ประสบการณ์ แอตมิต รพ.จิตเวท ที่ผมไม่มีทางลืม

สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเขียนกระทู้ถ้าหากผิดพลาดประการใดของอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอชี้แจงก่อนว่าผมไม่คิดจะเอาผิดรพ.หรือให้เกิดกระแสใดๆผมต้องการเพียงที่ๆผมสามารถระบายสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของผมออกมา 
เหตุการณ์ที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้คือเหตุการณ์ที่ผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว 
- ตัวผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปีและมีความคิดฆ่าตัวตาย สาเหตุก็มาจากทั้งปัญหาครอบครัวและสังคม ผมสูญสิ้นความเป็นตัวเองมีปัญหาทั้งด้านการงาน การเรียน และนำไปสู่การเลิกรากับคนรัก ผมสับสนไร้ที่พึ่งไม่รู้ว่าจะก้าวต่อไปยังไง พอดีผมได้มีโอกาสโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ผมจึงตัดสินใจเข้ารับการรักษากับรพ.จิตเวทแห่งหนึ่งในเขตปริมณฑลตามที่สายด่วนแนะนำ ผมเข้ารับการรักษากับรพ.แห่งนี้เป็นเวลาเกือบจะ1ปี ตอนนั้นผมได้เจอคุณหมอท่านหนึ่งที่ทำให้ผมอยากจะกลับมามีชีวิต ผมไม่เคยรู้สึกสบายใจแบบนี้เลยตั้งแต่จำความได้ ท่านคือคนที่ทำให้ผมได้รู้ว่าสิ่งที่มีค่ามากกว่าสิ่งใดบนโลกคือการที่มีคนรับฟังเราอย่างเข้าใจและไม่ตัดสิน ณ ตอนนั้นคุณหมอเหมือนเป็นแสงสว่างเดียวในหลุมดำที่มืดมิดของผม ท่านก้าวเข้ามาในหลุมและค่อยๆนั่งลงข้างๆคอยให้กำลังใจผมอยู่ตลอดไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหน ผมรู้สึกอยากหาย อยากกลับมาใช้ชีวิตที่มีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งโลกที่กำลังสดใสก็ได้ทลายลงเหตุการณ์วันนั้นเป็นวันที่ผมทะเลาะกับแม่ (ต้องขอเล่าก่อนนะครับว่า แม่ ของผมรับรู้มาตลอดว่าผมกำลังรักษาแต่ท่านไม่เข้าใจและไม่ยอมรับว่าผมป่วย) วันนั้นผมตัดสินใจขับรถไปหาคุณหมอที่รพ. ผมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้คุณหมอฟัง เราคุยกันอยู๋นาน คุณหมอออกไปปรึกษากับอ.แพทย์ จึงบอกให้ผมรออยู่กับบุรุษพยาบาลคนนึง ผ่านไปสักพักคุณหมอก็กลับมาและบอกผมว่าให้แอตมิตด่วน ตอนนั้นผมตกใจมากทำอะไรไม่ถูกเพราะคิดว่าแอตมิตรพ.จิตเวทมันต้องเป็นแบบในหนัง ผมไม่ยอมและขอร้องกับคุณหมอว่าผมขอกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อนแทน คุณหมอปฏิเสธและบอกว่ามันเป็นข้อปฏิบัติทางการรักษา ตอนนั้นผมยืนยันคำเดิมว่ายังไงผมก็ไม่แอตมิตแน่นอน คุณหมอปลอบใจผมอยู่นาน จนซักพักก็มีคนที่แต่งตัวคล้ายมูลนิธิเข้ามาในห้องและเชิญผมไปข้างนอก ผมปฎิเสธ อยู่ดีๆคนเหล่านั้นก็เข้ามาล็อคตัวผม ผมพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง จนผมมองไปเห็นคุณหมอแอบร้องไห้อยู๋ข้างหลังคุณหมอท่านอื่น..............ตอนนั้นหัวผมโล่ง คิดอะไรไม่ออก และไม่เข้าใจสิ่งที่อยู๋ตรงหน้า ผมหยุดขัดขืนและทำตามที่พวกเขาบอก พวกเขาให้ผมนอนลงบนเตียงเอาเชือกมัดและเข็นผมไปขึ้นรถพยาบาลพร้อมฉีดยาอะไรบางอย่าง(คาดว่าจะเป็นยากล่อมประสาท)ผมถูกส่งตัวมายังอีกรพ.นึง พวกเขาพาผมไปยังห้องผู้ป่วยพอไปถึงก็มีบุรุษพยาบาลหลายคนมาถ่ายโอนจากเตียงรถพยาบาลเปลี่ยนเป็นเตียงผู้ป่วยพวกเขามัดผมไว้กับเตียงผู้ป่วย ผมมองไปรอบๆตัวเห็นคนกำลังนอนอยู่คาดว่าตอนนั้นน่าจะเป็นเวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ว มีไฟสลัวๆตามทางเดิน พอเหตุการณ์สงบลง ผมร้องไห้ออกมา ผมรู้สึกสิ้นหวังเหมือนชีวิตไม่เหลืออะไรอีกต่อไปแล้ว ผมรู้สึกใจสลายอีกครั้งเหมือนตอนที่ผมสูญเสียคุณพ่อสุดที่รักไป ผมนอนร้องไห้ไปสักพักด้วยความอ่อนเพลียผมจึงเผลอหลับไป วันต่อมาผมตื่นขึ้นเพราะมีเสียงคนคุยกันระงมไปหมดพร้อมมีแสงไฟส่องมาที่ดวงตาผม สักพักก็มีบุรุษพยาบาลมาแก้มัดผม......................ผมสับสนมากครับ ผมไม่รู้รายระเอียดอะไรเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตถึงมาอยู่จุดนี้และก็ร้องไห้ออกมาพร้อมทั้งโกรธด่าสาปแช่งคนที่ทำให้ผมต้องมาอยู่ที่นี่ ที่ทำให้ผมได้สัมผัสนรกที่ปิดกั้นอิสระภาพและความหวังในชีวิตของผม สักพักก็มีคนมาจับไหล่ผมและบอกให้ผมใจเย็นๆเขาค่อยๆอธิบายสิ่งต่างๆ ผมจึงพยายามตั้งสติ สภาพแวดล้อมในนั้นแย่มากครับ เป็นห้องผู้ป่วยแบบรวมเป็นห้องขนาดใหญ่ คร่าวๆน่าจะมีผู้ป่วยประมาณ40-60คน รอบตัวเป็นลูกกรงทั้งหน้าต่างประตู หน้าห้องและท้ายห้องจะมีทีวีจอเล็กๆที่แทบจะมองไม่เห็นเลยห้องน้ำรวมไม่มีกลอนประตู 
กิจวัตรประจำวันคือ  ตื่นตี4อาบน้ำ 7โมงกินข้าวเช้า/ยาเช้า  11โมงกินข้าวเที่ยง/ยาเที่ยง บ่ายโมงอาบน้ำอีกครั้ง 5โมงเย็นกินข้าว/ยาเย็น 4ทุ่มปิดไฟนอน 
วนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ บางวันก็จะมีคนที่ได้ออกจากนรกแห่งนี้ ผมทำได้แค่มองตาปริบๆและหวังว่าพรุ่งนี่จะเป็นเราที่ได้ออกไป
เวลาทั้งวันหมดไปกับการนอนบนเตียง คุยกับเตียงข้างๆ ดูทีวี ไม่มีหนังสือให้อ่าน ไม่มีมือถือเน็ต ไม่รู้วันเวลา ได้แต่นับนิ้ววันที่อยู่ จะมีหมอวนมาเยี่ยมดูอาการแต่ไม่ใช่หมอคนเดิมจากรพ.เก่านะครับ ผู้ป่วยในนั้นมีหลากหลายตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงคนแก่ บางคนติดยา ติดคุกเข้าออกหลายรอบ บางคนดูเหมือนจะคุยรู้เรื่องแต่พอไปๆมาๆเขาก็กลับกลายเป็นคนสติไม่สมประกอบ  บางคนพูดคนเดียว แต่ละคนมีบุคลิกแตกต่างกัน วันดีคืนดีก็มีคนคลั่งทำร้ายตัวเอง คนกรี้ด คนโวยวาย สิ่งที่ทำให้ผมกลัวที่สุดคือการที่โดนคนแปลกหน้าเดินมาจ้องหน้าแล้วแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรและมีเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง จับคนไข้มัดจนถึงมีหลุดปากด่าว่าด้วยคำรุนแรงก็มี มันน่ากลัวมากสำหรับผม ผมรู้สึกว่าไม่ต่างจากคุกที่คนอื่นเขาเล่าเลย ผมรับรู้ทุกอย่าง มีสติพร้อม แต่ผมจิตตกมากครับไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ในนั้นอีกกี่วัน บางคนอยู๋มาแล้วเป็นเดือนก็ยังไม่ได้ออก ทุกๆวันไม่มีวันไหนที่ผมหลับตาลงนอนได้เลย พอถึงวันที่สามแม่ของผมก็มาเยี่ยมเพราะรพ.โทรไปบอก ผมออกมาเจอ ผมไม่พูดอะไรเพราะผมหมดความเชื่อใจกับผญ.คนนี้ไปนานแล้วพอหมดเวลาเยี่ยม ผมก็กลับไปที่เตียง ทำได้แค่นั่งกอดตัวเองกับความรู้สึกที่ดำดิ่ง ความรู้สึกสิ้นหวังมันประเดประดังเข้ามา ผมคิดว่าผมคงกลายเป็นแบบผู้ป่วยคนอื่นๆไปแล้วในสายตาคนอื่น   ตอนนั้นผมยอมแพ้ต่อชีวิตอย่างราบคาบ
ย่างเข้าวันที่4 ของการอยู่ในนรกแห่งนี้ ผมก็ลืมตาตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตเหมือนดั่งผีตายซากเช่นเคย........แต่แล้วโชคก็ได้เข้าข้างผม ผมได้เจอกับพยาบาลสาวรุ่นใหญ่ท่านนึง ท่านเรียกผมไปคุย ท่านบอกว่าท่านดูผลการรักษาและเฝ้าติดตามอาการผมมาโดยตลอดท่านจึงอธิบายเหตุผลให้ผมฟัง และบอกผมว่าจริงๆเคสผมไม่ได้เหมือนกับคนอื่นๆ ผมจึงได้เข้าใจว่าจริงๆแล้วผมแค่ป่วยทางใจ จิตผมยังปกติแค่โดนพลังลบๆมากลบพลังใจไว้ นั่นก็เลยทำให้ผมพอมีความหวังเล็กๆขึ้นมาในใจบ้าง โชคดีที่เราชอบอ่านหนังสือจิตวิทยาการรักษาและเคยดูหนังมาบ้าง ผมเลยพอรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวยังไง 
วันที่ 5 ผมก็ได้พบคุณหมอที่มาตรวจอาการอีกครั้งทีนี้ผมก็เลยมีโอกาสได้อธิบายเรื่องราวกับคุณหมอจริงๆว่าผมรู้สึกอย่างไรอยากทำอะไร 
และในที่สุดวันที่ผมรอคอยก็มาถึง ในเช้าวันที่7ของการอยู่ในนรกพยาบาลสาวรุ่นใหญ่คนนั้นก็เดินมากระซิบผมว่า "จะได้ออกแล้วนะบ่ายนี้" ผมรู้สึกดีใจมากครับผมดีใจจนแทบจะรอไม่ไหวแต่ก็ต้องเก็บอาการไว้(พยาบาลเขาบอกไว้ว่าอย่าแสดงอาการ) คนที่มารับผมนั่นคือแม่ พอเห็นหน้าผมท่านก็ร้องไห้ออกมาแล้วก็เข้ามาโอบกอดท่านขอโทษผมทุกเรื่องที่ผ่านมา ท่านเข้าใจทุกอย่างแล้ว ตอนนั้นผมงงมาก(ท่านมาอธิบายให้ฟังทีหลังว่าท่านได้ไปพบหมอคนเก่าและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด) หลังจากที่ผมได้ออกจากรพ.จิตเวทแห่งนั้นผมก็กลับไปหาหมอคนเก่าและเปลี่ยนวืธีการรักษาจนปัจจุบันผมหายแล้วครับ ถึงเรื่องจะจบอย่างแฮปปี้ก็จริงแต่เรื่องนี้มันกลายเป็นแผลที่อยู่ในใจลึกๆของผม มันกลายเป็นฝันร้าย ที่หลอกหลอนผมอยู๋แทบทุกครั้งที่หลับตา แต่ไม่เป็นไรแล้วครับผมรับมือกับมันได้แล้ว ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ ขอให้ความสุขเกิดขึ้นในทุกๆวันและให้มีความทุกข์น้อยที่สุดครับขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่