ต้องขอบอกก่อนว่าเรามีเเฟนอยู่คนนึง เขาเป็นคนที่หน้าตาดีมาก การงานก็ดี เราสองคนคบกันตั้งเเต่ยังเป็นวัยรุ่น คือคบกันมานานมากๆค่ะ เวลาตอนตื่นนอนก็จะต้องปลุกเขาก่อนว่าเราตื่นเเล้ว เวลาจะไปไหนก็บอกก่อน ไปเจออะไรมาก็จะเล่าให้ฟังทุกอย่าง เขาเองก็จะเล่าให้เราฟังด้วย
ส่วนตัวเป็นคนชอบพูดอยู่เเล้ว ยิ่งการเล่าเรื่องประจำวันเเบบนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติ เวลากลับบ้านไปก็จะต้องกลับก่อนเขา เเต่เราไม่ได้อะไรเพราะว่าเป็นคนติดบ้าน จนวันนึงน้องที่ทำงานก็ทักว่า'พี่ทำตัวตามเเบบเเผนเเบบนี้ไม่เบื่อหรอ' จากใจคือไม่ค่ะ ส่วนตัวเเล้วไม่รู้สึกอะไรที่ต้องทำเเบบนี้ เพราะจากเรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนเราไปเเล้ว
เย็นนั้นกลับมาที่คอนโดช้ามากเพราะรถติดเเถมต้องไปซื้อของเเละยังงประชุมเกินเวลาอีก กลับไปเกือบสามทุ่ม ตอนนั้นไฟมืดมากเราก็เเปลกใจนึกว่าเขายังไม่กลับ พอเปิดไฟปุ๊บ เราตกใจมากค่ะ ข้าวของในห้องพังเละเทะ เขานั่งร้องไห้อยู่ที่โซฟา ตอนนั้นเราตกใจมาก รีบวิ่งเข้าไปดูว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า พอเขาเห็นเราก็พุ่งเข้ามากอดเรา เเล้วก็ตะคอกว่าเราหายไปไหนมา ต้องปลอบอยู่นานมากกว่าเขาจะสงบลง
จากนั้นเราก็สังเกตว่าในโทรศัพท์เรามีเเอปGPS มันเชื่อมกับของเขา เราไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่ได้เห็นว่ามันจำเป็นนัก เวลาไปสังสรรค์กับที่ทำงานก็กลับเกินสี่ทุ่มไม่ได้ ไม่อย่างงั้นเขาจะโทรมาร้องไห้โวยวายว่าจะทิ้งเขาหรอ เราก็ไม่ได้อะไร ดีซะอีกจะได้รีบกลับบ้านไปนอนกอดเขาสบายใจกว่าได้กลิ่นเหม็นๆของเเอลกอฮอลล์
เเต่มันเริ่มตะหงิดใจมากจริงๆตอนที่กำลังจะเเต่งงานกัน เขาเตรียมบ้านไว้หลังนึงมีทุกอย่างพร้อมมากแทบจะไมจำเป็นต้องออกไปไหนเลย เเล้วก็พยายามโน้มน้าวให้เราลาออกจากงาน ตอนนั้นเพื่อนเขากับเพื่อนเราก็เริ่มมาเตือนว่าเเบบ ระวังหน่อยน่ะ ไม่ก็ หลังย้ายเข้าไปก็ติดต่อมาบ้าง
เราเคยถามว่าทำไมต้องพูดอย่างนั้น เขาก็บอกเราว่า นี่ยังดูไม่ออกอีกหรอ มันทำเหมือนจะขังไว้ในกรงทองชัดๆ ตอนนั้นก็เลยเริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆ เเล้วพอนึกถึงเรื่องต่างๆรวมกัน มันก็น่ากลัวมากจริงๆ เเบบนี้เราควรจะทำยังไงกับเขาดีคะ ใจนึงก็อยากรักษา เเต่ใจนึงเราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้เท่าไหร่ เเบบนี้เราควรเลือกทางไหนดี?
เเฟนยึดติดกับเรามากจนน่ากลัว
ส่วนตัวเป็นคนชอบพูดอยู่เเล้ว ยิ่งการเล่าเรื่องประจำวันเเบบนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติ เวลากลับบ้านไปก็จะต้องกลับก่อนเขา เเต่เราไม่ได้อะไรเพราะว่าเป็นคนติดบ้าน จนวันนึงน้องที่ทำงานก็ทักว่า'พี่ทำตัวตามเเบบเเผนเเบบนี้ไม่เบื่อหรอ' จากใจคือไม่ค่ะ ส่วนตัวเเล้วไม่รู้สึกอะไรที่ต้องทำเเบบนี้ เพราะจากเรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนเราไปเเล้ว
เย็นนั้นกลับมาที่คอนโดช้ามากเพราะรถติดเเถมต้องไปซื้อของเเละยังงประชุมเกินเวลาอีก กลับไปเกือบสามทุ่ม ตอนนั้นไฟมืดมากเราก็เเปลกใจนึกว่าเขายังไม่กลับ พอเปิดไฟปุ๊บ เราตกใจมากค่ะ ข้าวของในห้องพังเละเทะ เขานั่งร้องไห้อยู่ที่โซฟา ตอนนั้นเราตกใจมาก รีบวิ่งเข้าไปดูว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า พอเขาเห็นเราก็พุ่งเข้ามากอดเรา เเล้วก็ตะคอกว่าเราหายไปไหนมา ต้องปลอบอยู่นานมากกว่าเขาจะสงบลง
จากนั้นเราก็สังเกตว่าในโทรศัพท์เรามีเเอปGPS มันเชื่อมกับของเขา เราไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่ได้เห็นว่ามันจำเป็นนัก เวลาไปสังสรรค์กับที่ทำงานก็กลับเกินสี่ทุ่มไม่ได้ ไม่อย่างงั้นเขาจะโทรมาร้องไห้โวยวายว่าจะทิ้งเขาหรอ เราก็ไม่ได้อะไร ดีซะอีกจะได้รีบกลับบ้านไปนอนกอดเขาสบายใจกว่าได้กลิ่นเหม็นๆของเเอลกอฮอลล์
เเต่มันเริ่มตะหงิดใจมากจริงๆตอนที่กำลังจะเเต่งงานกัน เขาเตรียมบ้านไว้หลังนึงมีทุกอย่างพร้อมมากแทบจะไมจำเป็นต้องออกไปไหนเลย เเล้วก็พยายามโน้มน้าวให้เราลาออกจากงาน ตอนนั้นเพื่อนเขากับเพื่อนเราก็เริ่มมาเตือนว่าเเบบ ระวังหน่อยน่ะ ไม่ก็ หลังย้ายเข้าไปก็ติดต่อมาบ้าง
เราเคยถามว่าทำไมต้องพูดอย่างนั้น เขาก็บอกเราว่า นี่ยังดูไม่ออกอีกหรอ มันทำเหมือนจะขังไว้ในกรงทองชัดๆ ตอนนั้นก็เลยเริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆ เเล้วพอนึกถึงเรื่องต่างๆรวมกัน มันก็น่ากลัวมากจริงๆ เเบบนี้เราควรจะทำยังไงกับเขาดีคะ ใจนึงก็อยากรักษา เเต่ใจนึงเราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้เท่าไหร่ เเบบนี้เราควรเลือกทางไหนดี?