เราคบกับแฟนปีนี้เข้าปีที่4ค่ะ เราคบกันตั้งแต่มัธยมทุกอย่างดีหมดเลยค่ะ ราบรื่น มีความสุข ชาวยกันแก้ปัญหาต่างๆ เขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยได้คิดหรือตัดสินใจเองด้วยความที่ครอบครัวทันสมัยจะรู้เรื่องราวต่างๆและเก่งค่ะ ส่วนเราคิดและตัดสินใจเองทุกอย่างตั้งแต่ป.6ค่ะเพราะพ่อแม่เราเลิกกันตั้งแต่ตอนนั้นเราก็คิดเองและตัดสินใจทุกอย่างเองมาตลอด เราคบกันจนช่วงจบม.6เราเลือกต่อมหาลัย ส่วนแฟนไปเป็นนายสิบค่ะ เราก็จะห่างกันมากๆขึ้น บวกทั้งมีโควิดเข้ามาด้วย เราเริ่มรู้สึกถึงความห่างที่มันทำให้เขาดูนิ่งเฉยๆไป แต่ไม่ได้มีคนอื่นกันทั้งคู่นะคะ ความห่างนี้มันก็เดินทางมาเรื่อยๆ ครั้งไหนมีโอกาสได้เจอกันก็ตะเป็นเราเสมอที่ต้องเป็นฝ่ายไปหา พอเขาเรียนจบได้ทำงานก็จะได้บ้านพัก เราก็ได้ไปอยู่กับเขาช่วงเราปิดเทอมจริงๆเราอยากพิสูจน์ด้วยค่ะ ว่าจริงๆแล้วที่เราพยายามมาทั้งหมดมันสามารถช่วยให้เรามีแรงสู้ต่อมั้ย ในใจหวังลึกๆว่ามันต้องดีแน่ๆเวลาเราได้อยู่ด้วยกัน แต่กลับกันเลย มันไม่ดีเลยทุกคน เรารู้ว่าเขาจะไม่ค่อยรักบ้านหลังนี้มากเท่าไหร่ เขาจะพูดเสมอว่าไม่ใช่บ้านเรา(หมายถึงเป็นแค่บ้านพัก) แม้กระทั่งพวกต้นไม้หลังบ้านยังไม่ตัดเลย อ้างด้วยเหตุผลนี้ ทั้งที่ต้นไม้ไม่เยอะเลย ราวผ้า ไม้หนีบ โต๊ะวางเครื่องปรุง เอาจริงๆเหมือนบ้านหลังนี้สำหรับเขามีไว้แค่นอนหลับ แต่สำหรับเรา เรารู้สึกว่าอยากให้ภูมิใจกับบ้านหลังนี้เพราะที่มีได้ก็มาจากรวามพยายามที่เขาตั้งใจเรียนจนจบ เข้าใจว่าไม่ใช่บ้านของเราแต่อยากน้อยเราทำงานมาเหนื่อยๆก็ควรได้กลับบ้านมาแล้วมีความสุขได้พักผ่อน ไม่ใช่ไอ่นั่นไม่มี ไอ่นี่ไม่ซื้อ ถึงจะไม่ใช่บ้านเราแต่เราก็ไม่ได้อยู่แค่2-3ปี แต่ละวันควรมีความสุข ในความคิดเรานะคะ วันแรกที่เรามาอยู่08:00-16:00เขาก็ไปทำงานปกติ เราอยู่บ้านตอนไปแรกๆที่บ้านจะไม่มีอะไรทานเลย แม้แต่มาม่า จะมีซอยถัดไปที่มีร้านข้าวขาย แต่ซอยบ้านเราหมาดุมากกว่าจะถึงร้านก็ต้องผ่านหมาๆไปก่อน เขาบอกเราว่าเขาจะซื้อข้าวเขามาให้ตอนเที่ยงแต่วันนั้นเขายุ่งเลยไม่ได้ซื้อมาให้ เราเข้าใจค่ะ แต่อย่างน้อยๆถามเราก็ได้ว่าหิวมากมั้ย รอก่อนนะ หรืออะไรที่รักษาใจเราบ้าง แต่เขากลับไม่ถามไถ่เราสักคำ พอทะเลาะบอกเราว่า แค่นี้หากินไม่ได้ก็อดตายไปซะ เราช็อคเลย เรารักเขามากพอฟังคำแรงๆจากเขาเราจะมีหลายๆอย่างวิ่งในหัวว่าแรงมั้ย แรงรึยัง หรือเราผิด เอายังไงต่อ วนไปหมด พอจบไป เราเลยตัดสินอีกวันไปซื้อพวกมาม่า ไข่ ข้าวมาตุนไว้ เพราะไม่อยากเป็นภาระของเขา จนอีกสัปดาห์ก็เรื่องนี้อีกเช่นเคยแต่เขาเข้าเวรและเราปวดท้องประจำเดือนเลยทำอะไรออกแรงได้ไม่มากเท่าปกติ เขาถามว่าเราอยากกินอะไร เราบอกว่าโจ๊ก เขาบอกว่าไม่รู้จะหาที่ไหน เราเลยตัดสินใจจะสั่งอาหารมาส่งที่ป้อมและพอเขาเข้ามาอาบน้ำที่บ้านก็จะฝากแวะเอา แต่เราปักที่อยู่ที่นี่ไม่ได้ก็เลยถามเขา ไปๆมาๆทะเลาะกันเขาเริ่มบีบคอเรา พลักเราใส่เตียงแรงๆหลายครั้ง บอกเลิกเรา วันนั้นเราถอดใจเลยตอบโอเคเราขอเอาของลงจากรถเขา เพื่อที่พรุ่งนี้เราจะกลับบ้านเรา แต่เขาก็ไม่ยอม ทะเลาะกันไปมาจนถึงเวลาที่เขาต้องเข้าเวรต่อ พอเช้ามาเขามากอดเราและขอโทษ จนมาครั้งนี้เราสั่งลูกชิ้นเพื่อที่จะได้กินเป็นข้าวเย็นกับเขา ส่วนเขาทำรถมอไซ ตอนนั้นประมาณ2ทุ่ม เขาให้เราเดินไปเอา เราเลยถามว่าไปเอาด้วยกันไม่ได้หรอกลัวหมา เขาก็ฟึ้ดฟัดไม่พอใจ เราเลยขึ้นห้อง สักพักใหญ่ๆเขาเข้ามาบอกให้เราไปเอาลูกชิ้นบอกเราว่า ไปเอาลูกชิ้นสั่งแล้วไม่ไปเอาเดี๋ยวเขาด่ากู ใช้ไลน์กูสั่งด้วย แต่เจตนาเราคือรอเขาทำรถมอไซให้เสร็จแล้วไปด้วยกัน สุดท้ายเอารถยนต์ไปเขาบอกว่าจะเข้ากองร้อยด้วยเขาก็ตะคอกว่าแค่นี้เดินมาไม่ได้ มือกูเปอะ

เราเลยถามว่าแล้วทำไมทีอย่างนี้ถึงเข้ากองร้อยได้ คือเขาเข้ากองร้อยเพื่อเอาไขควงมาทำรถ เราเลยคิดว่าเราอยู่บ้านทำงานบ้านหุงข้าวรอกวาดถูทุกๆอย่าง หาซื้อของเข้าบ้านอะไรที่ขาด แล้วลูกชิ้นก็สั่งมาเพื่อกินด้วยกัน ทำไมไปด้วยกันแค่นี้ไม่ได้ แล้วจะมาทำรถต่อถึงกี่โมงก็ทำไป ลูกชิ้นออกมาเอาไม่ได้แต่แค่ไข่ควงเข้าไปเอาถึงกองร้อยได้ ทุกคนมีความคิดว่ายังไงบ้างคะ เราตื้อไปหมด เพื่อนๆบอกให้เราออกมา แต่เรายอมรับค่ะ เรารักเขาจนไม่รักตัวเองเลย อยากให้เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านช่วยเตือนสติเรา หรือถ้าเรื่องที่เราเราผิดพลาดอะไร ตักเตือนได้เลยค่ะ
แฟนต้องการให้เราใช้ชีวิตทุกเรื่องได้ด้วยตัวเอง แล้วอย่างนี้จะมีเขาไปทำไม