เราใจร้ายเกินไปไหม

กระทู้คำถาม
เราแต่งงานได้10วันสามีเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ช่วยเหลือต้วเองไม่ได้เลย 6 เดือนแต่เราดูแลเขาตลอดพาหาหมอ พากายภาพบำบัดจนอาการดีขึ้นแต่ยังหลงเหลือความพิการ ทำงานได้เนื่องจากทำงานราชการเลยไม่ได้ออก หลังจากเราคลอดลูก(ท้องตอนยังไม่ป่วย) เขาก็กลับไปทำงานที่กรุงเทพ เราทำงานรับราชการที่ต่างจังหวัด เลี้ยงลูก และค้าขายไม่ได้รบกวนเงินจากแฟนมีแต่ตัวเขาที่ขอเราบ้าง แล้วเขาขอเงินเราไปซื้ออุปกรณ์การทำงานเราบอกไม่อยากให้ซื้ออยากให้กลับบ้านมาดูลูกช่วยกันมากกว่าสุขภาพก็ไม่แข็งแรง เขายืนยันจะซื้อเราบอก.ซื้อได้แต่เงินที่ให้ไปซื้อถือเป็นเงินยืมเพราะเรไม่เห็นด้วยที่จะซื้อและเงินนี้เราหาเองจากกการค้าขายเป็นจำนวนเงิน50,000  หลังจากได้เงินไปเขาไม่โทรกลับบ้าน โทรหาบอกเครียดไม่อยากจะคุย เราก็ไม่ว่าอะไร จนหนักเข้าไม่โทรกลับบ้านเลย โทรไปไม่รับ เราเลยบอกว่าถ้าไม่อยากมีครอบครัวก็ไม่ต้องมีจะได้รู้สึกไม่เป็นภาระ จึงตัดสินใจขอหย่า ตอนลูกอายุ1.9ปี ณ.ตอนหย่าเราสงสารลูกไม่อยากหย่า แต่เขาบอกกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ เราเลยหย่าเพราะไม่อยากทะเลาะกัน เมื่อตอนตุลาปีที่แล้วโทรมาเพื่อขอเอกสารลูกเพื่อไปลดหย่อนภาษี เราไม่ให้แล้วก็บอกเขาว่าการเอาลูก พ่อ-แม่ ไปลดหย่อนหมายถึงคุณจุนเจือเลี้ยงดูเขา นี่คุณไม่จุนเจือพ่อ-แม่ลูกไม่อายหรอที่จะขอเอกสารไปลดหย่อน แล้วเราก็บอกว่า เงินที่ยืมไปไม่เอาคืนก็ได้หากจะมายุ่งยากกับลูก เพราะเราบอกลูกไปแล้วว่าพ่อตายแล้ว จนล่าสุดมีผู้หญิงโทรมาถามว่ารู้จักอดีตแฟนเราไหม เราบอกรูจัก แล้วรถที่แฟนเราขับเป็นรถเราใช่ไหม เราบอกใช่ เราเลยถามว่าไปคบกันตอนไหน เขาบอกนานแล้วสรุป ลงไปทำงานหลังจากอาการดีขึ้นก็ไปติดสาวขณะที่เราเลี้ยงลูก ทำงานหัวฟูอยู่ที่บ้าน จากที่ไม่เคยด่า ไม่เคยพูดกู-เเราะเขาไม่ชอบให้พูดกู- เราไลน์ไปจัดเลย ทั้งทวงตังที่เคยว่าจะไม่เอาคืนและบอกว่า ไม่ต้องกระแดะไม่พูดกู- เพราะการกระทำของ ยิ้มกว่าคำพวกนี้ เลยอยากถามเพื่อนๆว่าเราร้ายไปไหม ถ้าเจอกับตัวเพื่อนๆจะทำอย่างไร ปล.ปัจจุบันลูกอายุ3.8ปี เราเลี้ยงลูกอย่างดี ให้ความรักความอบอุ่นจนไม่โหยหาพ่อ แต่ธรรมดาที่จะรู้สึกขาดแต่ถามแล้วอยู่ได้ไหมหากไม่มีพ่อ ลูกบอกอยู่ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่