วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องตลอด18ปี ของผม ผมเกิดมาในครอบครัวที่ทะเลาะ ทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่ทะเลาะกันเลย ต้องเด็กผมต้องอยู่กับยายเพราะพ่อแม่ไปทํางานที่ต่าง จังหวัด ผมอยู่กับพี่และยายส่วนน้องเล็กอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ชีวิตตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่ด้วยอาจมีความสุขที่สุด เพราะว่าตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ ป1 พ่อแม่ผมก็กลับมาทํางานที่บ้าน ตอนเด็กผมเป็นคนร้องไห้ง่ายมาก พูดนิพูดหน่อยก็อยากร้อง ชีวิตที่เกิดมาเจอกับครอบครัวทะเลาะกันคือ ไม่มีความสุขเลย คือแม่ผมด่าผมตลอด เพราะเกิดในครอบครัวที่จน ต้องทํางาน คือผมทํางานไม่ได้ดั่งใจก็ด่า แล้วเอาลูกคนอื่นมาเปรียบเทียบว่าทํางานไม่เก่งเหมือนลูกคนอื่นเลย ทํางานไม่ได้เรื่อง ทําอะไรไม่พอใจก็ด่า เช่น ไปตายไป อยู่ไปก็ภาระ อะไรกัน ในเมื่อผมช่วยทํางานตั้งแต่เด็ก คือยังเป็นภาระ คือผมแอบร้องไห้ตลอด ช่วงนั้นเรียน ก.ศ.น เลยได้ทํางาน ทําไมถึงเรียน ก.ศ.น
เพราะศพในหมู่บ้านไม่มีโรงเรียนเอกชน ถ้าจะเรียนต้องเดินถึง 5 ก.ม กว่า เพราะเป็นคนบนดอย ไม่มีรถรับส่ง ถนนรถขับผ่านยาก
คือ ก.ศ.น ต้องเรียน เสาร์- อาทิตย์ เลยได้ทํางานช่วยพ่แแม่ทํางานตลอด คือไม่มีหยุดจนกว่างานมันจะเสร็จ คือช่วงนั้น ลำบากมาก เหนื่อยก็เหนื่อย บ่นก็ไม่ได้ บ่นก็โดนด่า แล้วก็ถึงตอนที่ผมขึ้น ป 5 คือ ได้เรียนโรงเรียนเอกชน ต้องเดินไปโรงเรียนตลอด เลยทํางานน้อยลงหน่อย แต่เสาร์ อาทิตย์ ไม่ได้พัก คือทํางาน
แล้วผลของการเรียน ก.ศ.น เรียนไม่ทันเพื่อน เรียนไม่เก่ง เกรดไม่ถึง 3 ปัญหาการย้ายเรียนคือไม่ค่อยมีเพื่อน พูดไม่ค่อยเก่ง
แล้วก็โดนบูลลี่บ่อยมาก แต่ก็สนุกมาก ช่วงนั้นไปเรียนสนุกอยากไปเรียนทุกวัน แล้วสิ่งที่ผมลืมไม่ได้ตลอดก็คือ การกระทำผิดพลาดครั้งใหญ่ คือผมเห็นเพื่อนมีมือถือ ก็อยากมี จงแบบเริ่มมีนิสัยไม่ดีเข้ามา อยากได้ แต่ไม่กล้าขอเงินแม่ ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมผมได้ทําการขโมยมือถือผู้อื่น ครั้งที่1เจ้าขอไม่รู้ แล้วผมเริ่มขโมยอีกที2 เครื่อง แล้ว ก็ไปขโมยของน้าอีกเครื่อง แต่แล้วความแตก จนคนในหมู่บ้านรู้หมด แม่ผมรู้ทั้งด่าทั้งตี ผมจึงไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่เที่ยวบ้านเพื่อน แล้วกลายเป็นคนโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนในหมู่บ้านอีกเลย
แต่ยังดีที่โรงเรียนที่ผมเรียนไกลจากหมู่บ้าน เลยกล้ามาโรงเรียนอยู่ แล้วผมก็เลิกขโมยตั้งแต่นั้นมา เมื่อถึงเวลาใกล้จะจบ ป 6
ผมมีความสุขมากที่สุดแล้ว เพราะได้อยู่กับเพื่อน สนิท ที่ไม่รู้คววามลับของผม แล้วได้กินหมูกระทะด้วยถ่ายรูปกับเพื่อน
นั่นแหละความสุขขอผมวันสุดท้ายของ ป 6 แต่อาจไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงก็ได้ เมื่อขึ้น ม1 ผมได้บวช แต่ก็ไม่อยากบวชหรอ แต่ดป็นเพราะไม่อยากขอเงินแม่แม้แต่บาทเดียว ตั่งแต่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ผมก็ อิสระขึ้น มีเงินซื้อมือถือด้วยตัวเอง เก็บเงิน การบวชเรียนของผมไปได้สวยแต่แล้ว ผมใส่จีวร กับ สบงสีไม่เหมือนกัน อาจารย์เรียกผมขึ้นไปหน้าแถว แล้วก็ ว่า หน้าตาก็ไม่ดี ยังจะใส่สีไม่เหมือนกันอีก ผมอายมาก อาจารย์พูดต่อหน้าแถว
แล้วผมก็คิดว่า เป็น อาจารย์ เป็นครูทําไม่ต้องบูลลี่กันด้วย คนเราหน้ามันก็ต่างกันดิ ถ้าเลือกเกิดได้ใครๆก็อยากหล่อทั้งนั้นแหละ
ผมก็คิดในใจ ขนาดโรงเรียนสามเณรนะ เจอ อาจารย์แบบนี้ก็ไม่ไหวแหละ ............................... ตอนนี้ผมก็18 ม4แล้ว สึกออกมาแล้ว แต่ไม่มีเงิน ไม่มีเงินซื้อรถ .... แต่ความคิดผมต้องนี้ อยากตาย อยากตาย อยากตาย ตายไปจะได้หนีปัญหาชีวิตทั้งหมด
จะได้ไม่ต้องลาบาก จะได้ไม่ต้องร้องไห้ เสียใจ จะได้ไม่ต้องคิดเรื่องในอดีต ที่เคยทําไว้ คือพยายามที่สุดแล้ว ให้ตัวเองมีความสุข ที่สุด แต่ก็ไม่ได้ เพื่อนคุยก็มีแต่ในเกมเพื่อนในวันนั้นไปไม่มีแล้ว ตัวคนเดียวไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่มีความสุขแล้ว อยากตาย ไม่มีใครรัก ไม่มีเพื่อน ไม่มีเงิน ไม่มีใคร
แค่จะมาระบายนะครับ บางทีการฆ่าตัวตายคือทางออกที่ดีที่สุด
อะไรคือทางออกที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน จาก ทู
เพราะศพในหมู่บ้านไม่มีโรงเรียนเอกชน ถ้าจะเรียนต้องเดินถึง 5 ก.ม กว่า เพราะเป็นคนบนดอย ไม่มีรถรับส่ง ถนนรถขับผ่านยาก
คือ ก.ศ.น ต้องเรียน เสาร์- อาทิตย์ เลยได้ทํางานช่วยพ่แแม่ทํางานตลอด คือไม่มีหยุดจนกว่างานมันจะเสร็จ คือช่วงนั้น ลำบากมาก เหนื่อยก็เหนื่อย บ่นก็ไม่ได้ บ่นก็โดนด่า แล้วก็ถึงตอนที่ผมขึ้น ป 5 คือ ได้เรียนโรงเรียนเอกชน ต้องเดินไปโรงเรียนตลอด เลยทํางานน้อยลงหน่อย แต่เสาร์ อาทิตย์ ไม่ได้พัก คือทํางาน
แล้วผลของการเรียน ก.ศ.น เรียนไม่ทันเพื่อน เรียนไม่เก่ง เกรดไม่ถึง 3 ปัญหาการย้ายเรียนคือไม่ค่อยมีเพื่อน พูดไม่ค่อยเก่ง
แล้วก็โดนบูลลี่บ่อยมาก แต่ก็สนุกมาก ช่วงนั้นไปเรียนสนุกอยากไปเรียนทุกวัน แล้วสิ่งที่ผมลืมไม่ได้ตลอดก็คือ การกระทำผิดพลาดครั้งใหญ่ คือผมเห็นเพื่อนมีมือถือ ก็อยากมี จงแบบเริ่มมีนิสัยไม่ดีเข้ามา อยากได้ แต่ไม่กล้าขอเงินแม่ ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมผมได้ทําการขโมยมือถือผู้อื่น ครั้งที่1เจ้าขอไม่รู้ แล้วผมเริ่มขโมยอีกที2 เครื่อง แล้ว ก็ไปขโมยของน้าอีกเครื่อง แต่แล้วความแตก จนคนในหมู่บ้านรู้หมด แม่ผมรู้ทั้งด่าทั้งตี ผมจึงไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่เที่ยวบ้านเพื่อน แล้วกลายเป็นคนโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนในหมู่บ้านอีกเลย
แต่ยังดีที่โรงเรียนที่ผมเรียนไกลจากหมู่บ้าน เลยกล้ามาโรงเรียนอยู่ แล้วผมก็เลิกขโมยตั้งแต่นั้นมา เมื่อถึงเวลาใกล้จะจบ ป 6
ผมมีความสุขมากที่สุดแล้ว เพราะได้อยู่กับเพื่อน สนิท ที่ไม่รู้คววามลับของผม แล้วได้กินหมูกระทะด้วยถ่ายรูปกับเพื่อน
นั่นแหละความสุขขอผมวันสุดท้ายของ ป 6 แต่อาจไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงก็ได้ เมื่อขึ้น ม1 ผมได้บวช แต่ก็ไม่อยากบวชหรอ แต่ดป็นเพราะไม่อยากขอเงินแม่แม้แต่บาทเดียว ตั่งแต่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ผมก็ อิสระขึ้น มีเงินซื้อมือถือด้วยตัวเอง เก็บเงิน การบวชเรียนของผมไปได้สวยแต่แล้ว ผมใส่จีวร กับ สบงสีไม่เหมือนกัน อาจารย์เรียกผมขึ้นไปหน้าแถว แล้วก็ ว่า หน้าตาก็ไม่ดี ยังจะใส่สีไม่เหมือนกันอีก ผมอายมาก อาจารย์พูดต่อหน้าแถว
แล้วผมก็คิดว่า เป็น อาจารย์ เป็นครูทําไม่ต้องบูลลี่กันด้วย คนเราหน้ามันก็ต่างกันดิ ถ้าเลือกเกิดได้ใครๆก็อยากหล่อทั้งนั้นแหละ
ผมก็คิดในใจ ขนาดโรงเรียนสามเณรนะ เจอ อาจารย์แบบนี้ก็ไม่ไหวแหละ ............................... ตอนนี้ผมก็18 ม4แล้ว สึกออกมาแล้ว แต่ไม่มีเงิน ไม่มีเงินซื้อรถ .... แต่ความคิดผมต้องนี้ อยากตาย อยากตาย อยากตาย ตายไปจะได้หนีปัญหาชีวิตทั้งหมด
จะได้ไม่ต้องลาบาก จะได้ไม่ต้องร้องไห้ เสียใจ จะได้ไม่ต้องคิดเรื่องในอดีต ที่เคยทําไว้ คือพยายามที่สุดแล้ว ให้ตัวเองมีความสุข ที่สุด แต่ก็ไม่ได้ เพื่อนคุยก็มีแต่ในเกมเพื่อนในวันนั้นไปไม่มีแล้ว ตัวคนเดียวไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่มีความสุขแล้ว อยากตาย ไม่มีใครรัก ไม่มีเพื่อน ไม่มีเงิน ไม่มีใคร
แค่จะมาระบายนะครับ บางทีการฆ่าตัวตายคือทางออกที่ดีที่สุด