หาเงินแบบไหนที่มั่นคง มีกินไป "ตลอดชีวิต"
ทุกวันนี้ การหาเงินนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรล้วนมีรายได้ทั้งสิ้น แต่คำถามก็คือ แล้วอาชีพไหนที่มั่นคง?!
แน่นอนครับว่าทุกคนต่างกังวลในเรื่องนี้ วันนี้ผมจะมาบอกวิธีให้คุณเรียนรู้และปรับตัวอย่างไรให้มีรายได้ที่ดี
และไม่เสี่ยงตกงาน แต่จะเป็นการปรับตัวอะไรนั้น ต้องมาดู…
ผมเชื่อว่าคำว่า “ความมั่นคง” เป็นคำที่อยู่คู่กับคนทำงานมาโดยตลอด ถ้าเป็นเมื่อก่อนการจ้างงานตลอดชีวิต จนไปถึงการเกษียณแล้วได้เงินบำนาญสำหรับใช้ไปตลอดคงเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ต่างก็ใฝ่ฝัน แต่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน ความมั่นคงระยะยาวได้กลายมาเป็นความไม่มั่นคงไปเสียแล้ว โดยให้คุณลองสังเกตจากบริษัทที่ดูเหมือนว่าจะมั่นคงเพราะมีอายุมาหลายร้อยปีแต่ก็อยู่ไม่รอดด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ฉะนั้น ใครหลาย ๆ คนจึงแสวงการหาเงินที่มั่นคง หรือ มีกินมีใช้ไป "ตลอดชีวิต" ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
ทว่าคุณเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “สิ่งที่แน่นนอนที่สุดก็คือความไม่แน่นอน” และ “สิ่งที่มั่นคงที่สุดก็คือการปรับตัว” มาบ้างไหมครับ?! ถ้าคุณลองคิดดูดี ๆ ทั้ง 2 สิ่งนี้มีความหมายที่สอดคล้องกัน นั่นก็คือ ถ้าหากคุณรู้ว่าสิ่งที่แน่นนอนที่สุดก็คือความไม่แน่นอน และความมั่นคงที่สุดคือการปรับตัว ก็แสดงว่า การหาเงินที่มั่นคงที่สุด คือ การหาเงินแบบปรับตัวอยู่ตลอดเวลา นั่นเอง
เมื่อคุณได้ยินเช่นนี้แล้ว อาจจะสงสัยว่าการหาเงินที่มั่นคงแล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับ “การปรับตัว” เดี๋ยวผมจะลองยกตัวอย่างให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น สมมุติว่า คุณสามารถหาเงินในแต่ละเดือน เดือนละ 50,000 บาท ตลอดมาไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ เอกชน ธุรกิจส่วนตัว หรืออะไรก็ตาม แล้วคุณได้เงินเดือนประมาณนี้มาตลอด เมื่อเวลาผ่านไปคุณเห็นว่ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักอย่าง เช่น ในปัจจุบันเหตุการณ์ที่คุณเห็นได้ชัด นั่นก็คือ จากอดีตที่ผู้คนมักจะซื้อสินค้าทางออฟไลน์เป็นส่วนใหญ่ ได้หันมาซื้อขายสินค้ากันทางออนไลน์กันเกือบ 100 % แล้ว และไม่แน่ว่าในอนาคตร้านขายของออฟไลน์ก็อาจจะเป็นแค่ร้านค้าที่ใช้สำหรับซื้อสินค้าสะดวกซื้อ หรือรีบใช้ในตอนนั้น ชั่วโมงนั้นก็เป็นได้ ซึ่งให้คุณดูจากธุรกิจร้านสะดวกซื้ออย่าง 7 Eleven ที่เค้ารู้ตัวและปรับตัวมาเป็นเวลานาน 10 ปี โดยใช้สโลแกนที่ว่า “หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาที่ 7 Eleven” ทั้ง ๆ ที่ในตอนเริ่มแรกไม่ได้ใช้สโลแกนนี้ แต่เนื่องจาก 7 Eleven ได้มองเห็นว่า ความหิวของคนนั้นบางครั้งมันรอไม่ได้ จึงใช้กลยุทธ์นี้ดึงดูดลูกค้าและถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ดังนั้น ทุกครั้งที่คนส่วนใหญ่หิวสิ่งแรกที่จะนึกขึ้นได้ก็คือ 7 Eleven ซึ่งธุรกิจในรูปแบบนี้การทำร้านค้าออนไลน์จึงไม่สามารถแทนที่ได้หรือแทนที่ได้ยาก เพราะคนไม่สามารถรอหรือทนความหิวได้นาน นั่นเอง

นี่แหละครับ เนื่องจาก 7 Eleven มีการปรับตัวและรู้ทันเหตุการณ์โลกอยู่ตลอดเวลา ธุรกิจของเขาถึงสามารถเจริญเติบโตได้แบบก้าวกระโดด หรือแม้แต่เจออุปสรรคก็สามารถผ่านมันไปได้ง่าย ดั่งกับที่ว่าคุณมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท จากการขายของออฟไลน์ เมื่อไหร่ที่คุณรู้ว่า “การขายของออนไลน์เริ่มมาแทนที่” คุณก็ต้องเริ่มที่จะเรียนรู้และลองก้าวเข้ามาศึกษาในส่วนนี้ แน่นอนว่าในช่วงเริ่มคุณอาจจะเหนื่อยหรือยุ่งไปบ้าง เมื่อต้องเอาตัวเองมาขายของทั้งในออฟไลน์และออนไลน์ แต่ถ้าคุณมีความคิดที่ว่าอดทนทำไปสักระยะไม่แน่ว่า อีกหน่อยร้านขายของแบบออฟไลน์ยอดเริ่มน้อยลงและมีรายได้จากร้านค้าออนไลน์มากขึ้น จนรายได้ที่คุณได้ในแต่ละเดือนเดือนละ 50,000 บาท ทั้งหมดไปอยู่ที่ร้านค้าออนไลน์ ก็อาจจะทำให้คุณตัดสินใจที่จะปิดร้านค้าออฟไลน์ลง เพื่อประหยัดค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ลงได้ ซึ่งสิ่งนี้เกิดจากการที่คุณค่อย ๆ ปรับตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและมีรายได้เท่าเดิมหรือมากกว่าแต่ก็ยังรักษาความมั่นคงไว้ได้

เมื่อฟังมาถึงจุดนี้ คุณอาจเริ่มมองเห็นข้อดีของ การหาเงินแบบปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่มากก็น้อย แต่ขั้นตอนต่อไปเราจะรู้ได้อย่างไรว่าการปรับตัวที่ดีและเราสามารถทำควบคู่ไปได้เลยนั้น ต้องทำอย่างไร วันนี้ผมมีคำตอบมาให้เรียบร้อยแล้วครับว่า การหาเงินแบบปรับตัวอยู่ตลอดเวลา นั้นสามารถทำได้อย่างไรและมีกี่ประเภทบ้าง ดังนี้
แบบที่ 1 ปรับทีละน้อย : คือการค่อย ๆ ปรับจากสิ่งที่ถนัดในตอนนั้น เช่น ครูสอนภาษาในโรงเรียนของคนอื่น > ครูออนไลน์ > นักเขียน > นักพูด > โรงเรียนของตัวเอง > แฟรนไชส์ > ขายอุปกรณ์การเรียน > ขายอุปกรณ์เครื่องเขียน > ขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน > ขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน > รับออกแบบ > รับสร้างบ้าน > ขายอุปกรณ์ก่อสร้าง > ทำอพาร์เมนต์ > ทำนายหน้าหาที่ดิน > ตั้งสมาคมนายหน้าต่างประเทศ > ทำโปรแกรมรวบรวมนายหน้าต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาให้เข้ากับสถานการณ์นั้น ๆ เมื่อไหร่ที่คุณมีการปรับตัวได้ ก็ต้องมีการขยับขยายป็นธรรมดาเและโอกาสที่คุณจะได้รู้จักหรือเรียนรู้จากผู้อื่นก็มีมากขึ้น แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวไปในทีละขั้น นั่นเอง
แบบที่ 2 ปรับทันที : ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างต้องใช้ความสามารถเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ปรับจากวิธีหาเงินแบบหนึ่ง ไปอีกแบบหนึ่งทันที โดยซึ่งไว้ความรู้ในการทำธุรกิจ เช่น ครู > ธุรกิจบ้านเช่า > ร้านอาหาร ถึงแม้ว่าการปรับตัวในแต่ละรูปแบบมีฐานความรู้ที่ต่างกัน แต่คุณเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์หรือสามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต จึงเป็นเรื่องไม่แปลกถ้าจะมีคนกลุ่มนี้ในยุคปัจจุบัน
ดังนั้น การหาเงินที่มั่นคงที่สุด คือ การหาเงินแบบปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และการปรับตัวตลอดเวลาคุณสามารถเลือกที่จะปรับตัวอย่างใดก็ได้ให้ตรงกับเป้าหมายของคุณ เพราะหัวใจหลักในการทำธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็มีจุดประสงค์คล้าย ๆ กัน นั่นก็คือ “คุณจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนมาใช้จ่ายสินค้าและบริการกับคุณ” โดยที่คุณต้องคอยเป็นคนแนะนำหรือแก้ไขปัญหาให้คนส่วนมากให้ได้ เท่านั้นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับการหาเงินที่มั่นคงในยุคปัจจุบัน ที่ไม่จำเป็นต้องมีเป็นข้าราชการเพียงอย่างเดียว ขอแค่คุณมีการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ทัน ซึ่งบางครั้งบางทีการปรับตัวอาจจะเป็นเรื่องของการเปิดใจหรือรับฟังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หรือคุณคิดว่าอย่างไรสามารถคอมเมนต์มาตามด้านล่างนี้เลยนะครับ
===================================================================
สำหรับใครที่อยากได้รับอรรถรสเพิ่มมากขึ้น สามารถคลิกวีดีโอได้ตามด้านล่างนี้นะครับ
หาเงินแบบไหนที่มั่นคง มีกินไป "ตลอดชีวิต"
ทว่าคุณเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “สิ่งที่แน่นนอนที่สุดก็คือความไม่แน่นอน” และ “สิ่งที่มั่นคงที่สุดก็คือการปรับตัว” มาบ้างไหมครับ?! ถ้าคุณลองคิดดูดี ๆ ทั้ง 2 สิ่งนี้มีความหมายที่สอดคล้องกัน นั่นก็คือ ถ้าหากคุณรู้ว่าสิ่งที่แน่นนอนที่สุดก็คือความไม่แน่นอน และความมั่นคงที่สุดคือการปรับตัว ก็แสดงว่า การหาเงินที่มั่นคงที่สุด คือ การหาเงินแบบปรับตัวอยู่ตลอดเวลา นั่นเอง
เมื่อคุณได้ยินเช่นนี้แล้ว อาจจะสงสัยว่าการหาเงินที่มั่นคงแล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับ “การปรับตัว” เดี๋ยวผมจะลองยกตัวอย่างให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น สมมุติว่า คุณสามารถหาเงินในแต่ละเดือน เดือนละ 50,000 บาท ตลอดมาไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ เอกชน ธุรกิจส่วนตัว หรืออะไรก็ตาม แล้วคุณได้เงินเดือนประมาณนี้มาตลอด เมื่อเวลาผ่านไปคุณเห็นว่ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักอย่าง เช่น ในปัจจุบันเหตุการณ์ที่คุณเห็นได้ชัด นั่นก็คือ จากอดีตที่ผู้คนมักจะซื้อสินค้าทางออฟไลน์เป็นส่วนใหญ่ ได้หันมาซื้อขายสินค้ากันทางออนไลน์กันเกือบ 100 % แล้ว และไม่แน่ว่าในอนาคตร้านขายของออฟไลน์ก็อาจจะเป็นแค่ร้านค้าที่ใช้สำหรับซื้อสินค้าสะดวกซื้อ หรือรีบใช้ในตอนนั้น ชั่วโมงนั้นก็เป็นได้ ซึ่งให้คุณดูจากธุรกิจร้านสะดวกซื้ออย่าง 7 Eleven ที่เค้ารู้ตัวและปรับตัวมาเป็นเวลานาน 10 ปี โดยใช้สโลแกนที่ว่า “หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาที่ 7 Eleven” ทั้ง ๆ ที่ในตอนเริ่มแรกไม่ได้ใช้สโลแกนนี้ แต่เนื่องจาก 7 Eleven ได้มองเห็นว่า ความหิวของคนนั้นบางครั้งมันรอไม่ได้ จึงใช้กลยุทธ์นี้ดึงดูดลูกค้าและถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ดังนั้น ทุกครั้งที่คนส่วนใหญ่หิวสิ่งแรกที่จะนึกขึ้นได้ก็คือ 7 Eleven ซึ่งธุรกิจในรูปแบบนี้การทำร้านค้าออนไลน์จึงไม่สามารถแทนที่ได้หรือแทนที่ได้ยาก เพราะคนไม่สามารถรอหรือทนความหิวได้นาน นั่นเอง
แบบที่ 1 ปรับทีละน้อย : คือการค่อย ๆ ปรับจากสิ่งที่ถนัดในตอนนั้น เช่น ครูสอนภาษาในโรงเรียนของคนอื่น > ครูออนไลน์ > นักเขียน > นักพูด > โรงเรียนของตัวเอง > แฟรนไชส์ > ขายอุปกรณ์การเรียน > ขายอุปกรณ์เครื่องเขียน > ขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน > ขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน > รับออกแบบ > รับสร้างบ้าน > ขายอุปกรณ์ก่อสร้าง > ทำอพาร์เมนต์ > ทำนายหน้าหาที่ดิน > ตั้งสมาคมนายหน้าต่างประเทศ > ทำโปรแกรมรวบรวมนายหน้าต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาให้เข้ากับสถานการณ์นั้น ๆ เมื่อไหร่ที่คุณมีการปรับตัวได้ ก็ต้องมีการขยับขยายป็นธรรมดาเและโอกาสที่คุณจะได้รู้จักหรือเรียนรู้จากผู้อื่นก็มีมากขึ้น แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวไปในทีละขั้น นั่นเอง
ดังนั้น การหาเงินที่มั่นคงที่สุด คือ การหาเงินแบบปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และการปรับตัวตลอดเวลาคุณสามารถเลือกที่จะปรับตัวอย่างใดก็ได้ให้ตรงกับเป้าหมายของคุณ เพราะหัวใจหลักในการทำธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็มีจุดประสงค์คล้าย ๆ กัน นั่นก็คือ “คุณจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนมาใช้จ่ายสินค้าและบริการกับคุณ” โดยที่คุณต้องคอยเป็นคนแนะนำหรือแก้ไขปัญหาให้คนส่วนมากให้ได้ เท่านั้นเอง