองใกล้นิวยอร์กซิตี้ตามมาด้วยสิ่งผิดปกติอย่างหนึ่งนั่นคือ 'ไส้เดือนทอร์นาโด' (wormnado)
 
โดยเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้หญิงชาวเมือง Hoboken รัฐนิวเจอร์ซีย์ออกไปเดินเล่นยามเช้าในสวนสาธารณะใกล้แม่น้ำฮัดสัน เธอบอกกับ WordsSideKick.com ว่า เห็นไส้เดือนหลายร้อยตัวแพร่กระจายไปตามทางเดิน และสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสังเกตเห็น ไส้เดือนจำนวนหนึ่งได้สร้างรูปร่างคล้ายพายุไซโคลนเกลียวบนคอนกรีตที่ขอบหญ้า 

เธอถ่ายรูปและส่งให้ Tiffanie Fisher สมาชิกสภาเมือง Hoboken ซึ่งแชร์ภาพ "tornado of worms" ลงบนเฟซบุ๊กว่าเป็นไส้เดือนที่ออกมาหลังจากฝนตก ซึ่งในขณะที่พวกมันกำลังหมุนวนอย่างแข็งขัน หนอนแต่ละตัวจะยังคงดิ้นอยู่  อย่างไรก็ตาม ในบริเวณใกล้เคียงรอบๆนั้นไม่มีท่อเปิดอยู่ และแม้ว่าไส้เดือน ส่วนใหญ่จะกระจายออกไปในวงหมุนขนาดใหญ่ แต่ก็มีไส้เดือนอีกมากมายที่เลื้อยออกมานอกเส้นโค้งของวง โดยไปเกาะกำแพงของอาคารที่อยู่ใกล้ ๆ และบางส่วนหลบหนีไปตามขอบถนน


หนอนที่กระจายไปทั่วทางเท้าและตามถนน แต่มันหนาแน่นที่สุดในเกลียว "ทอร์นาโด" (Cr.ภาพ: มีส่วนร่วม)


สาเหตุของ " wormnado " นี้ ยังไม่ชัดเจนนัก แต่จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย University of Wisconsin–Madison ระบุว่า ไส้เดือนหายใจผ่านผิวหนัง ดังนั้นเมื่อฝนตกหนักหรือต่อเนื่องทำให้ดินชุ่มไปด้วยน้ำ ไส้เดือนจึงต้องขึ้นไปสู่พื้นผิวเพราะจะเสี่ยงกับการจมน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไส้เดือนดินจะอยู่ตามลำพัง แต่บางครั้งพวกมันก็รวมตัวเป็นฝูงเมื่ออยู่บนพื้นผิว และจะสื่อสารซึ่งกันและกันว่าจะไปที่ใด ซึ่งนักวิจัยได้เขียนรายงานการศึกษาไว้เมื่อปี 2010
ในวารสาร International Journal of Behavioural Biology
 
ในการศึกษา นักวิทยาศาสตร์พบว่า ไส้เดือนดินในสปีชีส์ Eisenia fetida จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและ " มีอิทธิพลซึ่งกันและกันเพื่อเลือกทิศทางร่วมกันระหว่างการอพยพของพวกมัน " โดยใช้การสัมผัสมากกว่าสัญญาณทางเคมี ซึ่งพฤติกรรมโดยรวมนี้สามารถช่วยให้ไส้เดือนอยู่รอดจากภัยคุกคาม จากสิ่งแวดล้อมเช่น น้ำท่วม หรือดินแห้งแล้ง และยังอาจเป็นกลยุทธ์ในการป้องกันตัวจากผู้ล่าหรือเชื้อโรคได้ด้วย

Kyungsoo Yoo ศาสตราจารย์ภาควิชาดินน้ำและภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ไส้เดือนนั้นขึ้นชื่อเรื่องการรวมกลุ่มที่โผล่ขึ้นมาจากดินหลังฝนตก แต่เขาก็ไม่เคยเห็นพวกมันก่อตัวเป็นเกลียวมาก่อน และยังมีหนอนน้ำ California blackworm (Lumbriculus variegatus) 
ที่สามารถสร้างก้อนชีวิตขนาดมหึมาที่แปลกประหลาด ที่เรียกว่า " blob " ได้มากถึง 50,000 ตัว เมื่อพวกมันถูกคุกคามหรือจากสภาพที่แห้ง

และ Saad Bhamla หัวหน้าห้องปฏิบัติการผู้ช่วยศาสตราจารย์ของ Georgia Tech ยังแนะนำว่า ลักษณะของไส้เดือนหนอนที่หมุนวนได้นี้ อาจจะสามารถอธิบายได้จากรูปร่างของภูมิประเทศและการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของน้ำในดิน 


" Worm Blobs "
  หนอนที่พันกันเป็นก้อน สามารถเคลื่อนที่โดยรวมไหลไปเหมือนของเหลว แต่ยังแสดงคุณสมบัติของของแข็ง
NATIONAL GEOGRAPHIC IMAGE COLLECTION / ALAMY STOCK PHOTO
 
Cr.https://www.livescience.com/squirming-worm-tornado-new-jersey.html / Mindy Weisberger
Cr.https://www.sciencenews.org/article/how-worm-blobs-behave-liquid-and-solid




 reindeer cyclone


สัตว์ป่าในธรรมชาติอาจไม่มีกำลังป้องกันตัวเองเมื่ออยู่เพียงลำพัง แต่หากรวมฝูงอยู่ด้วยกัน แม้แต่กวางที่ไม่ใช่สัตว์นักล่าก็ยังสามารถหาวิธีการป้องกันตัวเองและเพื่อนร่วมฝูง จากความดุร้ายของนักล่าทั้งหลาย รวมทั้งมนุษย์ ได้อย่างคาดไม่ถึง

โดยเมื่อปี 2019 ทีมผู้สร้างสารคดีวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ได้จับภาพทางอากาศที่น่าทึ่งของหนึ่งในไซโคลนกวางเรนเดียร์ ซึ่งออกอากาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ทางช่อง PBS สถานีโทรทัศน์เพื่อข่าวสารและการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ในสารคดีเรื่อง " Wild Way of the Vikings "
ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับชาว Vikings และถิ่นทุรกันดารที่พวกเขาอาศัยอยู่ในราว ค.ศ.1000

Vikings นั้นเป็นชนเผ่านักรบ นักการค้า ซึ่งเคยมีถิ่นฐานอยู่ในแถบนอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก ยุคไวกิง อยู่ระหว่าง ค.ศ.793-1066 (ใกล้เคียงกับยุคเชียงแสน ก่อนหน้าการสถาปนาราชวงศ์พระร่วง) ซึ่งในสารคดียังแสดงถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติของฝูงสัตว์สำคัญประจำถิ่นดังกล่าวคือ กวางเรนเดียร์
ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีพของชาว Vikings อย่างมาก มันเป็นแหล่งที่มาของอาหารและเครื่องมือเครื่องใช้จำเป็น โดยใช้ประโยชน์จากทั้งเนื้อ, หนัง, เขา และกระดูก และเครื่องมือในการล่าของชาว Vikings คือธนู ในขณะที่เรนเดียร์เองก็มีศัตรูตามธรรมชาติทั้งสุนัขป่าและหมี

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


ฉากที่โดดเด่นที่สุดฉากหนึ่งของสารคดีแสดงให้เห็น นักล่าคนหนึ่งกำลังเข้าใกล้ฝูงสัตว์ เขาง้างและปล่อยลูกศร เมื่อฝูงเรนเดียร์เห็นถึงภัยคุกคามร้ายแรงนั้น มันจะเริ่มวิ่งวนเป็นวงกลมอย่างต่อเนื่องร่วมกันทั้งฝูง ไปในทิศทางเดียวกันด้วยรูปก้นหอยในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งนอกจากทำให้ผู้ล่าเกิด
พะวักพะวง ไม่สามารถจับเป้ากวางตัวใดตัวหนึ่งได้แล้ว ยังสามารถอาศัยจำนวนที่มากกว่าเหยียบย่ำสังหารศัตรูได้อีกด้วย ทำให้นี่เป็นกลยุทธ์การป้องกันที่น่ากลัวของพวกมัน

พฤติกรรมของฝูงกวางเรนเดียร์ดังกล่าว เรียกปรากฏการณ์ที่เป็นกลยุทธ์การป้องกันตัวที่น่ากลัวของพวกมันนี้ว่า " Reindeer Cyclones " หรือ ‘hypnotic’ cyclone และเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมา The Moscow Times ได้โพสต์คลิปวิดีโอเดียวกันนี้ในบัญชีทวิตเตอร์ของพวกเขาเมื่อวันที่ 30
ระบุว่า มาจากเขต Murmansk Region ของรัสเซีย แสดงให้เห็น กวางเรนเดียร์วิ่งเป็นวงกลม เพื่อปกป้องกวางของพวกมันที่อยู่ตรงกลางจากผู้ล่า โดยช่างภาพ Lev Fedoseyev ซึ่งใช้โดรน


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ







Bait ball


ปลาเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์ ที่ใช้เทคนิคการป้องกันที่หลากหลายเพื่อให้ปลอดภัยจากนักล่าทั้งหมดที่เผชิญ ซึ่ง bait ball เป็นหนึ่งในวิธีการที่ baitfish หันมาใช้เมื่อรู้สึกว่าถูกคุกคาม รูปแบบที่น่าสนใจนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่งและเรือที่เห็นพวกมันทำ แต่มันก็ทำให้ปลาเป็นเป้าหมายได้ง่ายขึ้นสำหรับนักล่ามนุษย์

bait ball เกิดจากปลาตัวเล็ก ๆ เช่นปลาซาร์ดีน ว่ายน้ำอย่างแน่นหนาในรูปแบบลูกบอล เพื่อป้องกันตัวเองจากผู้ล่าหากรู้สึกว่าถูกคุกคาม โดยในขณะที่ปลาที่อยู่ในแนวปะการังจะสามารถซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ ปะการัง สาหร่าย ทะเลหรือโขดหินได้ แต่ปลาตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเปิดจะไม่มีที่หลบซ่อน ดังนั้น การเป็นปลาตัวเล็กในมหาสมุทรขนาดใหญ่นั้นเต็มไปด้วยอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกมันพบเห็นได้ง่าย และพยายามหลีกเลี่ยงการจับกินในน้ำที่โล่ง




การสร้าง bait ball นั้น มักเป็นเคล็ดลับสุดท้ายที่ปลาต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกกิน พวกมันจะใช้การป้องกันที่ดีกว่าก่อนโดยหันมาใช้ทางเลือกนี้ และเมื่อตัวเลือกอื่น ๆ หมดแล้ว พวกมันจะใช้ไหวพริบจากการรวมตัวของปลาทุกตัว นั่นคือ ในระหว่างการสร้าง bait ball ปลาแต่ละตัวจะพยายามหนีจากพื้นผิวด้านนอกของลูกบอลและเข้าไปด้านในของทรงกลม ด้วยวิธีนี้นักล่าจะต้องกำจัดปลาอื่น ๆ ทั้งหมดบนพื้นผิวนอกของลูกบอลเพื่อเข้าไปหาพวกมัน

โดยทั่วไป bait ball จะใช้เวลาไม่เกินสิบนาที เนื่องจากต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการสร้างลูกบอลที่อัดแน่นนี้  แต่สำหรับนักล่ามนุษย์จะเรียนรู้ว่าปลาตัวเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถโจมตีหรือจับกินได้ง่ายกว่า เมื่อพวกมันเข้าไปในรูปแบบของ bait ball ที่รวมกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งบางครั้งนักล่าเหล่านี้ก็ทำงานร่วมกับนักล่าชนิดอื่น ๆ เพื่อพยายามบีบบังคับปลาให้เป็นเหยื่อล่อ ซึ่งการเคลื่อนไหวของ bait ball เหล่านี้ สามารถเรียกร้องความสนใจจากนักล่าอื่น ๆ จากกลิ่นของปลาที่กลัวสามารถนำสัตว์นักล่าอื่น ๆ เข้ามาได้ด้วย




Amazing Fish Form Giant Ball to Scare Predators | Blue Planet | BBC Earth
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่