คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ไลฟสไตล์ต่างกัน แต่ให้ลองคิดถึงความเป็นไปได้ที่คุณจะต้องเจอในอนาตคดู
1. ทัศคติความคิด เรื่องนี้เค้าอาจจะกังวลเรื่องรักทางไกล ซึ่งมันสร้างครอบครัวได้ลำบาก
ข้อนี้ทำได้แค่ปรับความเข้าใจกัน การใช้ชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ต้องปรึกษากันและตัดสินใจร่วมกัน
2. สังคมเพื่อน สำหรับข้อนี้ลองนึกดูว่า เมื่อวันหนึ่งทั้งคุณและเพื่อนคุณก็ต่างมีครอบครัวแล้ว
การคบหาสมาคมก็อาจจะลดลง ยิ่งถ้ามีลูก มีความรับผิดชอบมากขึ้น ก็อาจจะยิ่งลดลง
ซึ่งก็แล้วแต่คนบางคนก็อาจจะยังสามารถไปมาหาสู่สมาคมกันได้อย่างต่อเนื่อง ขึ้นกับไลฟสไตล์ด้วย
กรณีที่การพบปะเพื่อนมันลดลง ปัญหาการเข้ากับเพื่อนนี้อาจจะลดลงหรือหมดไป
3. ครอบครัว ข้อนี้ก็คล้ายกับข้อ 2 ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณคาดหวังว่าครอบครัวที่คุณสร้างร่วมกัน
จะเป็นครอบครัวลักษณะไหน เช่น เป็นครอบครัวเล็กๆที่แยกออกมาอยู่ด้วยกัน
หรือรวมเป็นครอบครัวใหญ่กับบ้านพ่อแม่คุณหรือกับป้าเค้า และคุณยังคาดหวังการปฏิสัมพันธ์กับเครือญาติ
มากน้อยเพียงใด บางคู่ที่แยกออกมาเป็นครอบครัวเล็กเค้าก็มีความสุขโดยไม่ค่อยได้ปฏิสัมพันธ์กับเครือญาติ
แต่จากข้อมูลก็พอจะบอกได้ว่าฝ่ายชายน่าจะยังไม่สามารถปรับตัวได้ เพราะเวลาอยู่กับเพื่อนเค้าก็ไม่ได้เป็นแบบนี้
แสดงว่าถ้าเค้ารู้สึกคุ้นเคยหรือเปิดใจเมื่อไร เค้าก็เป็นแบบเวลาที่เค้าอยู่กับเพื่อนที่เค้าคุ้นเคยแล้วได้
บางคนอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวหน่อย คุณอาจจะต้องเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ให้ เช่น
ชวนเค้ามานั่งทำกิจกรรมร่วมกับญาติด้วย โดยที่เวลาคุยกันคุณก็หันไปถามความเห็นให้เค้าได้มีโอกาสพูด
เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเฟรนลี่ถึงขนาดอยู่ดีๆเดินเข้าไปนั่งคุยด้วยทั้งที่ไม่สนิท
คุณก็คงต้องพิจารณาเอาเองว่าคุณจะออกแบบชีวิตคุณแบบไหน อย่างไหนคืออนาคตในแบบที่คุณคาดหวัง
และมันสามารถมีร่วมกันกับเค้าได้หรือไม่ คุณก็คงสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป
1. ทัศคติความคิด เรื่องนี้เค้าอาจจะกังวลเรื่องรักทางไกล ซึ่งมันสร้างครอบครัวได้ลำบาก
ข้อนี้ทำได้แค่ปรับความเข้าใจกัน การใช้ชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ต้องปรึกษากันและตัดสินใจร่วมกัน
2. สังคมเพื่อน สำหรับข้อนี้ลองนึกดูว่า เมื่อวันหนึ่งทั้งคุณและเพื่อนคุณก็ต่างมีครอบครัวแล้ว
การคบหาสมาคมก็อาจจะลดลง ยิ่งถ้ามีลูก มีความรับผิดชอบมากขึ้น ก็อาจจะยิ่งลดลง
ซึ่งก็แล้วแต่คนบางคนก็อาจจะยังสามารถไปมาหาสู่สมาคมกันได้อย่างต่อเนื่อง ขึ้นกับไลฟสไตล์ด้วย
กรณีที่การพบปะเพื่อนมันลดลง ปัญหาการเข้ากับเพื่อนนี้อาจจะลดลงหรือหมดไป
3. ครอบครัว ข้อนี้ก็คล้ายกับข้อ 2 ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณคาดหวังว่าครอบครัวที่คุณสร้างร่วมกัน
จะเป็นครอบครัวลักษณะไหน เช่น เป็นครอบครัวเล็กๆที่แยกออกมาอยู่ด้วยกัน
หรือรวมเป็นครอบครัวใหญ่กับบ้านพ่อแม่คุณหรือกับป้าเค้า และคุณยังคาดหวังการปฏิสัมพันธ์กับเครือญาติ
มากน้อยเพียงใด บางคู่ที่แยกออกมาเป็นครอบครัวเล็กเค้าก็มีความสุขโดยไม่ค่อยได้ปฏิสัมพันธ์กับเครือญาติ
แต่จากข้อมูลก็พอจะบอกได้ว่าฝ่ายชายน่าจะยังไม่สามารถปรับตัวได้ เพราะเวลาอยู่กับเพื่อนเค้าก็ไม่ได้เป็นแบบนี้
แสดงว่าถ้าเค้ารู้สึกคุ้นเคยหรือเปิดใจเมื่อไร เค้าก็เป็นแบบเวลาที่เค้าอยู่กับเพื่อนที่เค้าคุ้นเคยแล้วได้
บางคนอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวหน่อย คุณอาจจะต้องเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ให้ เช่น
ชวนเค้ามานั่งทำกิจกรรมร่วมกับญาติด้วย โดยที่เวลาคุยกันคุณก็หันไปถามความเห็นให้เค้าได้มีโอกาสพูด
เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเฟรนลี่ถึงขนาดอยู่ดีๆเดินเข้าไปนั่งคุยด้วยทั้งที่ไม่สนิท
คุณก็คงต้องพิจารณาเอาเองว่าคุณจะออกแบบชีวิตคุณแบบไหน อย่างไหนคืออนาคตในแบบที่คุณคาดหวัง
และมันสามารถมีร่วมกันกับเค้าได้หรือไม่ คุณก็คงสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป
แสดงความคิดเห็น
ไปต่อ หรือ พอแค่นี้ ........................
มันเป็นปัญหาและความในใจของเราคนเดียวนั้นแหละ..............................................
ด้วยความที่เราและแฟนอายุ30กว่าแล้ว เราเองนี้แหละที่อยากได้ความมั่นคงให้พ่อแม่เราห่วงน้อยลง และเพื่อตัวเราเอง
จุดเริ่มต้นของความคิดที่ว่าอยากเลิกกับแฟนก็เกิดขึ้นเพราะ
1. ทัศคติความคิดในการใช้ชีวิตเราไม่ค่อยเหมือนกัน
- แฟนเราทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เราเองก็เหมือนกันแต่เราทำงานใกล้บริเวณบ้านเขา แต่พอมาวันหนึ่งเราเองเลือกที่จะอยากสอบเข้าราชการ ก็เลยทะเลาะกันเพราะแฟนกลัวว่าเราจะไปมีคนอื่นเมื่อ ไปทำงานที่อื่น คืองงว่าอะไรทำให้คิดแบบนี้เพราะถ้าคนคิดจะนอกใจต่อให้อยู่ที่ไหนก็ทำได้ และที่เราเลือกจะสอบเพราะเราอยากทำให้พ่อแม่เรา และเรามองเห็นว่าถ้าเราเป็นครอบครัวเดียวกันอนาคตเราก็ต้องเป็นอนาคตแฟน
2. สังคมเพื่อนที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน
- แฟนเราเป็นคนมีเพื่อนเยอะ เยอะมากจริงๆ แบบแค่ในหมู่บ้านก็หลายกลุ่มไปหมด เราจึงคิดว่าเราอยู่ได้กับเพื่อนเขาทุกกลุ่มเลย เราสารมารถไปไหนมาไหนกับเขาและเพื่อนเขาได้ใกล้ไกลไปได้หมด (มีนบุรี-บางนา) แต่กับเพื่อนเรา เขาไม่ไปด้วยเลย และไม่ได้อยากให้พาไปด้วย เวลาจะไปหาเพื่อนบ้างก้บ่นว่าไกล (มีนบุรี-แจ้งวัฒนะ) หรือถ้าเราบังคับให้ไปจริงๆ ก็แบบไม่ทำตัวเอ็นจอยมิตติ้ง
3. เขาเป็นคนไม่อินกับครอบครัวเลย
- ด้วยความที่เขาอาจจะไม่ได้มีพ่อแม่เลี้ยงดู เขามีป้าเป็นพ่อแม่ให้เขา แต่เราเป็นลูกสาวที่อยู่กับพ่อแม่มาตลอด และเราเป็นคนมีพี่น้องมาก ถึงวันหยุดเสาอาทิตทีไร บ้านเราจะชอบทำกับข้าว กินเหล้า เล่นไพ่กันเอง ตลอดเวลาที่คบกันมา 3-4 ปี มันพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า แฟนเราไม่ใช่แค่ไม่สนุกกับเพื่อนเรา กับครอบครัวเราเขาก็ไม่สนุก เวลาไปบ้านเราเขาจะเข้านอนเร็วมาก คือแบบ4ทุ่มก็จะนอนแล้ว แต่เขาอยู่บ้านเขาคือ5ทุ่มเนี่ยพึ่งจะเข้าบ้าน ปกติเราจะอยู่บ้านเขา จ-ศ และกลับบ้าน ส-อา แฟนเรานานทีจะถูกบังคับให้ไปด้วยบ้าง แบบ2เดือนครั้งและเวลาไปคือถ้าไม่นอนค้างก็แบบรีบไปรีบจะมีธุระกลับมาก จนทำให้เราหงุดหงิดว่าแบบ (มีนบุรี-แจ้งวัฒนะ) กว่าจะมาถึงก็1ชม. มานั่งเล่น2-3 ชม. ก็ชวนเรากลับ ไม่กิน ไม่เล่นไรกับที่บ้านเราเลย ซึ่งเราเห็นว่ามันต่างกันมากกับเวลาเขาอยู่กับเพื่อนเขา
................................................................................................................................................................
เราจะตัดสินใจอย่างไรดี เรารู้สึกว่าเราอยากได้อะไรจากแฟนมากกว่านี้ แต่เขาคงเป็นและทำให้เราได้แค่นี้
**** ขอเหตุผลในการบอกเลิกแบบเจ็บนิดเดียวหน่อยคร๊าาาาาาาาาาาา ****
ขอบคุณที่อ่านและลงความเห็น จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม