มิว ศุภศิษฏ์ แถลงแล้ว ! ยันไม่ได้ก๊อป แจฮยอน NCT - ไม่เคยคุกคามอดีตคู่จิ้น


กลายเป็นประเด็นยืดเยื้อเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว สำหรับกรณีของ มิว ศุภศิษฏ์ นักแสดงหนุ่มที่โด่งดังจากซีรีส์วายเรื่อง TharnType The Series หลังถูกชาวเน็ตจับผิดว่า MV โคฟเวอร์เพลง Afterglow ของ Ed Sheeran ที่มิวทำออกมานั้นมีความคล้ายคลึงกับ MV โคฟเวอร์ I Like Me Better ของ Lauv ที่ไอดอลเกาหลี แจฮยอน วง NCT ทำออกมาเมื่อปี 2019 พร้อมเทียบให้เห็นแบบชอตต่อชอตว่ามีมุมไหนที่คล้ายกันบ้าง
          ต่อมา มิว ศุภศิษฏ์ สตูดิโอ ไม่ได้มีเจตนาทำให้คล้ายคลึงแต่อย่างใด ซึ่งการถ่ายทำดังกล่าวต้องการทำเอ็มวีแนว Street Vlog และต้องการนำเสนอให้เห็นภาพของกรุงเทพบ้านเรา ซึ่งแรงบันดาลใจในการทำเอ็มวีได้มาจากศิลปินหลายคน แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และตรวจสอบแล้วพบว่าคล้ายกันอยู่หลายซีน แต่ไม่ได้มีเจตนาจัดทำซ้ำหรือทำให้คล้ายกับเอ็มวีของแจฮยอน และทางทีมงานไม่เคยดู MV ของ แจฮยอน
          แต่ยังเป็นประเด็นดราม่ายืดเยื้อในโลกโซเชียลเมื่อชาวเน็ตมองว่าไม่มีความจริงใจในการชี้แจงหรือขอโทษ มิวควรออกมาขอโทษด้วยตัวเองมากกว่า และมีการตั้งแท็กเรียกร้องให้มิวออกมารับผิดชอบถึง 7 วัน ก่อนจะมีการขุดประเด็นที่เจ้าตัวเคยคุกคาม Sexual Harassment อดีตคู่จิ้น แถมแฟนคลับของเจ้าตัวยังไปโจมตีอีกฝ่ายด้วย ยิ่งทำให้ดราม่านี้เดือดเข้าไปอีก
          ล่าสุด (4 มีนาคม 2564) มิว ศุภศิษฏ์  ได้ออกมาแถลงข่าวถึงประเด็นดังกล่าวพร้อมกับทนายชื่อดัง ทนายนิด้า ด้วย
ยันไม่ได้ก๊อป แจฮยอน แค่ทำให้แฟนต่างชาติดู
          มิวเผยว่า ได้ลิขสิทธิ์เพลง Afterglow มาจาก Warner โดยตรง และด้วยความที่เรามีแฟนต่างชาติเยอะ เราอยากให้แฟนคลับต่างชาติมาตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวไทย จึงใช้เป็นคอนเซ็ปต์ Street Vlog และข้างหลังเป็นกรุงเทพฯ หลังมีดราม่าได้เข้าไปดู MV ของแจฮยอน แล้วก็มีจุดที่คล้ายอยู่หลายจุด แต่ส่วนตัวเราไม่ได้มีเจตนาไปก๊อปปี้หรือทำให้มันคล้าย เราก็ต้องขอโทษในจุดนี้จริง ๆ ซึ่งพอเราทราบเรื่องก็ให้ฝ่ายโปรดักชั่นกับครีเอทีฟเข้าไปดูทันที ตอนที่ทราบเรื่องตอนแรกมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ทำให้เราต้องไตร่ตรองให้มาก และเราได้มีการแถลง 3 ฉบับ
คนมองว่าแถลงทั้ง 3 ฉบับไม่จริงใจ
          ทนายนิด้า เผยว่า หนังสือชี้แจงที่ออกมาทั้งหมดออกมาโดยทีมงาน เพราะมีความสบายใจหลังโดนเข้าใจว่ามันเป็นก๊อปปี้ผลงาน ซึ่งทางเราก็ยืนยันว่าเราไม่มีเจตนาก๊อปปี้ คือตัดกันมาชอตต่อชอตอาจจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ถ้าภาพรวมมันไม่คล้ายกัน ในโลกนี้มองว่าความบังเอิญเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ถามว่าวันนี้ที่มานั่งพูดคนก็คงไม่ยอมรับอยู่ดี ทางน้องมิวจึงออกมาขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ หนังสือชี้แจงเบื้องต้นได้ทำการขอโทษ
          เราคงห้ามความคิดใครไม่ได้ว่าจริงใจหรือไม่จริงใจ แต่สิ่งที่ทำอันดับแรกคือเราได้ลบ MV ออกและออกหนังสือชี้แจง ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่ามันเพียงพอแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็รู้แล้วว่ามันไม่พอ ซึ่งถ้ามองด้วยอคติก็จะมองว่าไม่จริงใจ ถึงแม้เราจะยืนยันว่าไม่จริงใจก็ตาม
ทนายยันไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์-เสนอเองไม่ต้องขอโทษ
          เจตนาอยากออกมาขอโทษที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและความไม่สบายใจ เรื่องการขอโทษเราคุยกับน้องมาตลอดว่าที่น้องทำไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่มีข้อไหนที่ผิดเลย และทนายก็อยากถามกลับว่าหลังจากนี้จะเอากฎหมายหรือความพอใจ ถ้าเราเอากฎหมายเป็นที่ตั้งน้องไม่จำเป็นต้องออกมาขอโทษเลย แต่หากพูดตามความพอใจ แฟนคลับอีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจและมีการกดดันให้คนออกมาขอโทษแบบนี้มันถูกต้องเหรอ เราจะอยู่กันแบบนี้จริง ๆ เหรอ
          และที่บอกว่าทำไมมิวไม่ออกมาขอโทษตั้งแต่เกิดเรื่อง จริง ๆ ตนเป็นคนเสนอเองว่าไม่อยากให้ มิว ออกมาขอโทษเพราะมันไม่ได้ผิดกฎหมาย การที่ค่ายทำการลบ MV ออกแล้ว และมีการออกหนังสือชี้แจงซึ่งมันก็น่าจะพอแล้ว แต่หากมันยังไม่เพียงและบอกว่าให้มิวเป็นคนออกมาเอง ซึ่งมันเป็นการสร้างบทลงโทษขึ้นมาเองมันยุติธรรมกับมิวหรือเปล่า

ไม่ได้ทำสีผมตาม-มีการเขียนสตอรี่บอร์ด
          เรื่องสีผมเราทำสีนี้มาตั้งแต่มกราคมแล้ว เราไม่ได้ตั้งใจทำให้สีไปเหมือนเขา เราลงทุนน้อยมาก ๆ ใช้กล้องแค่ 1 ตัว คอสตูมและคาแรกเตอร์ก็ให้สบายที่สุด ซึ่งการคอสตูมเป็นคนจัดมาให้ ส่วนเรื่องสตอรี่บอร์ดเราให้เรฟนั้นเราได้ให้เรฟเพลง I Like Me เอ๊ย ! เพลง I love you 3000 ไป ทางโปรดักชั่นไปหาเพิ่มอีก 3 เพลง ซึ่งสตอรี่บอร์ดนั้นวางไว้แค่โลเคชั่นจะไปถ่ายทำซึ่งเป็นร้านขนมไทย ส่วนสถานที่ต่อ ๆ ไปคือโปรดักชั่นเป็นคน เราไม่ได้เรฟจาก MV ของแจฮยอนแน่นอน ถามว่าเราไม่เอ๊ะเหรอว่ามันคล้ายของ แจฮยอน เรามองว่าของตัวเองคล้ายเรฟที่เราเอามามากกว่า ยืนยันว่าไม่ได้ก๊อปปี้ ส่วนของแจฮยอนนั้นเพิ่งได้ดูตอนมีดราม่า
ดู MV แจฮยอนแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนทำอยู่แล้ว
          มองว่าการที่เราเดินบนถนน เดินตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มันเป็นสิ่งที่เราทุกคนทำอยู่แล้ว ท่าโพสมันมีหลายท่า แค่ที่มันสวยมันเป็นภาพจำของตากลองอยู่แล้วว่าต้องถ่ายแบบไหน ต้องถ่ายมุมไหน ด้าน ทนายนิด้า เผยว่า การถ่ายแนว Street Vlog มันต้องถ่ายแบบนี้อยู่แล้ว ไปไล่กี่ร้อย MV มันก็คล้ายกันอยู่แล้วคงต่างกันแค่สถานที่ อย่างถ่ายกับสะพาน ก็ต้องถ่ายแบบนั้นอยู่แล้วที่จะถ่ายให้เห็นทุกอย่าง ถ้ามองแบบไม่เปิดใจมันก็คล้าย แต่มันก็คล้ายกันมาทั้งหมดไม่รู้กี่แบบต่อกี่แบบ
ทนายชี้เข้าใจกฎหมายลิขสิทธิ์ไปแบบไหน
          เราต้องถามว่าเราเข้าใจคำว่าละเมิดลิขสิทธิ์ได้ดีขนาดไหน อะไรที่กฎหมายคุ้มครองไม่คุ้มครอง กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยนำมาจากกฎหมายของต่างประเทศ อะไรที่เป็นนอร์มอลกฎหมายไม่คุ้มครอง อาทิ การถ่ายคนเดินถนน ข้างทาง กฎหมายไม่คุ้มครอง ซึ่งการเอามาเทียบกันยังไงมันก็เหมือน แต่มันไม่ใช่งานที่มีลิขสิทธิ์ และนี่ไม่ใช่ช่องว่างของกฎหมาย
ไม่คิดว่าจะทำให้คนที่เรารักเกิดความขัดแย้ง
          เราเสียใจมาตลอดตั้งแต่เกิดเรื่อง ไม่ได้เสียใจที่เราโดนโจมตี แต่เราเสียใจที่ทำให้แฟนคลับไม่สบายใจ เกิดความขัดแย้ง ส่วนที่ไม่ออกมาตั้งแต่แรก เพราะเราปรึกษากับทนายมาตลอด มันมีผลกระทบกับคนหมู่มาก เราต้องคิดไตร่ตรองหลาย ๆ รอบ
          ด้าน ทนายนิด้า เผยว่า การขอโทษเราจะออกมาขอโทษเมื่อไรก็ได้ จะออกมาแถลงตอนไหนก็พูดเหมือนกัน เราไม่ได้เตรียมบท แต่สิ่งที่ต้องทบทวน เพราะน้องคิดว่าถ้าพูดออกไปแล้วจะแตกแยกกันอีกไหม เขาก็คิดว่าการที่ออกมาจะทำให้มีแรงกระเพือมไหม ซึ่งถึงวันนี้มันไม่ได้ยุติลงเลย คิดว่าออกมาพูดก็ค่าเท่ากัน เราเองก็พูดในมุมกฎหมาย ว่าเขาทำงานอยู่ในแสงสว่าง อยู่ในสื่อไม่ควรละเมิดลิขสิทธิ์ จึงอยากถามว่าเราเข้าใจคำนี้ยังไง ยืนยันว่าในทางกฎหมายไม่มีการละเมิดโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์มากแค่ไหน กล้ายืนยันเลยว่ามันไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าบอกว่าไม่ควร ไม่พอใจแปลว่าผิด ซึ่งอันนี้นักโซเชียลเป็นคนสร้างกฎหมายเองแล้ว และมีจะกดดันและออกมาแบน ซึ่งตรงนี้ไม่สามรถทำได้ เราจึงอยากให้ทุกคนเคารพกฏหมายด้วย

การกดดันของชาวเน็ต ถือเป็นการละเมิด มิว
          ไม่อยากจะพูดคำนี้แต่ก็ถือว่าเป็นการละเมิด ศิลปินทุกคนอยู่ในสื่อ พึ่งพาประชาชนที่ให้การสนับสนุน ไม่อยากให้ถึงคนใช้อคติ ถ้าไม่ถูกใจแล้วจะทำร้ายซึ่งตรงนี้คือการละเมิด สิ่งที่เขาทำมันไม่ได้ผิดกฎหมายเลย แต่มันคือความไม่พอใจและยังโดนกดดัน ซึ่งเราได้ลบคลิปออกไปแล้ว เสียเงินในการถ่ายทำไปแล้ว ซึ่งมันก็พอเหมาะพอสมแล้ว การที่เขายอมรับการกดัน แม้แต่คนที่กดดันให้มิวออกมาทำแบบนี้วันหนึ่งคนที่ตัวเองสนับสนุนก็อาจจะได้รับผลกระทบแบบนี้เหมือนกัน เพราะเราสร้างวัฒนธรรมแบบนี้แล้ว
เตรียมทำคอนเซ็ปต์ MV ใหม่
          เนื่องด้วยเราได้รับโจทย์จาก Warner ให้เราร้องเพลงนี้จึงกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแบบไหน ส่วนครีเอทีพเป็นคนคิดว่าจะทำ Street Vlog ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนคอนเซ็ปต์
ขอบคุณแฟนคลับที่เป็นแรงใจในการทำงาน
          เราขอโทษที่ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง และยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก หวังว่าครั้งหน้าพี่ ๆ นักข่าวจะได้สัมภาษณ์แต่เรื่องดี ๆ ของตน อยากบอกถึงแฟน ๆ ของทุก ๆ คนว่าเข้าใจทุก ๆ คนว่ารักศิลปินของตัวเอง ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่สนับสนุนเรา ความรักของแฟน ๆ ที่ให้มามันทำให้เราสร้างสรรค์ผลงาน อยากพัฒนาผลงานไปเรื่อย ๆ
ยันชัดเราไม่ได้ผิดพลาด
          ทนายนิด้า เผยว่า เราตอบไม่ได้ว่ามันผิดพลาดอะไร เราไม่ได้มองเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดอะไร MV ไม่มีตรงไหนที่เป็นการทำซ้ำ ดัดแปลง ก็สามารถเผยแพร่ได้ แต่ถ้าถามเรื่อง จริยธรรม จรรยาบรรณ แล้วบรรทัดฐานมันอยู่ตรงไหน เราเอากฎหมายมาตั้งมันไม่ได้ไร้จรรยาบรรณ
ยันชัดไม่ได้คุกคาม อาร์ต อดีตคู่จิ้น
          มองว่ามันหลุดจากประเด็นที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่ากับอาร์ตเราจบด้วยดี เราเจอกันตามงานได้แบบปกติ เป็นพี่น้องที่ดีด้วยกัน เราจึงไม่อยากย้อนกลับไปพูดเรื่องราวที่ป่านมา เพราะตอนนี้มันดีมากสำหรับเราแล้ว จากคลิปนั้นเราได้เคลียร์กันแล้ว เราเองก็มีงานตามมาในภายหลัง ความสัมพันธ์ของเรายังดีต่อกัน
          มิวยันว่าเราไม่ได้ทำ เราเคยโดนเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่ซีรีส์ออก ถามว่าโดนโจมตีมากไปหรือเปล่า รู้สึกว่า ไม่ควรมีใครต้องเป็นเป้าโดนโจมตี เรารู้สึกผิดมากจริง ๆ จึงออกมาขอโทษ
ยังไม่มีการดำเนินคดี
          เราแค่มาดูแลเรื่องงานลิขสิทธิ์ ถ้าติชมทุกอย่างด้วยความสุจริตศิลปินรับได้ อันนี้โอเค แต่ถ้าใส่ร้าย ปรักปรำ อันนี้ก็ต้องลิสต์ไว้ ประเด็น Sexual Harassment ไม่มีมุมความจริงเลย จึงอยากให้ยุติประเด็นนี้ เพราะมันไม่เป็นความจริง น้องเองก็ซีเรียสมาก ส่วนที่มีคนบอกว่า ทนายนิด้า รู้จักสนิทสนมเป็นแฟนคลับของมิวนั้นไม่จริง
          มิว ยังปิดท้ายว่า "สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นอยากขอโทษเป็นพิเศษคือแฟนคลับของตัวเองและแฟนคลับฝั่งเขา ทุกคนที่ติดตามข่าวและเราทำให้ไม่สบายใจ ขอโทษคนรอบตัวที่ต้องมาทุกข์ร้อนใจกับเรื่องนี้ ทั้งพ่อแม่ น้องสาว เพื่อน ๆ รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษา มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องพบเจอเรื่องนี้"
          โดยภายหลังจากการแถลงข่าวในโซเชียลก็ยังมีการถกเถียงถึงประเด็นนี้กันเป็นจำนวนมาก ทำให้เสียงยังแตกเป็น 2 เสียง และส่งผลให้แฮชแท็ก #MewPlsApologizeTo_재현,  #StandbyMSS, #StayStrongWithMew ยังคงติดเทรนด์ทวิตเตอร์อยู่ในขณะนี้



ที่มา : https://women.kapook.com/view238419.html
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่