สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ถ้าเป็นเรา เราไม่ไปค่ะ
แต่หากจำเป็นต้องไป ก็มีเงื่อนไขคือ
_เราเป็นลูกสะใภ้ของพวกท่าน แบบถูกต้องตามพิธีการและกฎหมายเรียบร้อย
_ท่านทั้งสอง รักและเอ็นดูเรามากเหมือนลูกสาวตัวเอง สนิทสนมกันด้วยใจและความเข้ากันได้
_เรารักท่านทั้งสองเหมือนบิดามารดาของเรา
คือจู่ๆ จะให้เราขนย้ายข้าวของไปอยู่ กับใคร ที่ยังไม่แน่ ว่าจะใช่ญาติหรือไม่
(คบกับแฟนเพียงครึ่งปี ความสนิทสนมกับพ่อแม่เขาก็ยังไม่มากพอ) เราคงจะเก้อกระดาก
เรามีชีวิตที่อิสระมานาน และเคยรู้ เคยเห็นมาโดยตลอดว่า
แม้คนดีๆกันอยู่ ก็ผิดใจกันได้ เวลาย้ายมาอยู่ด้วยกัน เรื่องเล็กน้อย ก็จะขยายใหญ่ขึ้นได้
เพราะฉะนั้น เราจะไม่เสี่ยงค่ะ
เลิกรากันขึ้นมา ทะเลาะกันขึ้นมา ... เจ็บปวดหัวใจแล้ว ยังต้องลำบากย้ายบ้านอีก ไม่ไหวอ่ะ
เราอาจจะมองโลกในแง่มุมป้องกันภัยในอนาคตมากไป หรืออาจจะเป็นคนคิดมากไป
ข้อสรุปเรื่องนี้ ย่อม ขึ้นอยู่กับ นิสัย และความต้องการของคุณค่ะ คนเราแต่ละคนไม่เหมือนกันอ่ะนะ
แต่หากจำเป็นต้องไป ก็มีเงื่อนไขคือ
_เราเป็นลูกสะใภ้ของพวกท่าน แบบถูกต้องตามพิธีการและกฎหมายเรียบร้อย
_ท่านทั้งสอง รักและเอ็นดูเรามากเหมือนลูกสาวตัวเอง สนิทสนมกันด้วยใจและความเข้ากันได้
_เรารักท่านทั้งสองเหมือนบิดามารดาของเรา
คือจู่ๆ จะให้เราขนย้ายข้าวของไปอยู่ กับใคร ที่ยังไม่แน่ ว่าจะใช่ญาติหรือไม่
(คบกับแฟนเพียงครึ่งปี ความสนิทสนมกับพ่อแม่เขาก็ยังไม่มากพอ) เราคงจะเก้อกระดาก
เรามีชีวิตที่อิสระมานาน และเคยรู้ เคยเห็นมาโดยตลอดว่า
แม้คนดีๆกันอยู่ ก็ผิดใจกันได้ เวลาย้ายมาอยู่ด้วยกัน เรื่องเล็กน้อย ก็จะขยายใหญ่ขึ้นได้
เพราะฉะนั้น เราจะไม่เสี่ยงค่ะ
เลิกรากันขึ้นมา ทะเลาะกันขึ้นมา ... เจ็บปวดหัวใจแล้ว ยังต้องลำบากย้ายบ้านอีก ไม่ไหวอ่ะ
เราอาจจะมองโลกในแง่มุมป้องกันภัยในอนาคตมากไป หรืออาจจะเป็นคนคิดมากไป
ข้อสรุปเรื่องนี้ ย่อม ขึ้นอยู่กับ นิสัย และความต้องการของคุณค่ะ คนเราแต่ละคนไม่เหมือนกันอ่ะนะ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ประสบการณ์ความรัก
ศาลาคนโสด
ปัญหาความรัก
ประสบการณ์ชีวิตคู่
ความรักวัยทำงาน
ย้ายเข้าบ้านพ่อแม่แฟน แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับแฟน เหมาะสมไหม?
เรากับแฟนคบกันครึ่งปีแล้วค่ะ เราอายุ 34 ปี มีหน้าที่การงาน การเงิน ในระดับดีเลยค่ะ
ใช้ชีวิตทำงานเลี้ยงตัวเอง และดูแลน้องชาย อยู่กันสองคนพี่น้องและหมา1ตัวค่ะ
***ตอนนี้น้องชายติดเกณฑ์ทหารรอส่งน้องให้ถึงฝั่งอยู่ค่ะ
เรากับแฟนรักและชอบพอกันมาก แต่ไม่ได้อยู่ใกล้กัน เราทำงานอยู่ชลบุรี ส่วนแฟนอยู่กาญจนบุรีค่ะ
เราตกลงคบหาดูใจและทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ ยังไม่คิดถึงการแต่งงานค่ะ
ช่วงวันหยุดก้อไปๆ มาๆ หากันเดือนละครั้ง ทุกวันเลิกงานกลับถึงบ้านโทรวิดิโอหากัน
มาตอนนี้แฟนอยากให้เราย้ายไปหางานทำอยู่ที่กาญจนบุรีด้วยกัน แต่เราไม่ไปค่ะ เพราะด้วยหลายๆ ปัจจัยค่ะ
รักในงาน รักบริษัทที่ทำปัจจุบัน และรายได้ที่พอดูแลตัวเองกับน้องได้สบายๆ ซึ่งเทียบกับค่าแรงที่นั้นถูกเกินไปหลายเท่าตัวค่ะ
และเรามีภาระผ่อนรถ ความรับผิดชอบต่างๆ ของเรา ซึ่งก้อห่วงด้านน้องชายที่ต้องคอยซัพพอตรอส่งน้องถึงฝั่งด้วยค่ะ
ไหนจะกังวนเรื่องแม่ที่ไปมีชีวิตกับครอบครัวใหม่และกำลังจะลมเพลมพัด ไม่รู้จะถ้าไหน ทำให้เราตั้งมั่นแน่นอนว่าไม่ไปค่ะ
ต่อมาแฟนพูดอีกครั้ง!!! เรื่องย้ายบ้าน คืออยากให้ได้อยู่บ้านที่ดีๆ ที่มีคุณภาพ และเหมาะสมกับเราค่ะ
เราเช่าบ้านทาวน์เฮ้าส์เก่าๆที่สามารถเลี้ยงหมาได้เดือนละ 5,500 บาทค่ะ ใจกลางเมืองชลบุรีเลย
เรื่องค่าเช่าไม่ซีเรียด แต่สภาพบ้านและสภาพแวดล้อมแออัด น้ำท่วมขัง ไปหน่อยจึงมีแพลนย้ายหาที่ใหม่อยู่แล้วค่ะ
ที่นี้!!! แฟนเสนอขอให้เราย้ายเข้าบ้านเขาที่ชลบุรี เป็นบ้านพ่อแม่อยู่กันสองคนในตอนนี้ค่ะ
แฟนได้แนะนำเราให้คุณพ่อรู้จักก่อนหน้านี้ ตอนเริ่มคบช่วงสองเดือนแรกๆ แล้วค่ะ แต่เราไม่เคยรู้ว่าคุณพ่อมีธุรกิจส่วนตัว
และมีบ้านหลังใหญ่ค่ะ เราไปทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ก้อตกใจในสภาพสถานะทางบ้านแฟนค่อนข้างมีฐานะมากค่ะ
แต่การใช้ชีวิตสมรรถะเรียบง่ายเหมือนกันทั้งบ้านน่ารักดีค่ะ คุณพ่อพาไปดูบ้านที่จะให้ย้ายเข้ามาอยู่
เป็นบ้านน็อคดาวน์หลังเล็กต่อเติมออกไปเป็นห้องอีกหลังที่แฟนเคยอยู่แยกออกมาจากบ้านใหญ่ค่ะ
การตอบรับคุณพ่อคุณแม่คือโอเครกับเราค่ะ ก้อถามๆแฟนอยู่ว่าพ่อแม่ไม่ว่าหร๋อพาสาวย้ายมาอยู่ด้วย
แฟนบอกว่ามีว่าตัวเขามาบ้าง แต่พ่อแม่ดีใจมากกว่าลูกชายจะมีเมียแล้ว จะมีลูกสาว และบอกว่าเราจะได้มีพ่อมีแม่อยู่ด้วย
ส่วนเรื่องน้องชายแฟนบอกไม่ต้องกังวน ช่วยๆกัน น้องเราก้อเหมือนน้องเขา
ตอนนี้ที่บ้านทางคุณพ่อเตรียมจัดห้องติดแอร์ติดเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อมใช้งานรอให้เราย้ายเข้าไปอยู่แล้ว
ซึ่งเราบอกรอหมดสัญญาเช่าบ้านเดือน พ.ค.นี้ก่อนค่ะ ไม่อยากรีบย้ายไปในตอนนี้เลย ค่าเช่า ค่ามัดจำ ที่จะได้คืนก้อหลายบาทอยู่
แต่เรายังกังวนในใจค่ะ ไม่รู้ว่าย้ายเข้าไปมันสมควรจริงๆไหม เพราะในใจเราแอบคิดเยอะค่ะ พ่อแม่เขาไม่ได้รู้จักพื้นฐานชาติตระกูลเรา
เรามาจากสถานะจนไม่ได้มีสถานะครอบครัวที่ทัดเทียมกับครอบครัวแฟนได้เลย
ชีวิตตอนเป็นเด็กพ่อแม่แยกทางโดนทิ้งลำพังอยู่ดิ้นรนพาตัวเองไปเรียนและหางานทำด้วยตัวเอง ลำพังมีกันพี่น้อง
แต่เราโชคดีมีผู้ใหญ่ใจดีเห็นความมานะจึงรับไปชุปเลี้ยงโดยครอบครัวอุปถัมส์และอยู่สังคมที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี พัฒนาตัวเองมาตลอด
ชีวิตปัจจุบันเราตอนนี้ดี ทั้งหน้าที่การงาน และรายได้ดีเป็นระดับ ผจก.บริษัทต่างชาติ เพราะสร้างตัวเองจากแรงผลัดดันพื้นฐานที่ยากจน
เคยพูดกับแฟนก้อบอกเราว่าอย่าคิดมากกกกกกกกก... ค่ะ
อยากได้มุมมองและความเห็นจากทุกคนค่ะ
เพราะในชีวิตมีประสบการณ์เคยมีแฟนที่อยู่ด้วยกันครั้งเดียวและเลิกไปนานแล้วค่ะ
ครั้งนี้เปิดใจและคิดว่าแฟนปัจจุบันดูพอดีกับชีวิตเรา เขาเรียบง่าย สมรรถะ และมีความใส่ใจเราดี เป็นคนไม่เยอะ รู้จักตน อ่อนน้อม ถ่อมตน
และจิตใจดีมากค่ะ