คือมันเป็นสิ่งที่ผมกำลังเจออยู่ในตอนนี้ครับ
เมื่อประมาณปีสองปีก่อน ผมยังเป็นปกติครับ ใช่ชีวิตธรรมดาทั่วไป ทำงาน นอน กินข้าวกับเพื่อนให้คำปรึกษาต่างๆกับเพื่อน แต่เมื่อสองสามเดือนก่อนผมลองไปพบกับจิตแพทย์เพราะเพื่อนแนะนำให้ไป มันบอกว่าช่วงนี้ผมดูแปลกๆ
ผมเองก็ไปตามที่เพื่อนบอก คุยกับหมออยู่สักพัก หมอก็บอกว่าผมนั้นเข้าค่ายเป็นโรคซึมเศร้า ตอนนั้นที่ผมได้ยินหมอพูด หัวผมมันโล่งไปหมด ผมได้แต่ตอบแบบ ครับ เข้าใจแล้วครับ
หลังจากรับยาแล้วกลับมาที่บ้านผมก็เริ่มถามกับตัวเองว่าเป็นไปได้ยังไง ครอบครัวผมก็ไม่มีปัญหา คนในที่ทำงานก็ดีกับผม มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผมจะเป็นโรคซึมเศร้าได้ตอนนั้นผมคิดอย่างงั้นแล้วก็ใช้ชีวิตต่อไป
แต่ว่า ทุกๆวันหลังจากนั้นผมก็รู้สึกว่าตัวเอง แปลกไป เบื่อทุกอย่าง แม้แต่งานอดิเรกอย่างอ่านหนีงสือนิยายที่ผมชอบผมก็เบื่อที่จะอ่านมัน เริ่มหลับยากมาขึ้น
ไม่รู้ว่าเพราะเป็นโรคซึมเศร้ารึเปล่ามันทำให้ผมเริ่มมองอะไรในมุมที่แตกต่างออกไป จากเมื่อก่อนที่ผมมักจะไปทำงานเพราะชอบ แต่ทุกวันนี้ผมไปทำเพราะมันเป็นหน้าที่เหมือนกับหุ่นยนต์ที่เปิดปิดสวิตท์ของตัวเองได้
พอรู้ตัวอีกทีผมก็เป็นเหมือนกับคนสองบุคลิก ตอนที่อยู่ที่ทำงานก็เฮฮาไปเรื่อย คุยกับทุกคนอย่างสนุกสนาน แต่พอเลิกงานมันเหมือนกับผมเป็นละคน ความรู้สึกเหมือนกับข้างในหัวหรือจิตใจของผมมันโล่งไปหมด
ตลอดทางกลับบ้าน ผมเอาแต่นั่งเงียบ ฟังเพลงวนไปเรื่อย พอถึงบ้านก็ทิ้งตัวลงบนเตียง มันเหมือนกับผมเปลี่ยนเป็นใครอีกคนที่ผมไม่รู้จัก ทุกครั้งที่ผมอาบน้ำและส่องกระจกมันก็มีคำถามขึ้นมาในหัว
"เราเป็นใครกันแน่" "ทำไมเราถึงเป็นอย่างงี้" "เราเกิดมาทำไมกัน"
คำถามพวกนั้นมันวนอยู่ในหัวของผมทั้งอย่างงั้นทุกวันซ้ำไปซ้ำมา จนถึงตอนนี้
ตลอดมาผมก็ไปทำงานปกติ ผมเริ่มไปหาหมอมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของผมเองก็แย่ลงทุกวัน ผมเริ่มหายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่าย หมอบอกกับผมว่า เป็นเพราะผมทำงานหนักเกินไป
ตอนนั้นผมก็นึกขึ้นมาได้ ว่ามันเป็นอย่างที่หมอพูดจริงๆ พ่อผมนั้นเสียไปตั้งแต่ผมยังอยู่มัธยม พี่สาวของผมเรียนไม่จบและมีลูก พี่ผมฝากลูกสองในแม่ผมเลี้ยง หลังจากนั้นผมก็เริ่มทำงานพิเศษและเรียนไปด้วย จนผมได้ทำงานที่บริษัทนี้ ผมแทบไม่ได้ลาหยุดเลยสักครั้ง
หมอบอกให้ผมพักผ่อนบ้างหรือไม่ก็ลองหยุดพักจากเรื่องงานไปหาธรรมชาติ
ผมเองก็อยากจะทำนะ แต่เริ่มร่างกายกับสมองของผมมันตั้งค่าเอาไว้แล้วว่าต้องไปทำงาน มันเป็นเหมือนหน้าที่และกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของผม มันเหมือนกลายเป็นส่วนนึงของผมไปแล้ว
ในขณะที่เพื่อนและคนรอบข้างยังคิดว่าผมยังเป็นผมคนเดิม แต่พอผมอยู่คนเดียวมันเหมือนกับผมอยู่ในความมืด ไม่เห็นทางออกว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นยังไง พอจะหยุดพักหรือล้มก็ไม่ได้เพราะแม่ผมก็แก่เกินกว่าที่จะทำงาน
ตอนนั้นผมก็บอกกับตัวเองว่า จะคิดไปทำไมก็แค่ทำทุกอย่างให้เหมือนทุกวัน ทำไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งเหมือนไม่กี่วันก่อน ตอนที่ผมนอนอยู่บนเตียงผมก็เผลอพูดออกไปว่า "เมื่อไหร่จะตาย"
ผมไม่เข้าใจว่าผมพูดอย่างงั้นออกไปได้ยังไง แต่มันก็ทำให้ผมได้รู้ว่า สิ่งที่ผมทำตอนนี้มันเหมือนกับการดับเครื่องชน ทำงานไปเรื่อยๆ หาเงินส่งให้แม่และนอนนับวันที่ตัวเองจะตาย
ผมคิดว่าถ้าเป็นคนปกติก็คงจะเป็นกังวลกับตัวเองหรืออะไรทำนองนั้น พวกเขาอาจจะไปหาหมอ แต่ผมกลับไม่ทำอย่างงั้น ความรู้สึกตอนนั้นของผมมันว่างเปล่า ในหัวมันโล่งไปหมด ผมไม่ได้ไปหาหมอและใช้ชีวิตแบบนั้นต่อไป
______________________________________________________
ขอบคุณทุกคนนะครับที่เขามาฟังเรื่องราวไร้สาระของผม ผมแค่อยากจะระบายชีวิตของผมให้ทุกคนได้ฟัง ก็คงเหมือนกับการหาเพื่อนที่เป็นเหมือนกันล่ะมั้ง
แต่ก็คงมีไม่กี่คนล่ะมั้งที่เป็นเหมือนกับผม
ทุกวันนี้ผมก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ทำงานและส่งเงินให้แม่ ตอนนี้สิ่งที่ผมอยากทำอย่างเดียวคิดทำงานส่งเงินให้แม่ เผื่อแม่ของผมจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ก็นะท่านเลี้ยงผมมาคนเดียวทั้งสิบกว่าปี ผมเองก็อยากจะตอบแทนให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม
เคยรู้สึกว่างเปล่ามั้งไหมครับ