เรื่องของเรื่องคือ ผมเป็นผู้ชายวัยทำงานแล้ว ที่สนิทกับรุ่นน้องผู้ชายคนนึงมากๆ ผมรู้ตัวเองว่าผมชอบคนได้ทั้งหญิงหรือชาย เคยมีประสบการณ์ร่วมเตียงในวัยเรียนมาคือ ญ1 โดยที่เรารู้ว่าเราชอบการได้ใกล้ชิดกับคนที่เรารัก ไม่เคยคิดมั่ว

หรือมีคู่นอนไปเรื่อย
คนที่เคยมีอะไรด้วยทั้งภายใน หรือภายนอกก็จะเกิดจากความสนิท ใกล้ชิด
ต่อมามีประสบการณ์กับเพื่อนชาย แต่ก็แค่ภายนอก หรือช่วยกัน
ทั้งนี้ ผมไม่เคยคิดว่าผมเป็นเกย์ หรือจะเปิดเผยว่าเราชอบผู้ชายด้วยกัน เพราะผมไม่ได้รู้สึกกับผู้ชายทุกคน จะแค่บางคนที่สนิทแล้วเราอยากได้ความรัก อยากอบอุ่น สนิทใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือเป็นคนสำคัญของเขา ไม่เกี่ยวกับเซ็กส์เลย
จนกระทั่งมาสนิทกับรุ่นน้องที่ทำงาน (ชายแท้) จนเราทั้งคู่รู้สึกรักกันมาก จนทำให้เริ่มจากนอนกอดกัน ผมช่วยสำเร็จความใคร่ให้เขา ตั้งแต่มือ จนผมใช้ปากครั้งแรก (Oral Sex) ซึ่งน้องเขาบอกว่าเขาชอบมาก จนทำให้เรื่อยๆ นานๆครั้ง จนอาทิตย์ละครั้ง
คืนนึงผมอยากลองมีอะไรที่เพิ่มขึ้น ในช่วงอายุน้องได้ 18 ปี ผมจึงถามเขาว่าขอลองได้ไหม เขาเหมือนจะรู้ และก็เคยถามภายหลัง เพราะเขาก็อยากลอง แล้วผมก็เป็นฝ่ายรับให้เขามาโดยตลอด 5 ปีกว่าๆ จนถึงปัจจุบัน ความถี่ เดือนละ 1 ครั้งอย่างน้อย
จนเรา2คน ถึงขั้นที่รับรู้และยอมรับว่าเราคือคู่กัน ที่อยากใช้ชีวิตด้วยกันยาวไป
แต่เวลาผ่านไป ความเบื่อ หรือสัญชาตญาณเสือป่าอะไรของเขา น้องผมดูสื่อ ดูหนัง อนิเมะ คุยกับเพื่อน ก็มีความรู้สึกอยากมีแฟนเป็นผู้หญิงบ้าง เพราะผมเป็นคนแรกของเขา
ซึ่งเขาก็มาบอกเราว่าเขาเสียดาย ที่ไม่เคยแม้แต่จูบ หรือมีโมเม้นกุ๊กกิ๊ก ตั้งสเตตัสว่ามีแฟนสวย อีกอย่างเขาอยากมีแฟนเพื่อไม่ให้ใครมาล้อว่าเขาเป็นเกย์ ด้วยความผิวขาว หน้าหวาน จนคุยกับเพื่อน เขาก็มักบอกว่าเขาไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง จนทำให้เขาอยากลองความเป็นชายชาตรีจริงๆ (อันนี้ผมคิดเอง)
พอผมได้ยิน เราก็มีทะเลาะกัน แต่ก็จบด้วยเคลียร์ทุกครั้ง ว่า เพราะผมไม่เคยนอกใจ ไม่เคยไปมีอะไรกับใครเลย ตลอดคบกัน
ก็เจรจาให้เขาอยู่ในลู่ทาง ขจัดผู้หญิงออกไปจากเขาที่มาคุยแบบลองคบทางโทรศัพท์ โซเชียล รวมๆ 3 คน เขายอมทิ้งผู้หญิงไปทั้งน้ำตาทุกครั้ง แล้วก็มาขอบคุณผมทุกครั้ง ว่า ถ้าเขาไปคบก็คงเสียใจ ผู้หญิงแต่ละคนติดตามไกลๆก็เห็นธาตุแท้ คบซ้อนบ้าง ชอบวุ่นวายบ้าง ไม่สวยจริงตามรูปบ้าง แล้วก็อารมณ์ร้าย ชอบด่าแฟนน้อยใจแฟนผ่านเฟส
แล้วเราก็กลับมาเป็นปกติ จนมาถึงช่วงหลังๆที่เขาโตขึ้นจนจบมหาลัย เขาคงอยากมีแฟนสาวมากๆ (คือเราก็ไม่ได้ตกลงว่าเราเป็นแฟนกัน เพราะเขาไม่ยอมรับการมีแฟนเป็นผู้ชาย ส่วนเรื่องรัก เขาก็บอกว่ารักเรามาก ทำอะไรหลายๆอย่าง แคร์มากกว่าใครๆสะอีก)
มันเป็นความรักแบบพี่น้อง ที่มันมากกว่าพี่น้องเพราะมีอะไรกันมาตลอด 5ปี แต่ดูเหมือนมันจะไม่ตอบโจทย์ชาติกำเนิดความอยากของเขา
จนเริ่มไปค้างหอเพื่อน เราก็ระแวง ทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เหมือนทุกครั้ง เคลียร์ใจกันด้วยดี นอนกอดกันปกติ แล้วเขาบอกว่า เขาอยากแค่มีโมเม้นแฟน ไม่ได้คิดว่าจะมีเซ็กซ์เลย อยากกุ๊กกิ๊ก จูบกันบ้าง ขอเวลา 5-6 เดือน บลาๆๆ
พอผมไม่เห็นด้วย เขาจึงรู้สึกว่าผมทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตเกินไป ผมก็งงที่แต่ก่อนยอมได้ เรารักกันดี ทำไมพอคบเพื่อน ดูหนัง ถึงมีความอยากมีโมเม้นท์พวกนี้เข้ามา
เขาบอกว่า พี่ทำให้ผมดีมากๆมันเสียว แล้วก็ดีจริงๆ จนผมไม่ได้อยากจะไปมีอะไรกับใครอีก แต่ผมไม่ได้มีโมเม้นท์หวานๆ ออกเดต เดินจับมือเลย ผมไม่เคยมีแฟนผู้หญิงที่คบได้เลย
(ลืมบอกว่าน้องเขามาอยู่กับผมตั้งแต่ อายุ 16ปี)
พอเราคุยกันแบบนี้ เขาก็ลงโทษด้วยการไม่มีอะไรกับผมเป็นเวลา 3 เดือนได้ แถมสนใจผมน้อยลง อยู่กับเพื่อนมากขึ้น เริ่มใช้แอปหาคู่ เริ่มคุย
ล่าสุด มีพระรูปนึง โทรมา แล้วชวนมาฟังธรรม ด้วยความที่เป็นพระที่เราทั้ง 2 คน เคารพ ในกลุ่มเพื่อนต่างรู้ถึงความมีพลังจิตหรือญาณบางอย่าง เพราะท่านเคยบอกว่านั่งสมาธิแล้วเห็นนั่นนี่ เลยมีหลายครั้งที่คาดเดาหรืออาจแม่นยำเรื่องอดีตของเราได้ ไม่ว่าด้วยฤทธิ์ทางใจ หรือหลักจิตวิทยา แต่เราก็เคารพและฟังอย่างไตร่ตรอง ไม่เคยต้องถวายลาภสักการะใดๆ เพียงแต่ชอบนั่งสมาธิกับท่านเพราะสอนดี นั่งด้วยแล้วใจสงบ
พระรูปนี้ จู่ๆก็โทรมาหาน้องผม ซึ่งผมไม่อยู่บ้าน โทรมาเตือนว่าถ้าไม่หยุดทำแบบนี้ จะตกนรก ชายกับชายมีอะไรกัน ให้โทรบอกพ่อแม่ ขอขมาพ่อแม่ ถามเขาก่อนว่าเขายินยอมไหม ฝ่ายแม่เข้าใจ ความรักไม่ควรจำกัด แต่พ่อก็โมโห บอกผิดหวังในตัวลูกที่ทำแบบนี้กับผู้ชาย ให้เลิก ให้ย้ายออกจากบ้านนั้น เพราะคิดว่าไปอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง
ฝ่ายลูกก็บอกว่า พ่อแม่ไม่ได้ให้เงินเขาตั้งแต่อายุ16ปี ที่เขาออกจากบ้านมาอยู่กับผมเพราะอยากทำงานด้วย เขาเลือกจะอยู่กับผมต่อ จนพ่อบอกว่าไม่ต้องมาหา ส่วนแม่ก็คือไม่ได้ยินดี แต่ก็แล้วแต่ลูก เพราะแม่เขายอมรับผมว่าเป็นคนที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่วันที่ครอบครัวเขาแยกทาง แล้วไม่มีเงินส่งลูกเรียน
ผมจึงเกิดคำถาม
1.ตามกระทู้ องค์แห่งศีลระบุชายหญิงที่มีเจ้าของ ในแง่มุมของ ชายชาย เป็นอย่างไร
โดยเฉพาะผมอยู่ในบริบทที่แม่กับพ่อเขาก็เคยมาค้างด้วย เราทั้งคู่ก็นอนกอดกัน เตียงเดียวกัน 3 ฟุต มาโดยตลอด
2.พระใช้คำว่าหวังดี แต่ทักหาน้องบอกให้เขาเลิกกับผม ซึ่งน้องจะได้อิสระชีวิตไปคบกับคนอื่น ทำถูกไหม ควรไหม เราไม่ได้ต้องการให้มายุ่ง ถ้าอยากสอนควรมาบอกผมว่าทำแบบนี้ตกนรกนะ เลิกด้วยดี หรือไปสู่ขอพ่อแม่เขาก่อน
3.เราทั้งคู่ต้องมาตกลงให้แยกย้ายไปหาคนที่คู่ควร ไปหาผู้หญิงที่ควรเป็นตามความปกติของธรรมชาติ ไม่ควรนอนใกล้หรือจับของ(ค_ย) กัน เพราะมันจะทำให้มีอารมณ์แล้วอยากทำอะไรกันอีก
ลึกๆคือ ผมบอกได้เลยว่า คนมันเคย ผมก็เป็น มันอยากใกล้ อยากสัมผัส อยากทวงสิ่งที่เราเคยกลับมา แต่พระ 1 รูป มาเอาจากเราไปโดยที่เรายังไม่ยินยอม
น้องเขาก็เสียใจเพราะเขาก็ติดผม อยากกอด อยากให้ผมใช้ปากให้ แต่เขาอยากได้ความเป็นปกติแล้ว ในตอนนี้ แล้วอยากไปทำกับผู้หญิงมากกว่า แต่เราก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน คุยกัน พยายามให้ปกติสุดๆ
ผมพยายามทำตามที่เขาบอก คือต้องไปหาคนรักที่เป็นแฟนได้ ผมลองหาทั้งหญิง ทั้งชาย ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ ผมคิดว่า ทางออกของผมคือไปมีใครสักคนที่ดีๆ แล้วเอาใจกลับมาที่ตัวเอง ไปใส่ใจแฟนใหม่ ถึงจะเลิกยุ่งกับเขาได้
4. แล้วถ้าเราจะสามารถมีอะไรกันได้อย่างถูกต้อง คือตามหลัก ผมต้องไปขออนุญาตพ่อแม่ของฝ่ายชาย ใช่ไหม ถ้าพ่อแม่เขาอนุญาต ซึ่งผมชอบคนที่ไม่เปิดเผย แน่นอนว่า พ่อแม่เขาอาจจะไม่ยอมก็ได้ แล้วยังไงคือ เราไม่สามารถมีอะไรกันได้ถ้าไม่บอกผู้ปกครอง แม้เราจะอายุ 30 ปี แล้วก็ตาม
มีคำถาม 4 ข้อ
แล้วอยากฟังประสบการณ์ของคนอื่นด้วย
อยากได้มุมมองศาสนาทั้งพุทธ คริส อิสลาม หรือใดๆ ที่จะตอบเรื่องผิด บาป นรก
หรือแนะนำทางออก
สุดท้ายนี้ถ้าน้องเขามาอ่าน แล้วสงสัยว่าเป็นเรื่องของตัวเอง ผมก็อยากบอกว่า "พี่ยังรักเราเสมอ แต่เพราะโชคชะตา และการถูกกีดกันนี้ทำให้เราต้องไปรักคนอื่น เพียงเพราะเรายอมรับอยู่กินด้วยกันไม่ได้ด้วยเพศสภาพ (แม้น้องเคยพูดว่ารักเรา หรือบอกว่าถ้าเราเป็นผู้หญิง เขาก็จะคบแล้วแต่งงานด้วย) ชาตินี้ยอมรับด้วยชะตากำเนิดเราเกิดมาในยุคที่สังคมยังไม่เปิดกว้างเรื่องเพศ ค่านิยมสังคม สายตาของเพื่อน ที่มันห่วยแตก กดทับ ..พี่ก็จะทำความเข้าใจและยอมรับ"
ส่วนรสนิยมที่น้องอยากจะได้เพียงแนบแน่นกับผู้หญิงบ้างในวัยหลังแต่งงาน เพราะนั่นคือความปกติที่น้องเขาคิด ตอนนี้หลอกหลอนให้ผมนอนไม่หลับ จินตนาการไปถึงการเข้าไปเผาทำลายงานแต่ง
เขาบอกว่าถ้ามีแฟน ก็จะเอาเขามาอยู่บ้านเดียวกันกับเรานี่แหละ ไม่ทิ้งผมไปไหน
แต่ถ้าผมทำร้ายหรือไม่ยินดี เขาก็จะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นแทน ซึ่งผมต้องทำตัวดีๆต้อนรับน้องสะใภ้ในอนาคตแบบตายใจ หรืออธิษฐานจิตให้ตัดใจแล้วไปพบรักใหม่ที่ควรเป็นดี
แต่ที่แน่ๆ เตียงที่ผมร่วมรักอย่างรักเดียวใจเดียว เจ้าดุ้นที่ผมคุ้นเคยลิ้มรส สัมผัส มันจะไม่ได้มีโอกาสได้ทำแล้ว เพราะพระมาเสนอหน้าสอนว่า แค่อมก็คือเรียก เพศสัมพันธ์ ใช้ปากก็เรียก Sex ผิดศีล บาป บลาๆๆ แม้ทั้งคู่จะยินยอม แต่พ่อแม่ไม่รับรู้ หรือแม้แต่นอนกอดกันก็ไม่ควร มันหลักธรรมคำสอนหมวดไหนบ้าง
ขอบคุณที่อ่าน เขียนยาวมาก ไม่รู้ทุกคนเข้าใจผมบ้างไหม
มีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน ผิดศีล? ตกนรก? หรือไม่
คนที่เคยมีอะไรด้วยทั้งภายใน หรือภายนอกก็จะเกิดจากความสนิท ใกล้ชิด
ต่อมามีประสบการณ์กับเพื่อนชาย แต่ก็แค่ภายนอก หรือช่วยกัน
ทั้งนี้ ผมไม่เคยคิดว่าผมเป็นเกย์ หรือจะเปิดเผยว่าเราชอบผู้ชายด้วยกัน เพราะผมไม่ได้รู้สึกกับผู้ชายทุกคน จะแค่บางคนที่สนิทแล้วเราอยากได้ความรัก อยากอบอุ่น สนิทใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือเป็นคนสำคัญของเขา ไม่เกี่ยวกับเซ็กส์เลย
จนกระทั่งมาสนิทกับรุ่นน้องที่ทำงาน (ชายแท้) จนเราทั้งคู่รู้สึกรักกันมาก จนทำให้เริ่มจากนอนกอดกัน ผมช่วยสำเร็จความใคร่ให้เขา ตั้งแต่มือ จนผมใช้ปากครั้งแรก (Oral Sex) ซึ่งน้องเขาบอกว่าเขาชอบมาก จนทำให้เรื่อยๆ นานๆครั้ง จนอาทิตย์ละครั้ง
คืนนึงผมอยากลองมีอะไรที่เพิ่มขึ้น ในช่วงอายุน้องได้ 18 ปี ผมจึงถามเขาว่าขอลองได้ไหม เขาเหมือนจะรู้ และก็เคยถามภายหลัง เพราะเขาก็อยากลอง แล้วผมก็เป็นฝ่ายรับให้เขามาโดยตลอด 5 ปีกว่าๆ จนถึงปัจจุบัน ความถี่ เดือนละ 1 ครั้งอย่างน้อย
จนเรา2คน ถึงขั้นที่รับรู้และยอมรับว่าเราคือคู่กัน ที่อยากใช้ชีวิตด้วยกันยาวไป
แต่เวลาผ่านไป ความเบื่อ หรือสัญชาตญาณเสือป่าอะไรของเขา น้องผมดูสื่อ ดูหนัง อนิเมะ คุยกับเพื่อน ก็มีความรู้สึกอยากมีแฟนเป็นผู้หญิงบ้าง เพราะผมเป็นคนแรกของเขา
ซึ่งเขาก็มาบอกเราว่าเขาเสียดาย ที่ไม่เคยแม้แต่จูบ หรือมีโมเม้นกุ๊กกิ๊ก ตั้งสเตตัสว่ามีแฟนสวย อีกอย่างเขาอยากมีแฟนเพื่อไม่ให้ใครมาล้อว่าเขาเป็นเกย์ ด้วยความผิวขาว หน้าหวาน จนคุยกับเพื่อน เขาก็มักบอกว่าเขาไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง จนทำให้เขาอยากลองความเป็นชายชาตรีจริงๆ (อันนี้ผมคิดเอง)
พอผมได้ยิน เราก็มีทะเลาะกัน แต่ก็จบด้วยเคลียร์ทุกครั้ง ว่า เพราะผมไม่เคยนอกใจ ไม่เคยไปมีอะไรกับใครเลย ตลอดคบกัน
ก็เจรจาให้เขาอยู่ในลู่ทาง ขจัดผู้หญิงออกไปจากเขาที่มาคุยแบบลองคบทางโทรศัพท์ โซเชียล รวมๆ 3 คน เขายอมทิ้งผู้หญิงไปทั้งน้ำตาทุกครั้ง แล้วก็มาขอบคุณผมทุกครั้ง ว่า ถ้าเขาไปคบก็คงเสียใจ ผู้หญิงแต่ละคนติดตามไกลๆก็เห็นธาตุแท้ คบซ้อนบ้าง ชอบวุ่นวายบ้าง ไม่สวยจริงตามรูปบ้าง แล้วก็อารมณ์ร้าย ชอบด่าแฟนน้อยใจแฟนผ่านเฟส
แล้วเราก็กลับมาเป็นปกติ จนมาถึงช่วงหลังๆที่เขาโตขึ้นจนจบมหาลัย เขาคงอยากมีแฟนสาวมากๆ (คือเราก็ไม่ได้ตกลงว่าเราเป็นแฟนกัน เพราะเขาไม่ยอมรับการมีแฟนเป็นผู้ชาย ส่วนเรื่องรัก เขาก็บอกว่ารักเรามาก ทำอะไรหลายๆอย่าง แคร์มากกว่าใครๆสะอีก)
มันเป็นความรักแบบพี่น้อง ที่มันมากกว่าพี่น้องเพราะมีอะไรกันมาตลอด 5ปี แต่ดูเหมือนมันจะไม่ตอบโจทย์ชาติกำเนิดความอยากของเขา
จนเริ่มไปค้างหอเพื่อน เราก็ระแวง ทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เหมือนทุกครั้ง เคลียร์ใจกันด้วยดี นอนกอดกันปกติ แล้วเขาบอกว่า เขาอยากแค่มีโมเม้นแฟน ไม่ได้คิดว่าจะมีเซ็กซ์เลย อยากกุ๊กกิ๊ก จูบกันบ้าง ขอเวลา 5-6 เดือน บลาๆๆ
พอผมไม่เห็นด้วย เขาจึงรู้สึกว่าผมทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตเกินไป ผมก็งงที่แต่ก่อนยอมได้ เรารักกันดี ทำไมพอคบเพื่อน ดูหนัง ถึงมีความอยากมีโมเม้นท์พวกนี้เข้ามา
เขาบอกว่า พี่ทำให้ผมดีมากๆมันเสียว แล้วก็ดีจริงๆ จนผมไม่ได้อยากจะไปมีอะไรกับใครอีก แต่ผมไม่ได้มีโมเม้นท์หวานๆ ออกเดต เดินจับมือเลย ผมไม่เคยมีแฟนผู้หญิงที่คบได้เลย
(ลืมบอกว่าน้องเขามาอยู่กับผมตั้งแต่ อายุ 16ปี)
พอเราคุยกันแบบนี้ เขาก็ลงโทษด้วยการไม่มีอะไรกับผมเป็นเวลา 3 เดือนได้ แถมสนใจผมน้อยลง อยู่กับเพื่อนมากขึ้น เริ่มใช้แอปหาคู่ เริ่มคุย
ล่าสุด มีพระรูปนึง โทรมา แล้วชวนมาฟังธรรม ด้วยความที่เป็นพระที่เราทั้ง 2 คน เคารพ ในกลุ่มเพื่อนต่างรู้ถึงความมีพลังจิตหรือญาณบางอย่าง เพราะท่านเคยบอกว่านั่งสมาธิแล้วเห็นนั่นนี่ เลยมีหลายครั้งที่คาดเดาหรืออาจแม่นยำเรื่องอดีตของเราได้ ไม่ว่าด้วยฤทธิ์ทางใจ หรือหลักจิตวิทยา แต่เราก็เคารพและฟังอย่างไตร่ตรอง ไม่เคยต้องถวายลาภสักการะใดๆ เพียงแต่ชอบนั่งสมาธิกับท่านเพราะสอนดี นั่งด้วยแล้วใจสงบ
พระรูปนี้ จู่ๆก็โทรมาหาน้องผม ซึ่งผมไม่อยู่บ้าน โทรมาเตือนว่าถ้าไม่หยุดทำแบบนี้ จะตกนรก ชายกับชายมีอะไรกัน ให้โทรบอกพ่อแม่ ขอขมาพ่อแม่ ถามเขาก่อนว่าเขายินยอมไหม ฝ่ายแม่เข้าใจ ความรักไม่ควรจำกัด แต่พ่อก็โมโห บอกผิดหวังในตัวลูกที่ทำแบบนี้กับผู้ชาย ให้เลิก ให้ย้ายออกจากบ้านนั้น เพราะคิดว่าไปอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง
ฝ่ายลูกก็บอกว่า พ่อแม่ไม่ได้ให้เงินเขาตั้งแต่อายุ16ปี ที่เขาออกจากบ้านมาอยู่กับผมเพราะอยากทำงานด้วย เขาเลือกจะอยู่กับผมต่อ จนพ่อบอกว่าไม่ต้องมาหา ส่วนแม่ก็คือไม่ได้ยินดี แต่ก็แล้วแต่ลูก เพราะแม่เขายอมรับผมว่าเป็นคนที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่วันที่ครอบครัวเขาแยกทาง แล้วไม่มีเงินส่งลูกเรียน
ผมจึงเกิดคำถาม
1.ตามกระทู้ องค์แห่งศีลระบุชายหญิงที่มีเจ้าของ ในแง่มุมของ ชายชาย เป็นอย่างไร
โดยเฉพาะผมอยู่ในบริบทที่แม่กับพ่อเขาก็เคยมาค้างด้วย เราทั้งคู่ก็นอนกอดกัน เตียงเดียวกัน 3 ฟุต มาโดยตลอด
2.พระใช้คำว่าหวังดี แต่ทักหาน้องบอกให้เขาเลิกกับผม ซึ่งน้องจะได้อิสระชีวิตไปคบกับคนอื่น ทำถูกไหม ควรไหม เราไม่ได้ต้องการให้มายุ่ง ถ้าอยากสอนควรมาบอกผมว่าทำแบบนี้ตกนรกนะ เลิกด้วยดี หรือไปสู่ขอพ่อแม่เขาก่อน
3.เราทั้งคู่ต้องมาตกลงให้แยกย้ายไปหาคนที่คู่ควร ไปหาผู้หญิงที่ควรเป็นตามความปกติของธรรมชาติ ไม่ควรนอนใกล้หรือจับของ(ค_ย) กัน เพราะมันจะทำให้มีอารมณ์แล้วอยากทำอะไรกันอีก
ลึกๆคือ ผมบอกได้เลยว่า คนมันเคย ผมก็เป็น มันอยากใกล้ อยากสัมผัส อยากทวงสิ่งที่เราเคยกลับมา แต่พระ 1 รูป มาเอาจากเราไปโดยที่เรายังไม่ยินยอม
น้องเขาก็เสียใจเพราะเขาก็ติดผม อยากกอด อยากให้ผมใช้ปากให้ แต่เขาอยากได้ความเป็นปกติแล้ว ในตอนนี้ แล้วอยากไปทำกับผู้หญิงมากกว่า แต่เราก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน คุยกัน พยายามให้ปกติสุดๆ
ผมพยายามทำตามที่เขาบอก คือต้องไปหาคนรักที่เป็นแฟนได้ ผมลองหาทั้งหญิง ทั้งชาย ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ ผมคิดว่า ทางออกของผมคือไปมีใครสักคนที่ดีๆ แล้วเอาใจกลับมาที่ตัวเอง ไปใส่ใจแฟนใหม่ ถึงจะเลิกยุ่งกับเขาได้
4. แล้วถ้าเราจะสามารถมีอะไรกันได้อย่างถูกต้อง คือตามหลัก ผมต้องไปขออนุญาตพ่อแม่ของฝ่ายชาย ใช่ไหม ถ้าพ่อแม่เขาอนุญาต ซึ่งผมชอบคนที่ไม่เปิดเผย แน่นอนว่า พ่อแม่เขาอาจจะไม่ยอมก็ได้ แล้วยังไงคือ เราไม่สามารถมีอะไรกันได้ถ้าไม่บอกผู้ปกครอง แม้เราจะอายุ 30 ปี แล้วก็ตาม
มีคำถาม 4 ข้อ
แล้วอยากฟังประสบการณ์ของคนอื่นด้วย
อยากได้มุมมองศาสนาทั้งพุทธ คริส อิสลาม หรือใดๆ ที่จะตอบเรื่องผิด บาป นรก
หรือแนะนำทางออก
สุดท้ายนี้ถ้าน้องเขามาอ่าน แล้วสงสัยว่าเป็นเรื่องของตัวเอง ผมก็อยากบอกว่า "พี่ยังรักเราเสมอ แต่เพราะโชคชะตา และการถูกกีดกันนี้ทำให้เราต้องไปรักคนอื่น เพียงเพราะเรายอมรับอยู่กินด้วยกันไม่ได้ด้วยเพศสภาพ (แม้น้องเคยพูดว่ารักเรา หรือบอกว่าถ้าเราเป็นผู้หญิง เขาก็จะคบแล้วแต่งงานด้วย) ชาตินี้ยอมรับด้วยชะตากำเนิดเราเกิดมาในยุคที่สังคมยังไม่เปิดกว้างเรื่องเพศ ค่านิยมสังคม สายตาของเพื่อน ที่มันห่วยแตก กดทับ ..พี่ก็จะทำความเข้าใจและยอมรับ"
ส่วนรสนิยมที่น้องอยากจะได้เพียงแนบแน่นกับผู้หญิงบ้างในวัยหลังแต่งงาน เพราะนั่นคือความปกติที่น้องเขาคิด ตอนนี้หลอกหลอนให้ผมนอนไม่หลับ จินตนาการไปถึงการเข้าไปเผาทำลายงานแต่ง
เขาบอกว่าถ้ามีแฟน ก็จะเอาเขามาอยู่บ้านเดียวกันกับเรานี่แหละ ไม่ทิ้งผมไปไหน
แต่ถ้าผมทำร้ายหรือไม่ยินดี เขาก็จะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นแทน ซึ่งผมต้องทำตัวดีๆต้อนรับน้องสะใภ้ในอนาคตแบบตายใจ หรืออธิษฐานจิตให้ตัดใจแล้วไปพบรักใหม่ที่ควรเป็นดี
แต่ที่แน่ๆ เตียงที่ผมร่วมรักอย่างรักเดียวใจเดียว เจ้าดุ้นที่ผมคุ้นเคยลิ้มรส สัมผัส มันจะไม่ได้มีโอกาสได้ทำแล้ว เพราะพระมาเสนอหน้าสอนว่า แค่อมก็คือเรียก เพศสัมพันธ์ ใช้ปากก็เรียก Sex ผิดศีล บาป บลาๆๆ แม้ทั้งคู่จะยินยอม แต่พ่อแม่ไม่รับรู้ หรือแม้แต่นอนกอดกันก็ไม่ควร มันหลักธรรมคำสอนหมวดไหนบ้าง
ขอบคุณที่อ่าน เขียนยาวมาก ไม่รู้ทุกคนเข้าใจผมบ้างไหม