JJNY : สรุปประเด็นร้อนวิจิตรศิลป์มช.│ไม่ห้ามเดินทางไร้ผลใช้จ่าย│"ประชาไท"เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายตร.│เทพไทดีดปากสิระ

“คุณต้องเคารพผลงานศิลปะ” สรุปประเด็นร้อน บุคลากรคณะวิจิตรศิลป์ มช. เข้าเก็บผลงานศิลปะของนักศึกษาโดยไม่ได้รับการยินยอม
https://thestandard.co/cmu-art-display-issue/
 

 
วันนี้ (22 มีนาคม) จากกรณีที่มีบุคลากรของคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พยายามจะเข้าไปเก็บผลงานศิลปะของนักศึกษาในคณะฯ แต่ทางนักศึกษาเจ้าของผลงานไม่ยินยอม และมีอาจารย์เข้ามาเจรจาพูดคุย จนกระทั่งทางบุคลากรที่เข้ามาเก็บผลงานยินยอมล่าถอยไป และระบุว่า จะมีการแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง THE STANDARD ได้สรุปเหตุการณ์ดังกล่าวได้ดังต่อไปนี้
 
• เมื่อวานนี้ (21 มีนาคม) นักศึกษารายหนึ่งในหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไลฟ์ในช่วงเวลาประมาณ 21.46 น. โดยปรากฏภาพตำรวจจากสถานีตำรวจภูพิงศ์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มาสอบถามขณะที่นักศึกษากำลังทำงานศิลปะ ก่อนที่ตำรวจจะกลับไปภายหลังจากที่ไลฟ์เริ่มได้ประมาณ 2 นาที
 
• ต่อมาในช่วงบ่ายวันนี้ (22 มีนาคม) ได้มีกลุ่มคนสวมเสื้อสีเหลือง และภายหลังทราบว่าเป็นอาจารย์และบุคลากรคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าเก็บผลงานศิลปะของนักศึกษาที่จัดวางอยู่ที่ลานหน้าตึกหอศิลป์ของมหาวิทยาลัย
 
•  โดยบุคลากรคณะวิจิตรศิลป์ที่มาเก็บผลงานศิลปะประกอบด้วย อ.ปกรณ์ภัทร์ จันทะไข่สร รองคณบดีฝ่ายบริหาร, อ.พงศ์ศิริ คิดดี รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพนักศึกษา, สุลาลักษณ์ ขาวผ่อง เลขานุการคณะฯ, และ ไชยันตร์ โคมแก้ว เจ้าหน้าที่หอศิลป์
 
• ซึ่งผลงานศิลปะทั้งหมดถูกเก็บกองรวมและนำใส่ถุงดำ หลังจากนั้นได้ขนขึ้นรถกระบะของคณะวิจิตรศิลป์ และกำลังจะนำออกไป 
 
• กลุ่มนักศึกษาของคณะฯ ได้ออกมาห้ามปรามการขนย้าย เพราะเป็นงานของพวกเขาที่ต้องส่งอาจารย์และจัดแสดง แต่กลุ่มอาจารย์และบุคลากรไม่ยอม และยืนยันที่จะขนย้าย
 
• หลังจากทราบเหตุการณ์ ผศ.ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ ได้เข้ามาพูดคุยและเจรจาขอให้คืนงานของนักศึกษา 
  
• เกือบ 1 ชั่วโมง อ.ทัศนัย ได้โต้ตอบกับบุคลากรที่เข้ามาเก็บผลงาน ซึ่ง อ.ทัศนัย ระบุว่า 
 
อย่าทำอย่างนี้อีก ศิลปะอับอายมามากพอแล้ว เพราะคนที่ไม่รักเสรีภาพแบบนี้” 
 
• อ.ทัศนัย พยายามสอบถามบุคลากรที่มาเก็บผลงานศิลปะว่า 
 
งานศิลปะมันรกไหม หรืองานศิลปะมันต้องสุภาพเรียบร้อยเหมือนนายธนาคาร เป็นหน้าที่อะไรของคณบดีต้องมาเดินเก็บงานศิลปะ ทั้งหมดทั้งปวงที่ผ่านมาเนี่ยเป็นศิลปิน เป็นอาจารย์ หนึ่ง เคารพคน สอง เคารพศิลปินด้วยกัน สาม เคารพผลงานศิลปะ ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นจากนักศึกษา ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นจากคนไม่ได้เรียนศิลปะ รู้จักเคารพมันบ้าง นี่อะไร อำนาจบาตรใหญ่
 
• อ.ทัศนัย กล่าวช่วงท้ายว่า 
 
หน้าที่ของอาจารย์ปกป้องลูกศิษย์ รักลูกศิษย์ และพิทักษ์ผลงานศิลปะ คนเรามักใหญ่ใฝ่สูง อยากมีอำนาจบาตรใหญ่ เป็นกันทุกคน ถ้าห้ามใจไม่ได้ ก็เหมือนหมาเหมือนกัน
 
• สุดท้ายบุคลากรของคณะฯ ที่มาเก็บผลงานศิลปะ ยอมที่จะขนงานลงจากรถให้ และกล่าวว่า จะออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ในภายหลัง
 
• เวลาต่อมา นักศึกษาได้ตรวจสอบผลงานศิลปะของตนเองและพบว่า บางส่วนได้รับความเสียหายจากการเคลื่อนย้าย จึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูพิงค์ฯ โดยระบุว่า เป็นการแจ้งความร้องทุกข์ในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์และข้อหาอื่นๆ กับบุคลากรที่มาเข้ามาเก็บผลงานศิลปะ 
 
• ล่าสุด สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อ ‘ตั้งข้อซักถามต่อเหตุการณ์รื้อถอนงานศิลปะของนักศึกษา
 
พิสูจน์อักษรภาวิกา ขันติศรีสกุล
 
อ้างอิง:  แฟนเพจ ประชาคมมอชอ
 

 
ไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัดไร้ผลใช้จ่ายช่วงสงกรานต์
https://www.innnews.co.th/news/news_67252/
 
สงกรานต์ ไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด งดจัดกิจกรรมรื่นเริง นักวิชาการ มองไม่มีผลในการท่องเที่ยว ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ป้องกันตัวจากโควิด-19
 
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังจากในช่วงเทศกาล สงกรานต์ ที่รัฐบาลได้มีการประกาศงดจัดกิจกรรมรื่นเริง ไม่ว่าจะเป็นการสาดน้ำ หรือการจัดกิจกรรมที่มีความสุ่มเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 แต่ยังคงให้สามารถจัดกิจกรรมตามประเพณีรดน้ำดำหัว ทำบุญไหว้พระได้นั้นมอง ว่า ไม่มีผลกับความคึกคักในการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์
 
เนื่องจากมองว่าประชาชนมีความเข้าใจ ในเรื่องของการป้องกันตัวจากโควิด-19 อยู่ในระดับที่ดี และเมื่อไม่มีการห้ามการเดินทางข้ามจังหวัด หรือการปิดล็อกดาวน์สถานที่ท่องเที่ยวในบางพื้นที่ จึงไม่มีผลกับการตัดสินใจเดินทาง และการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงสงกรานต์ เชื่อว่าประชาชนยังคงเดินทางกลับบ้านและร่วมเฉลิมฉลองกับครอบครัวตามปกติ
 

 
"ประชาไท" เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายตำรวจ หลังนักข่าวถูกกระสุนยาง 
https://news.thaipbs.or.th/content/302678
 
ประชาไทเตรียมฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหาย -คุ้มครองสื่อ หลังนักข่าวถูกยิงด้วยกระสุนยาง ในการรายงานข่าวเหตุสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ (22 มี.ค.2564 ) นายศรายุทธ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวประชาไท ถูกกระสุนยางจากตำรวจควบคุมฝูงชนยิงเข้าบริเวณหลังบาดเจ็บ ขณะทำถ่ายทอดสดเหตุการณ์ตำรวจสลายการชุมนุมเมือ่วันที่ 20 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยในคลับเฮาส์ หัวข้อ “จอมขวัญ กระสุนยางในม็อบ “ ว่าวันที่ 24 มี.ค.นี้ กองบรรณาธิการประชาไทเตรียมฟ้องศาลแพ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่สลายการชุมนุมของกลุ่ม ”REDEM” ไม่เป็นไปตามหลักสากล ทำให้สื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งนักข่าวประชาไทที่ถูกยิงด้วยกระสุนยาง 2 นัด โดยวิถีการยิงเป็นการยิงมาจากข้างหลัง นัดแรกถูกยิงเข้ากระเป๋าด้านหลังแต่ไม่ทะลุเพราะติดกระเป๋า และอีกนัดยิงถูกบริเวณเอวทำให้มีบาดแผลทั้งที่สวมปลอกแขนและมีบัตรผู้สื่อข่าว การฟ้องครั้งนี้จะเป็นการเรียกร้องค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล 370 บาท และจะเป็นการฟ้องให้ศาลคุ้มครองการทำงานของสื่อต่อไป และจะไม่จำกัดการรายงานข่าวของสื่อทุกสำนักอีกด้วย
 
สำหรับหัวข้อการพูดคุยในคลับเฮ้าส์เป็นการให้สื่อมวลชน พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงความปลอดภัยในสนามข่าวและการใช้กระสุนยางของของเจ้าหน้าที่ระหว่างการสลายการชุมนุม ทำให้สื่อได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน โดยมีผู้สื่อข่าวภาคสนาม จากหลายสำนัก เช่น ประชาไท ไทยพีบีเอส ไทยรัฐ The matter workpoint รวมทั้ง ผศ.ร.ต.อ.จอมเดช ตรีเฆม นักอาชญาวิทยา และ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
 
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวภาคสนาม ได้ตั้งคำถามถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะปลอกแขนสื่อมวลชนจะคุ้มครองความปลอดภัยในสถานการณ์ความขัดแย้งได้หรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้องค์กรวิชาชีพสื่อ หาแนวทางในการดูแลสื่อมวลชน เช่น การสร้างความเข้าใจหลักการทำงาของสื่อให้กับตำรวจ ได้รับทราบว่านักข่าวไม่ใช่คู่ขัดแย้ง หลังสื่อบางสำนัก ถูกคุกคามการทำหน้าที่ ห้ามบันทึกภาพ และการใช้คำพูดไม่เหมาะสม ระหว่างถูกผลักดันออกจากพื้นที่การชุมนุม
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่