ภิกษุ ท. !
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)จะพึงเบื่อหน่ายได้บ้าง
(จิต-จขกท)พึงคลายกำหนัดได้บ้าง
(จิต-จขกท)พึงปล่อยวางได้บ้าง
ในกาย(รูปขันธ์)อันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้.
ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?
ภิกษุ ท. !
ข้อนั้นเพราะเหตุว่า
การก่อขึ้นก็ดี
การสลายลงก็ดี
การถูกยึดครองก็ดี
การทอดทิ้งซากไว้ก็ดี
แห่งกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้
ย่อมปรากฏอยู่.
เพราะเหตุนั้น
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)จึงเบื่อหน่ายได้บ้าง
(จิต-จขกท)จึงคลายกำหนัดได้บ้าง
(จิต-จขกท)จึงปล่อยวางได้บ้างในกายนั้น.
ภิกษุ ท. !
ส่วนที่เรียกกันว่า
“จิต” ก็ดี ว่า “มโน” ก็ดี ว่า “วิญญาณ” ก็ดี
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะเบื่อหน่าย
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะคลายกำหนัด
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะปล่อยวาง ซึ่งจิตนั้น.
ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?
ภิกษุ ท. !
ข้อนั้นเพราะเหตุวา่
สิ่งที่เรียกว่าจิตเป็นต้นนี้
เป็นสิ่งที่
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับได้ถึงทับแล้วด้วย
ตัณหา (จิตเกิดตัณหา-จขกท)
(จิต-จขกท)ได้ยึดถือแล้วด้วยทิฏฐิโดยความเป็นตัวตน
มาตลอดกาลช้านานว่า
“นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา” ดังนี้ ;
เพราะเหตุนั้น
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)จึงไม่อาจจะเบื่อหน่าย
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะคลายกำหนัด
(จิต-จขกท) ไม่อาจจะปล่อยวางซึ่งสิ่งที่เรียกว่าจิตเป็นต้นนั้น.
จิตเป็นผู้เบื่อหน่ายในขันธ์5 ไม่ใช่วิญญาณ มโนเป็นผู้เบื่อหน่าย
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)จะพึงเบื่อหน่ายได้บ้าง
(จิต-จขกท)พึงคลายกำหนัดได้บ้าง
(จิต-จขกท)พึงปล่อยวางได้บ้าง
ในกาย(รูปขันธ์)อันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้.
ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?
ภิกษุ ท. !
ข้อนั้นเพราะเหตุว่า
การก่อขึ้นก็ดี
การสลายลงก็ดี
การถูกยึดครองก็ดี
การทอดทิ้งซากไว้ก็ดี
แห่งกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้
ย่อมปรากฏอยู่.
เพราะเหตุนั้น
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)จึงเบื่อหน่ายได้บ้าง
(จิต-จขกท)จึงคลายกำหนัดได้บ้าง
(จิต-จขกท)จึงปล่อยวางได้บ้างในกายนั้น.
ภิกษุ ท. !
ส่วนที่เรียกกันว่า
“จิต” ก็ดี ว่า “มโน” ก็ดี ว่า “วิญญาณ” ก็ดี
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะเบื่อหน่าย
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะคลายกำหนัด
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะปล่อยวาง ซึ่งจิตนั้น.
ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?
ภิกษุ ท. !
ข้อนั้นเพราะเหตุวา่
สิ่งที่เรียกว่าจิตเป็นต้นนี้
เป็นสิ่งที่
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับได้ถึงทับแล้วด้วย
ตัณหา (จิตเกิดตัณหา-จขกท)
(จิต-จขกท)ได้ยึดถือแล้วด้วยทิฏฐิโดยความเป็นตัวตน
มาตลอดกาลช้านานว่า
“นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา” ดังนี้ ;
เพราะเหตุนั้น
(จิต-จขกท)ปุถุชนผู้ไม่ได้มีการสดับ
(จิต-จขกท)จึงไม่อาจจะเบื่อหน่าย
(จิต-จขกท)ไม่อาจจะคลายกำหนัด
(จิต-จขกท) ไม่อาจจะปล่อยวางซึ่งสิ่งที่เรียกว่าจิตเป็นต้นนั้น.