[บทสัมภาษณ์] จากภาพมายาสู่ความจริง >>สารพัดสิ่งเกี่ยวกับ Justice League ฉบับแซ็ค สไนเดอร์ (by Filmaneo)


สมัยหนังรวมฮีโร่ค่ายดีซีฉบับคนแสดงออกฉายเมื่อค.ศ. 2017 เรื่องที่ตัวผลงานถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหนักมาก จากสิ่งที่คนขึ้นชื่อหราว่าเขาคือผู้กำกับต้องการ เป็นเสมือนความมโนสุดเพ้อเจ้อสำหรับหลายๆ คน
แต่สุดท้ายสตูดิโอวอร์เนอร์เองดันประกาศยอมรับในหลายปีให้หลัง 
ว่า Justice League ฉบับแซ็ค สไนเดอร์มีอยู่จริง มิใช่แค่เพียงภาพมายา

แล้วทำไมสถานการณ์ซึ่งไม่เคยบังเกิดมาก่อนบนโลกภาพยนตร์ จึงปรากฏขึ้นเช่นนี้ ? 
บทสัมภาษณ์บรรดาผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย เช่น แซ็ค สไนเดอร์, ภรรยา รวมถึงผู้บริหารที่ไม่ประสงค์ออกนาม ที่สื่อต่างประเทศอย่าง Vanity Fair ไปถาม จะตีแผ่เหตุการณ์ให้กระจ่าง
ถึงการต่อสู้อันแสนบั่นทอนกำลังใจกับค่ายหนัง, โศกนาฏกรรมส่วนตัว, กลุ่มแฟนคลับผู้อยู่เหนือการควบคุม และสาเหตุที่บุรุษชื่อแซ็คยอมกลับมาผลิตภาพยนตร์ ตามวิสัยทัศน์ของตนจนเสร็จสมบูรณ์

* [ปล.] เนื้อหาต้นฉบับยาวจัด จึงขอแปลแค่บางส่วน แบบคัดเลือกตามวิจารณญาณส่วนตัว *



หลายเดือนหลังแซ็คแยกทางกะค่ายและปล่อย Justice League ไปตามเรื่องตามราว
เดโบราห์ สไนเดอร์/ภรรยาแซ็ค และผู้ดูแลการผลิตหนัง นั่งดูรอบทดลองฉายกับคริสโตเฟอร์ โนแลน (ผกก.ไตรภาคแบทแมนชุด The Dark Knight และนั่งแท่นผู้บริหารจักรวาลหนังดีซี)
พอดูจบ เธอได้เพียงถอนหายใจแล้วปลงตก และแนะนำสามีว่าอย่ารับชม Justice League เวอร์ชั่นฉายโรงเด็ดขาด

สิ่งที่เกิดกับ JL คือวิกฤตแห่งความเคลือบแคลงไร้ที่สิ้นสุด (crisis of infinite doubt): กลุ่มผู้บริหารหมดศรัทธาในตัวสถาปนิก ผู้ออกแบบอาณาจักรภาพยนตร์อันดัดแปลงจากคอมมิค,
ผกก.ประสบเหตุสลดในครอบครัวจนหมดไฟที่ต้องใช้เพื่อขัดขืน,
จอสส์ วีดอน/ผู้เคยผลิตหนังรวมฮีโร่จากอีกจักรวาล (มาร์เวล) วางมือหลังทำ Avengers สองภาค แล้วหนีมาซบไหล่ค่ายคู่แข่ง เพราะอยากทำหนัง Batgirl,
แต่ได้รับมอบหมายให้แก้ไข JL ตามใบสั่งของสตูดิโอ โดยเขียนบทใหม่หลายจุด แถมเร่งรีบถ่ายทำ

พฤศจิกายน 2017/แบทแมน, ซูเปอร์แมน, วันเดอร์วูแมน, ไซบอร์ก, อควาแมน, เดอะ แฟลช แผลงฤทธิ์ แต่เป็นชนิดที่แย่
นักวิจารณ์อารมณ์บ่จอย, เหล่าผู้ชมงงงันว่ามันอีหยัง, รายได้สัปดาห์แรกไม่ค่อยปัง และผู้กำกับยังไม่แยแส
วีดอน (ที่ภายหลังรู้กันว่าเขาแก้หนัง) ถูกกล่าวหาว่าขาดความเป็นมืออาชีพ และแสดงพฤติกรรมข่มเหงทีมงานระหว่างถ่ายซ่อม (เขาปฏิเสธการตามตื๊อถามเรื่องนี้โดย Vanity Fair) 
วีดอนไม่อยากฝากนามเป็นผกก.ร่วมกับแซ็ค และชื่อของเขาก็โยกไปอยู่แถวผู้เขียนบท ข้างๆ คริส เทอร์ริโอ/ผู้เคยร่วมงานกับแซ็คมาก่อนใน Batman v Superman: Dawn of Justice (2016)
 

ผู้เกี่ยวข้องทุกคนเวลานั้นต่างปั้นหน้ายิ้มแย้มให้สาธารณชนเห็น แต่รายรับรวมทั่วโลก 657 ล้านดอลลาร์ ถือว่าน่าผิดหวัง
เพราะทุนสร้างปาไป 300 ล้าน (จำนวนนี้รวมค่าถ่ายซ่อม 25 ล้านของวีดอน) ไหนจะต้นทุนแฝงต่างๆ อีกประมาณ 100 ล้าน และค่าการตลาดราว 150 ล้าน 
ฉะนั้นหลังหักส่วนแบ่งแก่เครือโรงภาพยนตร์ ผลลัพธ์ย่อมจัดว่า 'เข้าเนื้อ' โหดเอาการ 
ไม่เหมือน Avengers: Infinity War ที่ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศแหลกลาญกว่า 2 พันล้าน ใน 6 เดือนให้หลัง

"พวกเขา (เดโบราห์กับโนแลน) มาหาผมและว่า 'อย่าได้ดูหนังเด็ดขาด'" แซ็คบอก ในขณะที่เดโบราห์เสริม "ฉันรู้ดีว่ามันจะทำเขาใจสลาย"
แซ็คเชื่อคำภรรยา ผ่านมาร่วม 3 ปีกว่า เขาก็ยังไม่เคยยล Justice League ฉบับวีดอน



ก่อนกุมบังเหียนจักรวาลภาพยนตร์ดีซี สไนเดอร์สะสมชื่อเสียงของตัวเองมาเรื่อยๆ ผ่านผลงานซอมบี้สุดเร้าใจเรื่อง Dawn of the Dead, สงครามกรีกโบราณเรื่อง 300 และงานดัดแปลงจากคอมมิคซูเปอร์ฮีโร่สุดดาร์คอย่าง Watchmen... จึงมีกลุ่มแฟนเดนตายของนายคนนี้ในต่างประเทศอยู่
ทีมแฟนคลับแซ็ค จู่โจมผ่านโลกของสื่อสังคมออนไลน์ รณรงค์ผ่าน #SnyderCut กดดันวอร์เนอร์ให้ปล่อย JL ตามวิสัยทัศน์ดั้งเดิมผกก.ออกมาซะ
แฟนคลับพฤติกรรมดีมี แต่ที่มารยาททรามก็เยอะ ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือต้องเรียกร้องต่อสตูดิโอ แบบต่อเนื่อง

ปกติพอนานวัน เหล่าแฟนที่ร้องขอเรื่องทำนองนี้จะอ่อนกำลังลงเอง แต่กับกรณี Snyder Cut ปรากฏว่าไม่
เคยมีสมาชิกบางส่วน ทุ่มทุนเช่าเครื่องบินเจ็ทแขวนป้ายที่เขียนว่า Release the Snyder Cut ไปบินวนเหนือตึกของวอเนอร์ที่เบอร์แบงค์ และงานคอมมิค-คอน แถวซานดิเอโก
แถมเมื่อปีก่อนก็มีคนซื้อป้ายบิลบอร์ดของย่านไทม์สแควร์ (ที่ราคาแพงระยับ) เพื่อแปะโฆษณาถามหา Snyder Cut ด้วย

การสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวผกก.สักคน แล้วปลดเขาออกจากหน้าที่ควบคุม คือเหตุธรรมดาสำหรับสตูดิโอระดับบิ๊ก
แต่การเรียกคนทำหนังซึ่งพวกเขาไล่ออกกลางคันกลับมา แล้วมอบอำนาจด้านการผลิตและดูแลทิศทางสร้างสรรค์ผลงานคืนให้เต็มที่ คือเรื่องไม่เคยมี
จะเพราะความกัดไม่ปล่อยของแฟนๆ , การมาร่วมรณรงค์ทีหลังของแซ็ค, การแสวงหาคอนเทนท์แม่เหล็กสำหรับ HBO Max (ที่สตูดิโอคงอยากดันให้ติดตลาด) หรือทั้งหมดรวมกันก็มิอาจทราบ



ตอน 2017 ลูกสาวอายุ 20 ปีของสไนเดอร์ชื่อ ออทัมน์ (Autumn) ปลิดชีพตน หลังดิ้นรนต่อสู้กับโรคซึมเศร้ามานาน และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้แซ็คไม่เหลือพลังใจไปดื้อแพ่งใส่ค่ายหนัง เพื่อให้มันเป็นตามภาพในฝัน "นั่นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดใส่กลางเรื่องราวทั้งหมดนี่ มันส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งที่เราทำหลังจากนั้น" 
ผัวเมียสไนเดอร์โฟกัสไปที่การเยียวยาครอบครัวประมาณ 2 ปี ก่อนจะกลับมาเต็มที่กับงานได้อีกคำรบ ตอนพวกเขาพบคนของ Vanity Fair คือระหว่างปรับแต่ง Army of the Dead/หนังส่งตรงลง Netflix ให้สมบูรณ์
Army of the Dead (2021) จะเป็นจักรวาลซอมบี้ย่อมๆ ของแซ็ค ซึ่งจะมีทั้งหนังภาคต้นและซีรีส์อนิเมชั่นคลอดตามหลัง

และเช่นกัน พวกเขากำลังทำ Justice League Snyder Cut ที่เป็นหนังความยาว 4 ชั่วโมงของ HBO Max โดยรายได้จากผลงาน จะถูกนำไปบริจาคแก่โครงการป้องกันการฆ่าตัวตาย
ออทัมน์กลายเป็นเหตุผลหลักที่แซ็คยอมกลับมาปิดงานอันคั่งค้าง "ในตอนจบของหนัง มันขึ้นคำว่า 'เพื่อออทัมน์' ถ้าขาดเธอไปเรื่องนี้คงไม่มีวันเกิดขึ้น"

ชายวัย 54 มีครอบครัวใหญ่และออทัมน์อยู่กับเขามาตั้งแต่ช่วงแรกๆ สไนเดอร์กับเดนิส เวเบอร์/ภรรยาคนแรก รับเด็กกำพร้าคนนี้มาดูแลตั้งแต่เล็ก (ทั้งสองมีลูกอีกหลายคน จนถึงวันหย่าร้าง)
สไนเดอร์มีลูกชาย 2 คนกับภรรยาคนถัดมา ก่อนแต่งกับเดโบราห์/ภรรยาคนปัจจุบัน และยังคงอุปการะเด็กมาดูแลเพิ่ม 

แซ็คกับเดโบราห์พยายามผลิต JL ต่ออีกสองเดือนหลังออทัมน์จบชีวิต ก่อนมีประกาศจากสตูดิโอว่าพวกเขาสมัครใจเดินออกจากโครงการ และแซ็คเลือกวีดอนมาสานงานต่อ แต่ทั้งหมดนี่เป็นความจริงแค่ครึ่งท่อน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่