หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
วัดกำแพง บางจาก
กระทู้สนทนา
วัด
เที่ยววัด
โบราณสถาน
พระพุทธรูป
เที่ยวเชิงอนุรักษ์
สวัสดีจ้าหายไปนานวันนี้จะพาไปชมวัดกันต่อ
วัดกำแพง บางจาก ครับ ไปกันเลยครับ
วัดกำแพงตั้งอยู่เลขที่ ๒๙๙ ซอยเพชรเกษม ๒๐ ถนนเพชรเกษม แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
ประวัติวัดกำแพงบางจาก
วัดกำแพง(คลองบางจาก) เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ในเขตธนบุรี โดยพื้นที่แถบเดิมเรียกว่า เมืองบางกอก หรือ เมืองธนบุรี เป็นวัดขนาดเล็กที่มีการวางผังได้อย่างลงตัว
ความเป็นมาของวัดไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด สันนิษฐานว่าคงมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตามคำบอกเล่าสืบทอดกันมา๒๓๖๗ และคงได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่หลายครั้ง แม้แต่ชื่อวัดก็ไม่ทราบชื่อเดิม ชื่อที่ใช้ในปัจจุบันก็เป็นชื่อเรียกกันในหมู่ชาวบ้านและเรียกกันมาเรื่อยๆ แต่หลักฐานที่เหลืออยู่ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ เจดีย์บรรจุอัฐิทรงกลมทางทิศใต้ของพระอุโบสถ ที่ส่วนฐานมีแผ่นศิลาจำหลักข้อความซึ่งสรุปได้ว่า เจดีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและใช้บรรจุอัฐิของ “พระพิศาลผลพานิช” ภายหลังจากที่ได้จัดการฌาปนกิจศพที่วัดจักรวรรดิราชาวาส และเมื่อได้ไปค้นคว้าในเอกสารสารบาญชี ส่วนที่ ๑ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ (สารบาญชีส่วนที่ ๑ คือ ตำแหน่งราชการ) ทำให้ทราบว่า พระพิศาลผลพานิช เดิมชื่อ จีนสือ เป็นขุนนางเชื้อสายจีนซึ่งรับราชการตำแหน่งสำคัญในกรมท่าซ้าย และตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาฝั่งทิศตะวันตก(ฝั่งธนบุรี) หรือบริเวณศาลเจ้าโรงฟอกหนังปัจจุบัน จากตำแหน่งที่ตั้งของเจดีย์องค์นี้พอจะสันนิษฐานได้ว่าพระพิศาลผลพานิชน่าจะมีความสำคัญต่อวัดกำแพงนี้เป็นอย่างมาก เป็นไปได้ว่าอาจเป็นผู้ออกทุนทรัพย์ในการซ่อมแซมวัด ประกอบกับข้อมูลจากท่านเจ้าอาวาสพบว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานพระกฐินต้นเป็นการส่วนพระองค์ที่วัดนี้ และได้พระราชทานแจกันกังไสไว้ ๑ คู่โดยลงพระปรมาภิไธยกำกับไว้ ซึ่งท่านเจ้าอาวาสได้เคยเก็บรักษาไว้ แต่ถูกขโมยไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีมาแล้ว
พระอุโบสถ
เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกฐานสูงเป็นฐานสิงห์ หลังคาทรงจั่วลด ๒ ชั้น ๓ ตับ มุงกระเบื้องดินเผาเคลือบสีส้ม มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า มีประตูทางเข้าออก ๒ ด้านๆ ละ ๒ บาน มีหน้าต่างด้านข้างด้านละ ๕ บาน ลักษณะด้านหน้าพระอุโบสถเป็นแบบหน้าจั่วเปิดชนิดมีสาหร่ายรวงผึ้งซึ่งเป็นงานประดับอันวิจิตรมีที่มาจากแผงกันแดดของอาคารซึ่งทำกันมานานในสมัยอยุธยา ตรงบริเวณมุขจะมีเสาหานรับหลังคามุข เป็นเสาสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองประดับหัวเสาด้วยบัวแวงประดับกระจกสีเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย หน้าบันทำด้วยแผงไม้กระดานจำหลักลวดลายพันธุ์พฤกษาและประดับกระจกสี ใต้กระจังประด้วยรวงผึ้ง ข้างเสาหานประดับด้วยลายสาหร่ายรวงผึ้งจำหลักลวดลายที่มีปลายเป็นรูปกนกนาค ซุ้มประตูและหน้าต่างภายในอาคาร ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกรอบอลูมิเนียมตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นเป็นลายพันธุ์พฤกษาที่มีความงดงามแต่ก็เสียหายไปมากแล้ว จากลักษณะโดยรวมพระอุโบสถเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย แต่วัสดุที่ได้ประดับส่วนต่างๆ เช่น ระเบียง หน้าบัน ลวดลายปูนปั้น ซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะจีนเป็นแนวพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓
พระประธานในพระอุโบสถ
หลวงพ่อบุษราคัม พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พุทธลักษณะเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สืบทอดศิลปะจากสมัยอยุธยาตอนปลาย ฐานชุกชีมีลักษณะใกล้เคียงกับวัดสุวรรณาราม จากข้อสังเกตที่พระพาหาและนิ้วพระหัตถ์ดูใหญ่ผิดส่วนอาจเป็นไปได้ว่าเคยได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจากเพจวัดกำแพงบางจากครับ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
วัดกำแพง บางจาก
วัดกำแพง บางจาก ครับ ไปกันเลยครับ
วัดกำแพงตั้งอยู่เลขที่ ๒๙๙ ซอยเพชรเกษม ๒๐ ถนนเพชรเกษม แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
ประวัติวัดกำแพงบางจาก
วัดกำแพง(คลองบางจาก) เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ในเขตธนบุรี โดยพื้นที่แถบเดิมเรียกว่า เมืองบางกอก หรือ เมืองธนบุรี เป็นวัดขนาดเล็กที่มีการวางผังได้อย่างลงตัว
ความเป็นมาของวัดไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด สันนิษฐานว่าคงมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตามคำบอกเล่าสืบทอดกันมา๒๓๖๗ และคงได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่หลายครั้ง แม้แต่ชื่อวัดก็ไม่ทราบชื่อเดิม ชื่อที่ใช้ในปัจจุบันก็เป็นชื่อเรียกกันในหมู่ชาวบ้านและเรียกกันมาเรื่อยๆ แต่หลักฐานที่เหลืออยู่ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ เจดีย์บรรจุอัฐิทรงกลมทางทิศใต้ของพระอุโบสถ ที่ส่วนฐานมีแผ่นศิลาจำหลักข้อความซึ่งสรุปได้ว่า เจดีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและใช้บรรจุอัฐิของ “พระพิศาลผลพานิช” ภายหลังจากที่ได้จัดการฌาปนกิจศพที่วัดจักรวรรดิราชาวาส และเมื่อได้ไปค้นคว้าในเอกสารสารบาญชี ส่วนที่ ๑ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ (สารบาญชีส่วนที่ ๑ คือ ตำแหน่งราชการ) ทำให้ทราบว่า พระพิศาลผลพานิช เดิมชื่อ จีนสือ เป็นขุนนางเชื้อสายจีนซึ่งรับราชการตำแหน่งสำคัญในกรมท่าซ้าย และตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาฝั่งทิศตะวันตก(ฝั่งธนบุรี) หรือบริเวณศาลเจ้าโรงฟอกหนังปัจจุบัน จากตำแหน่งที่ตั้งของเจดีย์องค์นี้พอจะสันนิษฐานได้ว่าพระพิศาลผลพานิชน่าจะมีความสำคัญต่อวัดกำแพงนี้เป็นอย่างมาก เป็นไปได้ว่าอาจเป็นผู้ออกทุนทรัพย์ในการซ่อมแซมวัด ประกอบกับข้อมูลจากท่านเจ้าอาวาสพบว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานพระกฐินต้นเป็นการส่วนพระองค์ที่วัดนี้ และได้พระราชทานแจกันกังไสไว้ ๑ คู่โดยลงพระปรมาภิไธยกำกับไว้ ซึ่งท่านเจ้าอาวาสได้เคยเก็บรักษาไว้ แต่ถูกขโมยไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีมาแล้ว
พระอุโบสถ
เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกฐานสูงเป็นฐานสิงห์ หลังคาทรงจั่วลด ๒ ชั้น ๓ ตับ มุงกระเบื้องดินเผาเคลือบสีส้ม มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า มีประตูทางเข้าออก ๒ ด้านๆ ละ ๒ บาน มีหน้าต่างด้านข้างด้านละ ๕ บาน ลักษณะด้านหน้าพระอุโบสถเป็นแบบหน้าจั่วเปิดชนิดมีสาหร่ายรวงผึ้งซึ่งเป็นงานประดับอันวิจิตรมีที่มาจากแผงกันแดดของอาคารซึ่งทำกันมานานในสมัยอยุธยา ตรงบริเวณมุขจะมีเสาหานรับหลังคามุข เป็นเสาสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองประดับหัวเสาด้วยบัวแวงประดับกระจกสีเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย หน้าบันทำด้วยแผงไม้กระดานจำหลักลวดลายพันธุ์พฤกษาและประดับกระจกสี ใต้กระจังประด้วยรวงผึ้ง ข้างเสาหานประดับด้วยลายสาหร่ายรวงผึ้งจำหลักลวดลายที่มีปลายเป็นรูปกนกนาค ซุ้มประตูและหน้าต่างภายในอาคาร ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกรอบอลูมิเนียมตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นเป็นลายพันธุ์พฤกษาที่มีความงดงามแต่ก็เสียหายไปมากแล้ว จากลักษณะโดยรวมพระอุโบสถเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย แต่วัสดุที่ได้ประดับส่วนต่างๆ เช่น ระเบียง หน้าบัน ลวดลายปูนปั้น ซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะจีนเป็นแนวพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓
พระประธานในพระอุโบสถ
หลวงพ่อบุษราคัม พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พุทธลักษณะเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สืบทอดศิลปะจากสมัยอยุธยาตอนปลาย ฐานชุกชีมีลักษณะใกล้เคียงกับวัดสุวรรณาราม จากข้อสังเกตที่พระพาหาและนิ้วพระหัตถ์ดูใหญ่ผิดส่วนอาจเป็นไปได้ว่าเคยได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจากเพจวัดกำแพงบางจากครับ