เคยให้สัญญากับตัวเองไว้ว่า ถ้าสามารถผ่านช่วงเวลาแสนยากลำบากนี้ไปได้จะมาแชร์แนวคิดและประสบการณ์ให้ฟัง เผื่อจะมีประโยชน์กับใครซักคนที่อาจจะกำลังเจอปัญหาอยู่ไม่มากก็น้อย ขอท้าวความนิดนึงก่อน คือผมโดนเลิกจ้างเมื่อประมาณช่วงกลางปีที่แล้ว เคยตั้งกระทู้ไว้ในพันทิปแต่ลบข้อความไปหมดแล้วเพราะเริ่มมีคนรู้จักเข้ามาอาจและไม่อยากให้อิมเมจขององค์กรดูไม่ดี เพราะสิ่งที่เค้าทำผมเข้าใจได้ในมุมมองของการทำธุรกิจที่ต้องไปต่อเพื่อการแข่งขันในอนาคต โจทย์ของผมค่อนข้างยากพอสมควรเนื่องจาก ผมอายุใกล้ 40 เงินเดือนค่อนข้างสูงพอสมควร ยังไม่ได้ขึ้นเป็นตำแหน่งบริหารแต่มาทางสายผู้เชี่ยวชาญ ช่วงตกงานแรกๆค่อนข้างเครียดมากและความมั่นใจในตัวเองลดลงขีดสุด สมัครงานหลายที่มากๆ แต่ที่ติดต่อกลับน้อยมาก โทรกลับและพูดคุยทางโทรศัพท์ไม่เกิน 5 ที่ มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ ที่บริษัท 3 ที่ ผมคิดว่าสาเหตุคือตัวผมไม่เหมาะกับตำแหน่ง รวมทั้งเรื่องเงินเดือนด้วย และบริษัทหาคนที่เหมาะสมกว่าได้ แต่ผมก็ยังคงเชื่อมั่นในแนวทางการหางานของผมต่อไปและก็สมัครไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอที่ ที่เหมาะกับเรา ปัจจุบันผมได้งานแล้วเป็นงานที่ผมอยากทำและสามารถต่อยอดความรู้และประสบการณ์เราได้ ด้วยค่าจ้างที่เค้าให้โดยไม่ต้องถามว่าเราอยากได้เท่าไรและเป็นตัวเลขที่เรารับได้ เหมะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับ และข้อความต่อจากนี้คือความเชื่อ แนวทางและประสบการณ์ในการหางานของผม เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ อาจจะผิดหรืออาจจะถูกและได้ผลหรือไม่ได้ผลกับใครก็ได้ ผมหวังว่าถ้าคุณได้อ่านจะได้อะไรจากมันบ้าง ผมก็ดีใจแล้ว
ความเชื่อ...ผมเชื่อว่าการหางานช่วงนี้และหลังจากนี้ ไม่มีคำว่าฟลุ๊ค หรือดวงดี บริษัทจะไม่รับคนมั่วและเปิดตำแหน่งมั่วๆ เค้าจะเปิดรับเฉพาะตำแหน่งที่จำเป็นและเร่งด่วนจริงๆเท่านั้น คนที่จะได้งานคือคนที่หัวหน้าคิดว่าเหมาะสมจริงๆ เข้ามาแล้วสามารถ Deliver บางอย่างได้ทันทีและใช้ช่วงเวลาในการเรียนรู้สั้นมาก แต่ผมมีโอกาสได้คุยกับ Head Hunter บางที่และเพื่อนรวมงานบางคน เราเห็นตรงกันว่า ช่วงนี้บริษัทหลายๆที่เริ่มหาคนมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีที่แล้ว ตำแหน่งงานที่เคยโดนหยุดการรับสมัครไว้จะเริ่มกลับมาหาคน ถึงกระนั้นผมว่าตัวเลือกเค้าก็น่าจะมีเยอะและสามารถหาคนที่เหมาะสมจริงๆ อยู่ดี...
แนวทาง...1. ผมคิดว่าเราไม่ควรไปรบในสนามที่เราไม่มีวันชนะ เพราะเราจะเหนื่อยเปล่า ท้อและบั่นทอนกำลังใจ ความหมายคือสมัครมั่ว ทุกตำแหน่ง บริษัทอะไรก็ได้ งานอะไรก็ได้เงินเดือนเท่าไรก็ได้ อย่างที่บอกในความเชื่อว่าบริษัทจะไม่รับใครก็ได้ในเวลาแบบนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกสมัครในตำแหน่ง ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เรามีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะ อย่างน้อยๆก็ซัก50% ตำแหน่งที่สมัครควรเป็นตำแหน่งที่เรามีประสบการณ์ตรงหรืออย่างน้อยต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ใกล้เคียงกันสามารถประยุกต์ใช้ด้วยกันได้ ถ้าสามารถเลือกธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเดิมได้จะดี (สำหรับพวกโรงแรม การท่องเที่ยว ผมว่าอาจจะลำบากมากๆๆที่จะสมัครธุรกิจเดิมนะครับ เราอาจต้องมองหา function งานที่ใกล้เคียงกันในอุตสาหกรรมอื่น)
2. CV หรือ Resume สำคัญมากๆ เขียนให้ดี อาจจะมีหลายเวอร์ชั่นได้ วิธีที่ดีที่สุดคือไปดู JD ในประกาศรับสมัครตำแหน่งที่เราจะสมัครก่อนค่อยมาปรับปรุง แก้ไข CV ให้เหมาะกับตำแหน่งนั้นๆ โดยอ้างอิงจาก Responsibity ที่ลงได้ ข้อควรระวังหาโกหกเด็ดขาดเพราะถ้าคุณเขียนสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเค้าจะรู้ตอนสัมภาษณ์และคุณจะไม่ได้งานนั้นแน่นอน สำหรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานหลายที่ในหลายๆตำแหน่ง ผมมองว่า excutive summary สำคัญมากๆ ควรจะใช้ 5-7 บรรทัดนี้ให้เป็นประโยชน์ อธิบายความเป็นตัวคุณให้ได้มากที่สุด คุณอาจจะได้งานหรือไม่ได้งานบางครั้งมาจาก Executive summary นี้เลยนะ
...เอาเท่านี้ก่อน ไว้มาต่อ เดี๋ยวจะมาแชร์ความรู้ที่ได้จาก Consultant คนที่ให้คำปรึกษาเรื่องสมัครงานว่า เค้าสอนอะไรผมบ้าง
แนวทาง ความเชื่อ และประสบการณ์ การหางานช่วง COVID จากคนเคยโดนเลิกจ้าง
ความเชื่อ...ผมเชื่อว่าการหางานช่วงนี้และหลังจากนี้ ไม่มีคำว่าฟลุ๊ค หรือดวงดี บริษัทจะไม่รับคนมั่วและเปิดตำแหน่งมั่วๆ เค้าจะเปิดรับเฉพาะตำแหน่งที่จำเป็นและเร่งด่วนจริงๆเท่านั้น คนที่จะได้งานคือคนที่หัวหน้าคิดว่าเหมาะสมจริงๆ เข้ามาแล้วสามารถ Deliver บางอย่างได้ทันทีและใช้ช่วงเวลาในการเรียนรู้สั้นมาก แต่ผมมีโอกาสได้คุยกับ Head Hunter บางที่และเพื่อนรวมงานบางคน เราเห็นตรงกันว่า ช่วงนี้บริษัทหลายๆที่เริ่มหาคนมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีที่แล้ว ตำแหน่งงานที่เคยโดนหยุดการรับสมัครไว้จะเริ่มกลับมาหาคน ถึงกระนั้นผมว่าตัวเลือกเค้าก็น่าจะมีเยอะและสามารถหาคนที่เหมาะสมจริงๆ อยู่ดี...
แนวทาง...1. ผมคิดว่าเราไม่ควรไปรบในสนามที่เราไม่มีวันชนะ เพราะเราจะเหนื่อยเปล่า ท้อและบั่นทอนกำลังใจ ความหมายคือสมัครมั่ว ทุกตำแหน่ง บริษัทอะไรก็ได้ งานอะไรก็ได้เงินเดือนเท่าไรก็ได้ อย่างที่บอกในความเชื่อว่าบริษัทจะไม่รับใครก็ได้ในเวลาแบบนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกสมัครในตำแหน่ง ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เรามีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะ อย่างน้อยๆก็ซัก50% ตำแหน่งที่สมัครควรเป็นตำแหน่งที่เรามีประสบการณ์ตรงหรืออย่างน้อยต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ใกล้เคียงกันสามารถประยุกต์ใช้ด้วยกันได้ ถ้าสามารถเลือกธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเดิมได้จะดี (สำหรับพวกโรงแรม การท่องเที่ยว ผมว่าอาจจะลำบากมากๆๆที่จะสมัครธุรกิจเดิมนะครับ เราอาจต้องมองหา function งานที่ใกล้เคียงกันในอุตสาหกรรมอื่น)
2. CV หรือ Resume สำคัญมากๆ เขียนให้ดี อาจจะมีหลายเวอร์ชั่นได้ วิธีที่ดีที่สุดคือไปดู JD ในประกาศรับสมัครตำแหน่งที่เราจะสมัครก่อนค่อยมาปรับปรุง แก้ไข CV ให้เหมาะกับตำแหน่งนั้นๆ โดยอ้างอิงจาก Responsibity ที่ลงได้ ข้อควรระวังหาโกหกเด็ดขาดเพราะถ้าคุณเขียนสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเค้าจะรู้ตอนสัมภาษณ์และคุณจะไม่ได้งานนั้นแน่นอน สำหรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานหลายที่ในหลายๆตำแหน่ง ผมมองว่า excutive summary สำคัญมากๆ ควรจะใช้ 5-7 บรรทัดนี้ให้เป็นประโยชน์ อธิบายความเป็นตัวคุณให้ได้มากที่สุด คุณอาจจะได้งานหรือไม่ได้งานบางครั้งมาจาก Executive summary นี้เลยนะ
...เอาเท่านี้ก่อน ไว้มาต่อ เดี๋ยวจะมาแชร์ความรู้ที่ได้จาก Consultant คนที่ให้คำปรึกษาเรื่องสมัครงานว่า เค้าสอนอะไรผมบ้าง