JJNY : 5in1 ตกงานนับพันแบบงงๆ│บีทีเอสฟ้องรฟม.│ตร.พม่าเผยหนีมาอินเดีย│ยุทธพงศ์ยื่นสอบสอศ.│ธนาธรติวผู้สมัครนายกเล็ก-สท.

กระทู้ข่าว
ตกงานนับพันแบบงงๆ โรงงานบางพลีปิดกิจการไม่แจ้ง
https://www.dailynews.co.th/regional/830216
 

 
ตกงานนับพันแบบงงๆ โรงงานบางพลีปิดกิจการไม่แจ้ง
 
เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารเมืองปราการ v2 โพสต์ประกาศบริษัทฯย่านบางพลีปิดกิจการ เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลให้พนักงานนับพันคนตกงานแบบไม่รู้ล่วงหน้า
 
เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารเมืองปราการ v2 ได้โพสต์เอกสารประกาศปิดกิจการ พร้อมระบุข้อความว่า 
 
พนักงานกว่าพันคนเศร้า ตกงานแบบงงๆ !! บริษัทปิดกิจการโดยไม่บอกล่วงหน้า สมาชิกแจ้งว่าบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ประกาศปิดโรงงานเพราะพิษเศรษฐกิจ โดยพนักงานไม่รู้ล่วงหน้า และยังไม่ได้พูดคุยเรื่องเงินชดเชย พนักงานกว่าพันคนในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปเรียกร้องที่หน้าโรงงานในเวลา 7:00 น.
 
https://www.facebook.com/v2maungprakarn/posts/894205884736404
 


 
บีทีเอส เดินหน้าชน ลุยฟ้อง รฟม.เพิ่ม ชี้ ทำไม่ถูกกม. อุบ ยังมีหลักฐานเด็ด จ่อเอาผิดอาญา
https://www.matichon.co.th/economy/news_2617523
 
“บีทีเอส” เดินหน้าฟ้อง รฟม. เพิ่ม พร้อมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฯ 3 คดี
 
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ โรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เปิดเผยระหว่างแถลงคืบหน้าเรื่องการดำเนินงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม ว่า บริษัทฯ จำเป็นต้องยื่นฟ้อง ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการคัดเลือกฯ เป็นคดีอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในฐานความผิดเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต่อมา เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564
 
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ระหว่างรอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองกลางและการดำเนินกระบวนการทางอาญาของศาลอาญาคคีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่บริษัทฯ ฟ้อง รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ว่าได้กระทำความผิด รฟม. โดย นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. ได้เริ่มกระบวนการคัดเลือกเอกชนด้วยการประกาศรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนใหม่ ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ของ รฟม. มีสาระสำคัญของวิธีการประเมินข้อเสนอ ที่เป็นไปตามเกณฑ์​ใหม่ หรือ ด้านเทคนิค 30 คะแนน ด้านราคา 70 คะแนน
 
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอในข้างต้น เป็นหลักเกณฑ์เดียวกับหลักเกณฑ์ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่ให้ รฟม. นำมาใช้บังคับในการคัดเลือกเอกชน โดยศาลปกครองกลางชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงวิธีการประเมินข้อเสนอในเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน เล่มที่ 1 ข้อแนะนำผู้ยื่นข้อเสนอ และการออกเอกสาร สำหรับการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 น่าจะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
 
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจาก รฟม.แถลงข่าวถึงการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดที่มีคำสั่งจำหน่ายคดีเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขณะนี้ทีมกฎหมายของบีทีเอสอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมาย และยืนยันว่ามีสิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บีทีเอสมีสิทธิ์ฟ้องศาลปกครองกลางเพิ่ม 2 คดี ประกอบด้วย กรณีที่รฟม.ยกเลิกการประกวดราคา และกรณีรฟม.เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน พื่อเตรียมเปิดประมูลโครงการฯ รอบที่ 2
 
บีทีเอส ไม่ต้องการแสดงออกในลักษณะของการโต้แย้งกับหน่วยงานของรัฐผ่านสื่อ เราพยายามร้องขอความเป็นธรรมและดำเนินตามกระบวนการกฎหมายที่มี แต่จนถึงขณะนี้เราพบว่า มีความพยายามเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจทำให้บีทีเอสเกิดความเสียหาย ดังนั้น ในวันนี้เราจึงมีความจำเป็นต้องชี้แจงความจริงทั้งหมด สิ่งที่ดำเนินการมา และสิ่งที่กำลังดำเนินการต่อไปเพื่อให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนจะร่วมประมูลหรือไม่นั้น ขอดูทีโออาร์ที่จะออกมาก่อน และยืนยันว่าบีทีเอสไม่เห็นด้วยกับเกณฑ์ใหม่ แต่ถ้ารวมประมูลก็ยังดำเนินการร่วมกับซิโนไทย และอาจจะมีการเพิ่มพันธมิตรใหม่เข้ามาอีกด้วย” นายสุรพงษ์กล่าว
 
ด้าน พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษา ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น เริ่มมีความผิดปกติของการดำเนินการในขั้นตอนที่อยู่ระหว่างการรอยื่นข้อเสนอการร่วมลงทุนในโครงการนี้ ปรากฎว่า มีบริษัทเอกชนที่ร่วมซื้อซองมีหนังสือไปถึง ผู้ว่าการ รฟม. และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ขอให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการประมูล โดยอ้างเหตุผล ถึงหลักเกณฑ์ และความเสี่ยงสูง ของการขุดเจาะอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน จะต้องใช้เทคนิคการออกแบบทางวิศวกรรมและวิธีการก่อสร้างขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อประชาชนในด้านต่างๆ ต่อมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือก ซึ่งล้มล้างสิ่งที่หน่วยงานของรัฐทำมาหลายปี
 
ที่ต้องฟ้องรฟม. เพราะทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าเกณฑ์ใหม่ดีจริงทำไมไม่ทำตั้งแต่ทีแรก เรื่องนี้ใครสั่งใครได้ประโยชน์ แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการแบ่งเค้กให้ลงตัวอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน และมองว่าถ้ายังยืดเยื้อแบบนี้ภายในปี 2564 ก็คงไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นแน่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีหลักฐานเด็ดที่ยังไม่ขอเปิดเผยที่จะนำไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในคดีทุจริตต่อไป” พ.ต.อ.สุชาติกล่าว
 

 
ตร.พม่าเผยหนีมาอินเดีย เพราะไม่ทำตามคำสั่งหัวหน้า ให้ลั่นไกฆ่าผู้ชุมนุม
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2047673
 
ตร.หนุ่มพม่าเผยสาเหตุหนีมาอินเดีย เพราะไม่ขอทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่ให้ยิงสังหารผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร ใช้เวลาเดินทาง 3 วัน ข้ามพรมแดนเข้ามาในอินเดีย
 
เมื่อ 10 มี.ค.64 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน ตำรวจเมียนมา ‘Tha Peng’ ซึ่งได้หลบหนีข้ามชายแดนเข้าไปในอินเดีย เปิดเผยสาเหตุเลือกที่จะหนีจากบ้านเกิดเมืองนอนว่าเป็นเพราะเขาได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้ปืนกึ่งอัตโนมัติยิงสังหารผู้ชุมนุมต้านรัฐประหารที่เมือง Khampat
  
ตำรวจหนุ่มวัย 27 เผยว่า ผู้บังคับบัญชาได้เรียกเขาเข้าไปพบอีกครั้ง เพื่อให้ยิงสังหารผู้ชุมนุมต้านรัฐประหาร แต่เขาก็ได้ปฏิเสธอีกครั้ง จนทำให้วันที่ 1 มี.ค.64 ได้ตัดสินใจออกจากบ้าน และลาครอบครัวที่อยู่ในเมือง Khampat โดยใช้เวลาเดินทาง 3 วัน ส่วนใหญ่จะเดินทางตอนกลางคืนเพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม ก่อนจะข้ามชายแดนเข้ามาทางรัฐมิโซรัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย
 
"ผมไม่มีทางเลือกอื่น Tha Peng ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวรอยเตอร์ผ่านล่าม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่เขาขอเปิดเผยเพียงชื่อเพื่อความปลอดภัย และต้องการป้องกันตัวเอง ซึ่งเมื่อนักข่าวรอยเตอร์ขอดูบัตรประจำตัวและบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ยืนยันว่าเป็นชื่อของเขาจริง โดย Tha Peng เป็นหนึ่งในตำรวจพม่า 6 นาย ที่เมือง Khampat ซึ่งตัดสินใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเมื่อ 27 ก.พ. ที่ต้องการให้ยิงสังหารผู้ชุมนุมที่ออกมาต่อต้านกองทัพก่อรัฐประหารตั้งแต่ 1 ก.พ. และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 50 ศพ"
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่