ครอบครัวกับสิ่งที่ผมเจอคำว่าห่วงแต่สิ่งที่ทำมันไม่ใช่การห่วง 😔

ผมเข้าใจนะว่าแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน แต่ครอบครัวผมกับสิ่งที่คนครอบครัวเกือบทุกคนทำกับผมอยู่เรื่องนี้ผมเจอมาตั้งแต่อายุ 20 ตอนนี้อายุ 26 คือพ่อแม่พี่น้องทุกคนในบ้านจะห่วงกันตรงนี้เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะคอยสอดส่องชีวิตอะไรกัน แต่ที่ครอบครัวผมทำกับผมคือเค้าสอดส่องชีวิตผมช่วงอายุ 20 ต้นๆอะไรอย่างนี้เราพอเข้าใจแต่เราก็พูดกับทุกคนว่าจะแอบฟังหรือจับผิดอะไรไม่เป็นไรแต่ก็อย่าให้มันเยอะเกินไป แต่เชื่อไหมตอนนี้อายุผม 26 ตอนแรกผมก็คิดว่าเค้าจะเข้าใจ แต่ไม่เลยเกือบทุกคนในบ้านที่ทำกับชีวิตผมจนกระทั่งตอนนี่นี้เค้าจับผิดทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่สนว่าการกระทำพวกเค้าจับผิดเราอยู่เราชอบหรือไม่ชอบ เราเดือดร้อนอะไรหรือเปล่าเค้าจับผิดจนผมมีอาการทำอะไรก็ "รน" ไปหมด ไม่ใช่ว่าผมทำอะไรผิดนะที่มีอาการรน เพราะที่พวกเค้าจับผิดเราทุกวันเหมือนเป็นเงาเลยครับ คือเข้าใจกันไหมว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดแต่มาจับผิดเหมือนเรามีอะไรผิดผมเคยคุยกับพวกเค้าแล้วว่าหยุดได้ไหมผมก็โตแล้วจะทำอะไร เค้าก็รับปากแต่หยุดไหมพวกเค้าไม่หยุดเลย ที่เค้าจับผิดมันก็กวนเวลาเราทำงานในห้องเราต้องใช้สมาธิคิดไรแต่เค้าทำไม่สนใจเลยว่าเราจะทำอะไรเป็นยังไงอยู่ งานฟรีแลนซ์และงานที่เสีย เพราะการกระทำของคนในครอบครัวที่ทำผมเสียเงินหลักแสนโดยรวมหลายๆงาน เงินแทนที่จะได้กลับต้องหายไปเหนื่อยใจไม่รู้ว่าโรคซึมเศร้าเป็นยังไงแต่ทุกวันนี้ที่เจอพอเข้าใจหัวอกคนฆ่าตัวตายเลย ตอนนี้คิดว่าเก็บเงินได้แล้วจะออกมาใช้ชีวิตอยู่เองแต่ระหว่างที่เราทำเราเก็บนี่ละเราต้องเจอครอบครัวทำเหมือนเดิมพยายามจะไม่คิดมาก แต่คิดว่าอยากทำอะไรให้พวกเค้ารู้สึกตัวกันขึ้นมาหน่อยอยู่คืออยากจะฟ้องศาลแบบสิทธิความเป็นส่วนตัวอะไรอย่างนี้ผมสามารถทำได้ไหม แล้วเหตุการณ์ครอบครัวที่ผมเจอผมคิดว่ามันไม่ปกติเหมือนครอบครัวทั้วไปท้อทุกวันนี้งานการเสียหายเริ่มมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายนิดๆ ทั้งที่เคยบอกกับตัวเองว่าเราจะไม่มีวันทำแลบนั้น 🙁
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
พอจะเข้าใจความรู้สึกของ จขกท ค่ะ

งานอิสระ โดยตัวมันเอง ก็ค่อนข้างยากในการบริหารจัดการตัวเองอยู่แล้ว ยังมีการรบกวนโดยคนรอบตัวอีก เดาว่าท่านทั้งหลายนั้น ไม่รู้ตัว ทำเพราะความเคยชิน ยากจะเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนที่จะเสียโอกาสและความก้าวหน้าของชีวิต เคยคิดถึงเรื่องการสมัครเข้าทำงานในบริษัทเอกชนบ้างไหมคะ มันอาจเป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็อาจดีกว่าที่เป็นอยู่

จากมุมมองของท่าน ลูกคงยังเป็นเด็กและเป็นคนที่ท่านจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ มันคือความรักและการเลี้ยงดูที่ผิดพลาด เป็นการตอบสนองต่อความต้องการและความเชื่อของตนเองมากจนลืมคิดถึงลูก ซึ่งเป็นคนอีกคนหนึ่ง และไม่มีประวัติเกเร ด่างพร้อย เมื่อโจทย์เป้นอย่างนี้ การหางานทำนอกบ้าน อาจช่วยได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่