มีใครเคยตกหลุมรักใครสักคนตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอมั้ยคะ??

เพี้ยนหลงรัก นั่นแหละฮ้ะ อยากรู้ว่าเพื่อน ๆ มีใครเคย "ตกหลุมรัก" ใครสักคนตั้งแต่แรกเจอเลยหรือเปล่า อยากรู้จักอยากคุย เจอแล้วแบบ "ไอบ้าเอ้ยย ทำไมพึ่งเจอนะ" อะไรแบบนี้ แล้วทำยังไงบ้างคะ หรือแค่ตกหลุมรักแล้วปล่อยให้ผ่าน ๆ ไป >>มาแชร์กันเร๊วววว<<

***** งั้นจขกท. ขออนุญาติแชร์ประสบการณ์ด้านนี้สด ๆ ร้อน ๆ ไว้ตรงนี้เลยละกันนะ แฮร่ ๆ ****
ขอแนะนำตัวนิสนึงนะ เราเป็นเด็กมหา'ลัย บ้านอยู่โคราช แต่ไปเรียนที่สารคาม หน้าตาก็ปกติไม่ได้พิมพ์นิยมหรืออะไร สูง 168 อวบหน่อย ๆ ผิวขาวเหลือง เป็นคนหลายสไตล์ ติสท์ หวาน เท่ คูล ๆ ได้หมดแล้วแต่ช่วง ฮ่า ๆ มา ๆ เข้าเรื่องกันน
เรื่องมีอยู่ว่า... ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ต้องกลับไปสอบไฟนอลที่มหาลัย (ซึ่งเนื่องจากโควิดอะเน้อะก็เลยได้เรียน-สอบออนไลน์ส้ะส่วนมาก) แต่พอดีว่าวิชาเอกเราได้สอบที่มหาลัย นั่นแหละ หลังจากสอบวันสุดท้ายเสร็จช่วงเช้า ก็เลยว่าจะรีบขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน ปกติเราจะให้พ่อไปรับ-ส่ง สารคาม-โคราชเกือบตลอด แต่ครั้งนี้อยากกลับเอง เราก็เลยไปขึ้นรถที่บริษัททัวร์ แต่พอไปถึง... ปรากฏว่า ไม่มีรอบรถในช่วงนั้น เราก็เลยเปลี่ยนแพลนใหม่ ตัดสินใจกลับไปขึ้นรถที่บขส. (ไม่ค่อยอยากขึ้นรถของบขส.เพราะว่าคนเยอะและรถเสียบ่อยมากแม่!! Facepalm)  แต่ครั้งนี้ต้องกลับบ้านจริง ๆ ก็เลยต้องขึ้น เรารอรถตั้งแต่ตอนบ่ายโมง ได้ขึ้นรถตอนบ่ายสอง หลังจากนั้นก็นั่งรถมาได้สัก 30 นาที ฟังเพลงเคลิ้ม ๆ พร้อมหลับมาก  สักพัก เสียงรถเริ่มเบาลง ใช่จ้าาา รถเสียอีกตามคาดด ยังไม่ทันออกจากสารคามเลยแม่!! จอดซ่อมรถที่ขนส่งกันตามระเบียบ ทุกคนบนรถก็พากันเดินลงจากรถ มานั่งที่อาคารพักผู้โดยสารรวมถึงเราด้วย เพื่อรอให้รถซ่อมเสร็จ เราก็นั่งพร้อมกับหูฟัง ฟังเพลงให้ใจเย็น สายตาเรามองไปเห็นผู้ชายตัวสูงคนนึง อายุน่าจะสามสิบต้น ๆ เดินอยู่ในอาคาร ใส่เสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ เอาแมสก์ลงเลยทำให้เราเห็นหน้าเขาแบบชัดเจน ตอนนั้นก็ไม่ได้อะไร แต่แอบคิดในใจว่า พี่คนนั้นก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย 5555 สารภาพเลยว่าหลังจากที่เห็น เราก็มองพี่เขามาตลอด แล้วมีฉากหนึ่งที่ทำให้เรา ประทับใจในตัวเขา คือตอนที่พี่เขาเดินไปเล่นกับเด็กประมาณหนึ่งขวบที่ถูกอุ้มอยู่  พี่เขาถอดแมสก์อีกครั้ง ก้มตัวลงเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น น่ารักและอ่อนโยนที่มอบให้กับเด็กคนนั้นที่ทำให้เราอดยิ้มตามไม่ได้ ใช่ค่ะ เราตกหลุมรักเพราะความอ่อนโยนของพี่เขาจริง ๆ หลังจากนั้นรอยยิ้มนั้นก็โดนฝังในสมองเราเรียบร้อย ความรู้สึกตอนนั้นคืออยากคุยด้วย อยากรู้จักให้มากขึ้น ไม่ได้หวังว่าจะให้เป็นแบบไหน แค่ขอให้ได้รู้จักก็พอ : )

เวลาล่วงเลยไปนานถึงเกือบ 2 ชม. ที่ติดอยู่ที่นั่น พี่คนขับก็เลยประสานงานให้รถอีกคันมารับ ระหว่างที่รอรถอีกคัน พี่คนขับก็ให้ขึ้นไปเก็บสัมภาระบนรถลงมา  เรามองไปเห็นพี่คนนั้นขึ้นไปเก็บของบนรถ ทำให้เรารู้ว่า พี่เขาก็ขึ้นคันเดียวกันกับเรานี่หน่าา โปรดเรียกมันว่า พรหมลิขิตโว้ยยย อิอิ
แต่ แต่ แต่ หลังจากที่เก็บของลงมาหมดแล้ว ก็ต้องนั่งรอรถอีกคัน อิชั้นมีความรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบมองชั้นอยู่ แน่นอนว่านี่คิดว่าต้องเป็นพี่คนนั้น    แน่ ๆ ที่มองมา กรี๊ดดดโซนมโน ก็มันมีบางครั้งที่เรามองพี่เขา แล้วพี่เขาก็มองมาที่เราทำให้เราสบตากันพอดี ><" ใจบางไปหมดแน้ววว

พักตรงนี้ไปก่อน  >>> สัก 20 นาที รถอีกคันก็มาถึง แน่นอนว่าคนมันเยอะเลยไม่ได้เลือกที่นั่งเอง (ถ้าเลือกเองคงถือโอกาสไปนั่งกับพี่เสื้อดำคนนั้น 5555)
พี่พนักงานบนรถเลยจัดให้เราไปนั่งโซนด้านหน้าที่ว่างอยู่ ส่วนผู้ชายให้ขึ้นทีหลัง นาทีนั้นคงหมดสิทธิ์ที่จะอยู่ใกล้พี่เขาแล้วแหละ ไม่รู้ด้วยว่าพี่เขาจะลงที่ไหน  นั่งรถไปเรื่อย ๆ จนถึงขอนแก่น เราหันไปข้างหลังไปมองคนด้านหลัง แต่แล้ว... พรหมลิขิตยังคงเข้าข้างชั้นอยู่นะทุกคนนน ใช่ค่าา พี่เขานั่งอยู่เบาะด้านหลังเลยย โอ้โหววว นั่งมาตั้งนานพึ่งรู้ แงงงง เราหันกลับมาด้วยความเร็ว แล้วก็ได้แต่ครุ่นคิดกับร่างที่สองของตัวเอง ว่าจะทำยังไงดี อยากรู้จักจริง ๆ ว่ะ กับคนนี้ คิดอยู่สักพัก เอาวะ ! เป็นไงเป็นกัน เปิดกระเป๋าหากระดาษกับดินสอ เขียนจดหมายเล็ก ๆ ให้พี่เขาดีกว่า มาขนาดนี้แล้ว ถ้าให้ปล่อยไปเฉย ๆ คงไม่ได้รู้จักกันแน่ ๆ  "พี่น่ารักมาก เวลาเล่นกับเด็ก ยิ้มสวยด้วย ^^ *แปะชื่อเฟสไป* ปล.เขียนไม่ถนัด แฮร่" ที่บอกว่าเขียนไม่ถนัดเพราะเขียนตอนรถวิ่ง5555
That's right นั่นแหละฮ้ะคือข้อความในจดหมายที่เขียนไปในกระดาษเล็ก ๆ เขียนเสร็จใจเราเต้นแรงมาก คิดกับตัวเองว่าจะให้เลยมั้ยหรือยังไงดี (คิดกับตัวเองเก่งมาก5555) 
สุดท้ายเราตัดสินใจว่า เรารอให้พี่เขาลงก่อนแล้วค่อยยื่นให้ หรือถ้านี่ลงก่อนก็จะให้ตอนลง ช่วงนั้นก็คือยิ้มราวกับคนเมากัญชา ฮ่า ๆ
รถวิ่งมาเรื่อย ๆ จนถึงโคราช ที่ที่เราต้องลงแล้ว เราเก็บของเตรียมลงรถและหันไปที่ที่นั่งข้างหลังพร้อมยื่นโน๊ตเล็ก ๆ ไปให้พี่คนนั้น แน่นอนว่ามันยากมากที่จะพลีชีพส่งโน๊ตไปให้ผช. ก่อน รับบทตัวรุก5555 แต่มันต้องทำมั้ยอะ ไม่ทำคือพลาดแล้วนะ ยื่นให้เสร็จเราก็เดินลงมาจากรถ
เป็นการที่นั่งรถกลับบ้านที่ใจฟูสุด ๆ เหนื่อยนะแต่โคตรคุ้ม
ไม่รู้ว่าการที่เราพลาดเที่ยวรถอีกบริษัทนึง แล้วได้มาขึ้นรถของบริษัทนี้ มันคือ destiny ที่ทำให้เราและเขามาเจอกันหรือเปล่านะเพี้ยนมโน        ว่าซั่นนน     เรากลับถึงบ้าน จดจ่อกับการที่รอพี่เขาแอดเฟสมา เราก็รอ ตั้งแต่ 1 ทุ่ม จนถึง...

เวลา 23:01 น. มีแจ้งเตือนหนึ่งดังขึ้นมาบนหน้าจอ เราเปิดดู " .... sent you a friend request"  ฮื้อออ นานีนั้นอิชั้นไม่อยากเชื่อในสายตา เหมือนฝันมากกก พี่เขาแอดเรามาแล้วอะแก น้ำตาจะไหล ฝันที่ไม่กล้าฝันน complete relationship มาก ๆ  ขอแค่นี้จริง ๆ ไม่ขอไปมากกว่านี้เลย ขอบคุณพระเจ้านะคะ นาน ๆ จะใจฟู 😂😊
เวลา 23:23 messenger ดังขึ้นมา .....
: พี่ชอบนะที่เราส่งกระดาษมา น่ารักดี
- ก็ยังรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตอนนั้นตัดสินใจยื่นกระดาษใบนั้นไป ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น -เพี้ยนเขิน
🚌ต่อจากนี้ ไม่ว่า relationship ของเราจะเป็นยังไง แต่แค่ได้รู้จักเขาก็ดีมาก ๆ แล้ว 🤍
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่