เราอยากจะขอคำแนะนำจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ เกี่ยวกับการต่อเติมบ้าน (ในมุมของผู้ต่อเติม)
เพราะว่าตอนนี้เรามีปัญหากับเพื่อนบ้านหนักมาก ถึงขนาดทุบส่วนที่ต่อเติมไปแล้วก็ยังไม่พอใจ
โดยเราขอเล่าเป็นลำดับ ๆ เพื่อความเข้าใจง่ายนะครับ
1. ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ชานเมือง เป็นระยะเวลามากกกว่า 10 ปี และครอบครัวเราตัดสินใจซื้อบ้านมือ 2 (ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านหลังปัจจุบันของเรา เนื่องจาก น้องชายจะแต่งงานและอยากขยายบ้านและเห็นว่าโครงสร้างของบ้านแข็งแรงและอยู่ใกล้ๆกัน จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจซื้อบ้านหลังดังกล่าว
2. แน่นอนว่าเราอยู่ที่นี่มากว่า 10 ปีจึงรู้นิสัยเพื่อนบ้านดี เพื่อนบ้านที่คาดว่าน่าจะมีปัญหามากที่สุดก็คือเพื่อนบ้านฝั่งขวา เนื่องจากเป็นผู้ชายอายุประมาณ 40 ทำอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เป็นผู้ชายเจ้าสำอาง นิสัยขี้หงุดหวิด อารมณ์ร้อนง่าย ใจร้อน ขี้โวยวาย เคยมีปัญหากับเจ้าของบ้านคนเก่าด้วยเรื่องการทำอาหารและส่งกลิ่นไปยังบ้านของเค้า เรื่องเด็กวิ่งเสียงดังและรบกวนเวลานอนเค้าอันนี้เราเข้าใจเนื่องจากอาชีพของเค้าทำให้เค้าพักผ่อนแบะกลับบ้านไม่ตรงเวลา จากเหตุผลดังกล่าวเราตัดสินใจต่อเติมครัวบ้านหลังที่เราซื้อเนื่องจากครัวเป็นแบบเปิด คืออยู่ด้านนอกของบ้าน (ด้านริมขวาของบ้าน เปิดประตูไปจะเป็นล็อคทำครัว) และทำรั้วระแนงสูงประมาณ 70 เซนติเมตร เนื่องจากกลัวว่าการทำกับข้าวของเราหรือการใช้ชีวิตในบ้านเราจะไปรบกวนเพื่อนบ้าน จึงทำครัวให้เป็นสัดส่วนปิดมิดชิดดีกว่า
3. เราตัดสินใจแจ้งเพื่อนบ้านทั้ง 3 ด้าน
- แจ้งเพื่อนบ้านด้านหลัง แจ้งว่าเราจะต่อเติมครัวไปจนเกือบสุดรั้ว แต่เราเว้นช่องว่างระหว่างรั้วกับครัวที่เราจะต่อเติมใหม่ให้ โดยเราไม่ได้ต่อเติมไปบนรั้วของเพื่อนบ้าน และจะทำรางน้ำกันน้ำฝนไหลไป ซึ่งเพื่อนบ้านยินยอม
- แจ้งเพื่อนบ้านด้านซ้าย แจ้งว่าเราจะทำรั้วระแรงบนรั้วเดิมสูง 70 เซนติเมตร ซึ่งเพื่อนบ้านยินยอม
- แจ้งเพื่อนบ้านฝั่งขวา ว่าเราจะต่อเติมครัวโดยเว้นระยะห่างรั้ว ทำรางน้ำฝน และทำระแนงสูง 70 เซนติเมตร โดยระแนงทุกส่วนจะทาสีทั้ง 2 ด้านเพื่อความสวยงาม เพื่อนบ้านยินยอมแต่ต้องถูกกฏหมาย
4. เพื่อนบ้านฝั่งขวา ส่วนที่เราจะต่อเติมครัวแจ้งว่าเค้าต้องการให้เราเว้นช่องห่างระหว่างรั้ว 50 เซนติเมตร และรั้วระแนงอยากทำก็ทำไป รับทราบ
5. ช่างวัดระยะห่างจากรั้วออกมา 50 เซนติเมตร ดำเนินการวางเสาเหล็ก ก่ออิฐมวลเบา สูงได้ประมาณเอว เพื่อนบ้านเอาตลับเมตรมาวัดแจ้งว่าระยะห่างไม่ได้ 50 เซนติเมตร ให้รื้อทิ้ง ซึ่งเราไปวัดแล้วได้ประมาณ 45 เซนติเมตร
6. ช่างหยุดสร้างส่วนครัวเพื่อหาทางออก จึงไปสร้างในส่วนของรั้วระแนงก่อน ทำให้เพื่อนบ้านไม่พอใจ ประมาณว่าเราเพิกเฉย ไม่ยอมทุบครัวทิ้งและยังรั้นมาสร้างรั้วระแนงต่อ เพื่อบ้านไปแจ้งฝ่ายโยธาของเขตให้มาดำเนินการกับเรา
7. ฝ่ายโยธาของเขตแจ้งว่าประกาศกระทรวงสามารถต่อเติมผนังทึบได้โดยห่าง 50 เซนติเมตร แต่ขึ้นอยู่กับผังเมือง ซึ่งผังเมืองที่ประกาศมาในปี 2563 เขตนี้เป็นพื้นที่สีเขียว ไม่สามารถยกเว้นได้ ต้องสร้างห่างจากเขตที่ดิน 1 เมตร ซึ่งหมายความาว่าไม่สามารถต่อเติมได้แบบถูกกฏหมาย แต่สามารถต่อเติมได้โดยได้รับความยินยอมจากเพื่อนบ้าน เขตจึงแนะนำให้เจรจากันอีกรอบเพราะความขัดแย้งเกิดจากความคลาดเคลื่อน 5 เซนติเมตร ถือว่าเรามีเจตนาจะเว้นแล้วแต่อาจจะคลาดเคลื่อนด้วยเหตุผลต่าง ๆ
8. "นิสัยคนไทยก็เป็นแบบนี้ หยาบๆคือเห็นแก่ตัว เอาคำว่าเพื่อนบ้านเคยพึ่งพาอาศัยกันมาอ้างในการทำความผิด" นี่คือคำตอบที่ได้รับจากการเจรจาครั้งแรก
9. เจรจาครั้งที่ 2 ได้ข้อสรุปว่า เค้ายินยอมให้เราก่อสร้างโดยต้องเว้นระยะห่างจากรั้ว 50 เซนติเมตร (วัดจากการเอาลูกดิ่งทิ้งลงมาจากหลังคาต้องได้ 50 เซนติเมตร) และรั้วระแนงไม่ยิมยอมให้สร้าง อยากจะสร้างให้ไปสร้างในเขตบ้านตัวเองอย่ามาอาศัยบนรั้ว ซึ่งมีกรรมสิทธิ์ร่วมนี้
10. ทางเขตให้ทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับการยินยอมให้สร้างนี้เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อนบ้านไม่ทำ เพื่อนบ้านแจ้งว่าเค้ายินยอมให้สร้าง ตามเงื่อนไขที่เค้าแจ้งคือ รั้วระแนงต้องตั้งเสาทำในพื้นที่ของเรา และครัวหรือส่วนต่อเติมต้องห่างจากรั้วบ้าน 50 เซนติเมตร ณ. วันนี้เค้ารับทราบและยินยอมแต่ในอนาคตไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นอีก จึงขอไม่ทำเอกสารยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
11. เราปรึกษาฝ่ายโยธาของเขตอีกรอบ เราจึงตัดสินใจทุบครัวทิ้ง และสร้างตามคำแนะนำของเขตแทนคือ สร้างกันสาดยื่นออกแทน ครัวยังเป็นครัวเปิดแต่มีกันสาดมากันฝนทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น โดยกันสาดต้องเป็นโครงเหล็กยื่นออกมาจากตัวอาคารสามารถถอดออกได้ ห้ามมีเสาตั้งที่พื้น อันนั้นถือเป็นกันสาดไม่ใช่ส่วนต่อเติมบ้าน และรั้วระแนงให้ตั้งเสาเหล็กในที่ดินของบ้านเรา ห้ามยึดโครงสร้างกับรั้วบ้าน โดยสามารถทำสูงได้ไม่เกิน 10 เมตร (โดยเราตัดสินใจทำสูงจากพื้นดิน 3 เมตร)
12. เราแจ้งเพื่อนบ้านว่าเราจะไม่ต่อเติมแล้ว เราจะเอารั้วระแนงลงจากรั้วให้ เพื่อบ้านรับทราบและแจ้งกับเราว่า ทำไปเรื่อยๆ ทำตอนไหนก็ได้ เราเลยแจ้งว่าเราขอย้ายเป็นส่วนสุดท้าย ขอต่อเติมโรงรถ ปูกระเบื้องให้เสร็จก่อน เพื่อนบ้านยินยอม
13. ช่างสร้างโรงรถเสร็จปูกะเบื้องได้ประมาณ 80% จึงเริ่มตั้งเสาเหล็กและย้ายรั้วระแนงลงมา ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากเพื่อนบ้านบอกว่า รั้วระแนงที่เราสร้างใหม่ในเขตที่ดินของเรามันสูงเกิน เค้าไม่ชอบ เค้ารับไม่ได้ ส่วนครัวแม้ว่าเราทุบทิ้งแล้วแต่ยังพยายามทำหลังคากันสาดยื่นออกมา (ทั้งๆที่บ้านเค้าก็ทำ) มันใหญ่เกินไปเค้ารับไม่ได้ เค้าบอกเราเพิกเฉยต่อคำร้องขอของเค้า เค้าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด วันนี้เพื่อนบ้านคนนี้เดินเข้ามาในบ้านของเรา ชี้หน้าด่าช่างว่าพวกแกผิด พวกแกจะต้องถูกปรับเงิน แล้วหันหน้ามากระแทงเสียงใส่แม่เราซึ่งอยู่บ้านฝั่งตรงข้ามว่า ผู้ว่าจ้างต้องติดคุก เราไม่เข้าใจว่าเราเพิกเฉยตรงไหน ไม่พอใจเราก็ทุบทิ้งให้ เราเลยถามกลับไปว่า เพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านด้านหลังบ้านของคุณต่อเติมเหมือนกัน ยิ่งกว่าเราอีกคือทำรั้วมาชิดบนกำแพงบ้านคุณเลย ทำไมคุณไม่มีปัญหากับเค้า แต่เราพยายามทำให้ถูกต้อง คุณอยากให้ทุบเราก็ทุบ อยากให้ทำอะไรเราก็ทำแล้ว ทำไมคุณยังไม่พอใจ เค้าแจ้งว่า เค้ามีโต๊ะนั่งเล่นตรงห้องครัว ซึ่งมองมาจะเป็นครัวบ้านเราพอดี เค้าไม่อยากเห็นการต่อเติมตรงนี้ ถ้าเค้านั่งเล่นตรงนี้เค้าต้องมองเห็นบ้านเรา เค้ามองไม่เห็นบ้านคนอื่น ดังนั้นฝั่งไหนจะต่อเติมอย่างไรก็ทำไม แต่ฝั่งบ้านเรา เค้าจะไม่ยอมให้ต่อเติมเด็ดขาด
14. สรุปคือเพื่อนบ้านคนนี้ไม่อยากให้เราต่อเติมอะไรเลย แถมวันนี้บุกรุกเข้ามาในบ้านของเรา โวยวาย ด่าช่าง มายืนหน้าบ้านเราตะโกนคุยกับแม่เราเสียงดัง ๆ เวลาเลิกงานเรา พ่อ น้องกลับมาบ้าน เค้าไม่เคยเดินมาคุย แต่พอช่วงสาย ๆ บ่าย ๆ แม่เราอยู่บ้านคนเดีย เค้าชอบเดินมามองหน้าบ้าน มาด้อมๆ มองๆ ช่าง มาตะโกนว่าช่าง มาตะโกนเรียกแม่เรา แม่เรารู้สึกไม่ปลอดภัย ช่างก็กล้าๆกลัวๆ ไปหมดแล้ว
15. ถ้าสงสัยว่าเรากับเพื่อนบ้านคนนี้เมื่อก่อนมีปัญหากันไหม ขอบอกเลยว่าเพื่อนบ้านคนนี้แต่ก่อนไม่เคยมีปัญหาอะไรกับบ้านเราเลย สนิทกันเรียกได้ว่า ทำกับข้าวแล้วหอบมานั่งกินข้าวด้วยกันเกือบทุกวัน แม่บ้านของเค้า เราก็เอาชื่อเข้าเป็นลูกจ้างในบริษัท เพื่อจะได้มีสิทธิ์ส่งประกันสังคม จนตอนนี้ออกไปประกันตัวเองเรียบร้อยแล้ว เราไม่ทราบสาเหตุที่เค้าไม่พอใจเรา หรือครอบครัวเราทำอะไรให้เค้าไม่พอใจเลยสักนิด
วันพรุ่งนี้เพื่อนบ้านจะไปแจ้งเขตอีกครั้ง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบเรา เค้าบอกว่าจะให้เรารื้อทุกอย่างให้ได้
ตอนนี้เรากับครอบครัวเครียดมาก ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ส่วนของครัวที่สร้างไปแล้วต้องรื้อ หมดเงินไปหลายหมื่นแล้ว รั้วระแนงก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ ทำตามความต้อวการของเพื่อนบ้านทั้งหมดแล้ว เพื่อนบ้านหลังอื่น ๆ ทราบเรื่องหมด ได้แต่ให้กำลังใจ แล้วก็เอือมระอา พูดเป็นเสียงเดียวกันหมดแล้วว่าอยู่ยากแล้วละ อยากถามเพื่อน ๆ ว่าใครมีประสบการณ์ด้านนี้ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของผู้ต่อเติมเอง หรือมุมมองของเพื่อนบ้านเองก็ดี ซึ่งผมว่า ผมไม่ได้ต่อเติมบ้านโดยไปล่วงล้ำพื้นที่หรือสร้างปัญหาอะไรให้เพื่อนบ้านเลยนะครับ หรือว่าผมทำอะไรผิด แล้วพอมีทางแก้ไขปัญหานี้ไหม
หลายๆ คนรอบๆตัวผมแนะนำทางออกมาทางนึงคือ ขายบ้ายทิ้งแล้วไปหาหลังใหม่ดีกว่า เพราะอยู่ไม่เป็นสุขแน่นอน
แต่ผมซื้อไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะขาย อีกอย่างผมว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่การต่อเติม แต่มีอาจจะอยู่ที่ตัวเค้ากับครอบครัวผมซะมากกว่า
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำครับ
ขอคำแนะนำ มีปัญหากับเพื่อนบ้านไม่จบสิ้น เรื่องต่อเติมบ้าน