ผมเริ่มต้นชีวิตพนักงานรายเดือนตอนอายุ21
ในร.ง.ผลิตของเล่นเด็ก
วันแรกที่ผมสมัครงาน มัน
แบบ ตื่นเต้นมาก....เขามี
การอบรมที่ไม่เหมือนจะเข้า
ทำงานเลย เหมือนมาเข้าค่ายมากกว่า มีการกระซิบ
รหัสลับ แล้วให้คนที่สิบออกมาเฉลย ผมจำไม่ได้แล้วว่ามีกี่กลุ่ม แต่ที่รู้ๆกลุ่มไหนออกมาก็ฮากันลั่น
หมด (แต่ผมโกงด้วยการ
วิ่งไปเอาหูแนบฟังร่วมกับคนที่สองด้วย แต่กระนั้นตอนคนที่9กระซิบผม ผมก็ยังขำแทบตาย)
วันนั้นผมถูกชะตาเพื่อนคนนึง เธอเป็นผู้หญิงตัวสูง
สูงเท่าผมนี่แหละ เรามาถึงร.ง.พร้อมกัน รับใบสมัครก็พร้อมกัน และตอนจับกลุ่มผมก็ตั้งใจเข้ากลุ่มเดียวกับเธอ
เราได้เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี
ต่อกันมาก วันแรกเราฝึกงานในไลน์ด้วยกัน(เป็น
แค่ฝ่ายผลิตนะครับ เพราะจบแค่ ม.3)
ผมแอบช่วยเธอแก้งาน
ที่เธอทำพลาด จนช่วงเบรคของทุกวันคือไม่ได้พักเลย (เป็นงานตามสายพาน
ถ้าทำพลาดก็แยกไว้ แล้วมาแก้ทีหลังได้)
เราสนิทกันมาก จนโดนล้อ
ว่าเป็นแฟน แต่เราก็ไม่สนใจ ประมาณปีนึงได้
พี่ชายเธอก็มารับกลับบ้าน
เวลาอยู่กับคนที่เรารู้สึกดี
ด้วยเนี่ย บางครั้งคำพูดก็ไม่จำเป็น ..แค่ได้นั่งอยู่ข้างๆกัน แค่นั้นมันพอแล้ว
ครับ
ตอนลากันผมเศร้ามาก เธอร้องไห้ ผมก็อยากร้อง แต่อายไงก็เลยกลั้นไว้
หลังจากนั้นผมก็โดนย้าย
แผนก จากประกอบก็ย้ายไปฝ่ายผลิต ต้องอยู่กับpartsร้อนๆ ช่วงแรกมือผมพองทั้ง2ข้างเลยครับ
แต่พวกเพื่อนๆน่ารักมาก พอเครื่องเขางานทันก็จะมาช่วยผม ทั้งตัด,ทั้งแต่ง,ทั้งลงกล่อง ผมก็เลยตอบแทนด้วยของในสวนที่
บ้าน ผักบ้าง ผลไม้บ้าง
กำลังเพลินๆเพราะเริ่มเก่ง
แล้ว ผมก็ถูกย้ายอีกรอบ
แต่คราวนี้แค่ย้ายกะ
จากกะaไปกะb
ตอนแรกพวกเพื่อนก็ไม่
พอใจเพราะทั้งแผนกโดน
ย้ายแค่สองคน
แต่พอหัวหน้าเรียกผมไปชี้แจง ว่าไม่ได้กลั่นแกล้งหรืออะไร ที่ย้ายเพราะมองแล้วว่าเหมาะสม เขาบอกว่า ผมขยัน ไม่เคยหนีโอ
เพราะกะbโอทีเยอะและเขา
ต้องการผู้ชายที่มีที่พักอยู่ใกล้เพื่อซัพพอร์ตงาน
ประมาณว่านอกจากย้ายกะ
แล้วยังย้ายหน้าที่งานด้วย
ทีนี้ด้วยความที่เปลี่ยนตำแหน่งงาน หัวหน้าก็เลย
หาพี่เลี้ยง(ในงาน)ให้ผม
ตอนผมเจอหน้าครั้งแรก
(ให้ทาย)(ทายไม่ถูกเหรอครับ อ่ะ..งั้นเฉลยเลยละกัน) เป็นผู้หญิงที่หน้าโหด
มาก😄 ไม่เคยยิ้มและมีวาจาเชือดเฉือนหูคนฟังที่สุด อย่างถ้าเราถามว่า
"พี่ครับ ตรงนี้ว่างอยู่ เราฝากพาร์ทไว้ก่อนได้มั้ย"
แกก็จะตอบว่า
"ตามีนี่..เคยเห็นใครเอาพาร์ทมาไว้ตรงนี้หรือเปล่าล่ะ"
ตอนนั้นผมแอบท้อใจมาก
มีความรู้สึกว่า ไม่น่าจะทนไหว
แต่พอผมจะไปปรึกษาหัวหน้า แกก็บอกให้เข็นเข้าไปแล้วเอาป้าย 'ฝากวาง' มาติดให้ซะงั้น
ผมก็เลยรู้ ทีนี้ผมก็เลย
เปลี่ยนคำถามใหม่(ถ้าต้อง
การความช่วยเหลือ)จากได้
มั้ยเป็นทำยังไง แกก็จะค้อนควับ แต่ช่วยทุกครั้งนะ
ครับ
แกเป็นคนประหยัดมาก
จะห่อข้าวมากินเองทุกวัน
และเท่าที่มองดูเพื่อนร่วมงานไม่ชอบแกนัก(แต่แกเก่ง ทำเป็นทุกอย่าง และรู้จริง ตามความรู้สึกของผม
แกเก่งและแข็งงานมากกว่าหัวหน้าแผนกด้วยซ้ำ)
พอได้ผมมาเป็นบัดดี้
แกก็เทรนด์ผมอย่างหนัก
หนักจริงๆครับ
แกจะชี้ให้ผมทำนั่น (วางไว้ไม่ได้นะ ถ้าโดนความร้อนที่พื้นจะละลาย) ทำนี่ (ถ้ารั่วออกมาต้องเช็ด ไม่งั้นมันจะเช็ดยากถ้าทิ้งไว้) และจิปาถะ เล่นเอาผมแทบไม่มีเวลาว่าง ดีอย่างเดียวคือแกก็ทำด้วย
และพองานผมเริ่มไปได้สวย ก็เกิดเหตุการณ์นึงที่
ทำให้ผมจำแกได้ไม่ลืมมาจนทุกวันนี้
ขอต่อเป็นสองตอนละกันนะครับ❤️
*อุตส่าห์ตรวจทานแล้ว
ยังพลาดได้อีก
ขอโทษครับ*
ประสบการณ์ในการทำงานของผม
ในร.ง.ผลิตของเล่นเด็ก
วันแรกที่ผมสมัครงาน มัน
แบบ ตื่นเต้นมาก....เขามี
การอบรมที่ไม่เหมือนจะเข้า
ทำงานเลย เหมือนมาเข้าค่ายมากกว่า มีการกระซิบ
รหัสลับ แล้วให้คนที่สิบออกมาเฉลย ผมจำไม่ได้แล้วว่ามีกี่กลุ่ม แต่ที่รู้ๆกลุ่มไหนออกมาก็ฮากันลั่น
หมด (แต่ผมโกงด้วยการ
วิ่งไปเอาหูแนบฟังร่วมกับคนที่สองด้วย แต่กระนั้นตอนคนที่9กระซิบผม ผมก็ยังขำแทบตาย)
วันนั้นผมถูกชะตาเพื่อนคนนึง เธอเป็นผู้หญิงตัวสูง
สูงเท่าผมนี่แหละ เรามาถึงร.ง.พร้อมกัน รับใบสมัครก็พร้อมกัน และตอนจับกลุ่มผมก็ตั้งใจเข้ากลุ่มเดียวกับเธอ
เราได้เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี
ต่อกันมาก วันแรกเราฝึกงานในไลน์ด้วยกัน(เป็น
แค่ฝ่ายผลิตนะครับ เพราะจบแค่ ม.3)
ผมแอบช่วยเธอแก้งาน
ที่เธอทำพลาด จนช่วงเบรคของทุกวันคือไม่ได้พักเลย (เป็นงานตามสายพาน
ถ้าทำพลาดก็แยกไว้ แล้วมาแก้ทีหลังได้)
เราสนิทกันมาก จนโดนล้อ
ว่าเป็นแฟน แต่เราก็ไม่สนใจ ประมาณปีนึงได้
พี่ชายเธอก็มารับกลับบ้าน
เวลาอยู่กับคนที่เรารู้สึกดี
ด้วยเนี่ย บางครั้งคำพูดก็ไม่จำเป็น ..แค่ได้นั่งอยู่ข้างๆกัน แค่นั้นมันพอแล้ว
ครับ
ตอนลากันผมเศร้ามาก เธอร้องไห้ ผมก็อยากร้อง แต่อายไงก็เลยกลั้นไว้
หลังจากนั้นผมก็โดนย้าย
แผนก จากประกอบก็ย้ายไปฝ่ายผลิต ต้องอยู่กับpartsร้อนๆ ช่วงแรกมือผมพองทั้ง2ข้างเลยครับ
แต่พวกเพื่อนๆน่ารักมาก พอเครื่องเขางานทันก็จะมาช่วยผม ทั้งตัด,ทั้งแต่ง,ทั้งลงกล่อง ผมก็เลยตอบแทนด้วยของในสวนที่
บ้าน ผักบ้าง ผลไม้บ้าง
กำลังเพลินๆเพราะเริ่มเก่ง
แล้ว ผมก็ถูกย้ายอีกรอบ
แต่คราวนี้แค่ย้ายกะ
จากกะaไปกะb
ตอนแรกพวกเพื่อนก็ไม่
พอใจเพราะทั้งแผนกโดน
ย้ายแค่สองคน
แต่พอหัวหน้าเรียกผมไปชี้แจง ว่าไม่ได้กลั่นแกล้งหรืออะไร ที่ย้ายเพราะมองแล้วว่าเหมาะสม เขาบอกว่า ผมขยัน ไม่เคยหนีโอ
เพราะกะbโอทีเยอะและเขา
ต้องการผู้ชายที่มีที่พักอยู่ใกล้เพื่อซัพพอร์ตงาน
ประมาณว่านอกจากย้ายกะ
แล้วยังย้ายหน้าที่งานด้วย
ทีนี้ด้วยความที่เปลี่ยนตำแหน่งงาน หัวหน้าก็เลย
หาพี่เลี้ยง(ในงาน)ให้ผม
ตอนผมเจอหน้าครั้งแรก
(ให้ทาย)(ทายไม่ถูกเหรอครับ อ่ะ..งั้นเฉลยเลยละกัน) เป็นผู้หญิงที่หน้าโหด
มาก😄 ไม่เคยยิ้มและมีวาจาเชือดเฉือนหูคนฟังที่สุด อย่างถ้าเราถามว่า
"พี่ครับ ตรงนี้ว่างอยู่ เราฝากพาร์ทไว้ก่อนได้มั้ย"
แกก็จะตอบว่า
"ตามีนี่..เคยเห็นใครเอาพาร์ทมาไว้ตรงนี้หรือเปล่าล่ะ"
ตอนนั้นผมแอบท้อใจมาก
มีความรู้สึกว่า ไม่น่าจะทนไหว
แต่พอผมจะไปปรึกษาหัวหน้า แกก็บอกให้เข็นเข้าไปแล้วเอาป้าย 'ฝากวาง' มาติดให้ซะงั้น
ผมก็เลยรู้ ทีนี้ผมก็เลย
เปลี่ยนคำถามใหม่(ถ้าต้อง
การความช่วยเหลือ)จากได้
มั้ยเป็นทำยังไง แกก็จะค้อนควับ แต่ช่วยทุกครั้งนะ
ครับ
แกเป็นคนประหยัดมาก
จะห่อข้าวมากินเองทุกวัน
และเท่าที่มองดูเพื่อนร่วมงานไม่ชอบแกนัก(แต่แกเก่ง ทำเป็นทุกอย่าง และรู้จริง ตามความรู้สึกของผม
แกเก่งและแข็งงานมากกว่าหัวหน้าแผนกด้วยซ้ำ)
พอได้ผมมาเป็นบัดดี้
แกก็เทรนด์ผมอย่างหนัก
หนักจริงๆครับ
แกจะชี้ให้ผมทำนั่น (วางไว้ไม่ได้นะ ถ้าโดนความร้อนที่พื้นจะละลาย) ทำนี่ (ถ้ารั่วออกมาต้องเช็ด ไม่งั้นมันจะเช็ดยากถ้าทิ้งไว้) และจิปาถะ เล่นเอาผมแทบไม่มีเวลาว่าง ดีอย่างเดียวคือแกก็ทำด้วย
และพองานผมเริ่มไปได้สวย ก็เกิดเหตุการณ์นึงที่
ทำให้ผมจำแกได้ไม่ลืมมาจนทุกวันนี้
ขอต่อเป็นสองตอนละกันนะครับ❤️
*อุตส่าห์ตรวจทานแล้ว
ยังพลาดได้อีก
ขอโทษครับ*