เรื่องราวมีอยู่ว่า
ผมกับแฟนคบกันมา 7 ปีกว่าๆ ตลอดเวลาช่วงคบกันใหม่ๆ ก็ดีกันรักกันมากตลอด มีงอนกันบ้าง โกรธกันบ้างตามปกติคู่รักทั่วไป มีปัญหาก็คุยกันปรับความเข้าใจกัน เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ไปมาหากันเรื่อยๆ แฟนผมกับผม อายุห่างกัน 7 ปี ผมเป็นคนค่อนข้างใจเย็น แล้วก็ทุ่มเทกับงาน ส่วนแฟนผมจะค่อนข้างเอาแต่ใจ ขี้เหงา ระหว่างที่คบกันก็คอยปรับเข้าหากันเข้าใจกัน แต่ส่วนมากที่จะงอนกันก็จะเป็นเรื่องไม่ค่อยมีเวลาให้กัน จนช่วงเวลาที่คบกันมาถึง 6 ปี ก็เริ่มมีปัญหากัน เพราะแฟนผมเวลาเครียดเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ จะเริ่มเงียบไม่อยากคุย ทำให้ผมเริ่มเบื่อ แล้วช่วงนั้นผมก็ได้งานใหม่ต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด แต่ไม่ไกล กทม ไปกลับทุกอาทิตย์ แล้วได้พบเจอเพื่อนร่วมงานใหม่เป็นรุ่นน้องก็คุยกันถูกคอ คุยกันบ่อย แต่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันอยู่คนละจังหวัด จะได้คุยกันผ่านโทรศัพท์ หรือ Line คุยกันได้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ จนแฟนผมเริ่มสงสัยแล้วก็เห็นการข้อความที่คุยกันมันค่อนข้างมาก แล้วเยอะเกินไป สำหรับเพื่อนร่วมงาน ผมก็ผิดเองในเรื่องนี้ผมแค่รู้สึกว่า ถ้าแฟนเราไม่อยากคุยด้วยเราก็หาคนคุยด้วยเพื่อที่เราจะได้ไม่ไปหงุดหงิดใส่แฟนเรา เราไม่อยากให้มาทะเลาะกัน แต่แล้วพอแฟนผมเห็นข้อความที่คุยกัน เค้าก็โกรธมาก จนทำให้เค้าบอกเลิกกับผมและเสียใจอย่างมากที่ผมแอบคุยกับคนอื่น ทำร้ายความเชื่อใจของเค้าตลอดที่ผ่านมา ผมรู้ว่าตอนนี้แฟนผมมองว่าผมได้นอกใจเค้าไปแล้ว ผมก็พยายามง้อขอคืนดี และเลิกติดต่อกับเพื่อนร่วมงานคนนั้นไปเลยเพื่อ ไม่ให้แฟนผมรู้สึกไม่ดีอีก เราก็กลับมาคุยกันปรับความเข้าใจกันดีเรื่อยมา
จนผ่านมาได้สักระยะนึง เข้าช่วงสถานะการโควิด-19 ระบาดงานที่แฟนผมทำอยู่ได้รับผลกระทบไปด้วยทำให้เค้าเครียดเพราะว่ามันเป็นงานที่เค้ารัก เค้าไม่อยากออกจากงาน พยายามเฝ้ารอว่างานจะกลับมาเดินหน้าใหม่อีกครั้ง แต่ระยะเวลาค่อนข้างนาน แล้วรายจ่ายเค้าก็มี ผมพอช่วยซับพอตให้ได้ไม่มาก เพราะเค้าก็ไม่อยากเดือดร้านคนอื่น เค้าเครียดมาก จนทำให้เค้าเริ่มไม่ค่อยอยากคุยกับใคร ผมก็เลยหาทางให้เค้าทำอาชีพเสริมโดยการขายของออนไลน์ไปก่อน ช่วยพาไปหาแหล่งซื้อของเพื่อมาขายในช่วงนั้นก็พอมีรายได้บ้าง จะได้มีรายได้เสริมระหว่างที่รองาน ผมให้เค้ามาอยู่กับผมช่วงนึงเพื่อจะได้ลดค่าใช้จ่ายแต่เค้าก็ไม่อยากเดือนร้อนผมแล้วก็ไม่อยากอยู๋คนเดียวช่วงกลางวันเพราะผมต้องไปทำงาน จนสุดท้ายเค้าก็ต้องยอมออกจากงานที่รักแล้วกลับไปอยู่บ้านเค้าที่ต่างจังหวัด เพื่อรอหางานใหม่ ช่วงนั้นที่กลับบ้านไปเป็นระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนได้ เราก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์ Chat สม่ำเสมอ แต่ก็เนื้อหาที่คุยก็ค่อยๆ น้อยลง เราก็พยายามเข้าใจว่าช่วงนี้ให้เค้าอยู่กับครอบครัวน่าจะเป็นอะไรที่ดีกว่า จะได้ลดความเครียดลงได้บ้าง แล้วเค้าก็กลับมาเพื่อนสัมภาษณ์งานที่ กทม เป็นครั้งคราว ผมก็ไปรับไปส่งช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่ก็เริ่มสังเกตได้ว่าเค้าเริ่มไม่เหมือนเดิม จากที่เคยเล่นกับเรา แกล้งเรา ดูตอนนี้นิ่งๆ ผิดไป แต่ผมก็คิดน้อยไปหน่อย คิดแค่เค้าคงมุ่งสนใจเรื่องงานมากกว่าเลยไม่ค่อยมีอารมณ์เล่นเหมือนเมื่อก่อน ก็เลยไม่ได้ถาม เพราะกลัวว่าจะไปทำให้เค้ารู้สึกไม่ดี เราก็พยายามซับพอตเรื่องอื่นๆ ที่เราพอช่วยเหลือได้ ให้คำปรึกษาต่างๆ เท่านั้น พาไปกินข้าวบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ต้องช่วยกันประหยัด
แล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเค้าก็ได้งานใหม่ถึงจะเป็นงานที่เค้าไม่ได้ชอบเท่าไร แต่ผมก็อยากให้เค้าได้ทำไปก่อนเพราะว่าช่วงนี้งานหายาก ทำไปก่อนดีกว่าไม่มีงานทำ หลังจากนั้นไม่นานพอเค้าเริ่มงานใหม่เป็นช่วงนี้ต้องเรียนรู้งานแล้วก็ปรับตัว เราก็คุยกันน้อยลง พอเค้าเลิกงานก้เหนื่อยแล้วก็อยากพักผ่อนเราก็เข้าใจเลยพยายามไม่กวนเค้าให้มาก พามาไม่กี่วันเค้าก็โทรมาหาผมแล้วก็ บอกผมว่าช่วงนี้เค้าคงจะไม่ได้ติดต่อหาผมแล้ว ผมก็ งง เลยมันแปลกมากผมก็ถามว่าเป็นอะไร เค้าบอกว่าเค้าไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว เค้าขอโทษกับทุกอย่าง ผมก็เลยคิดเอาว่าที่เค้าพูดแบบนี้คือ เค้าต้องการจะเลิกกับผมรึป่าว เค้าก็ไม่ได้ตอบชัดเจน แต่ผมเดาได้ว่าต้องเป็นแบบนั้นก็เลย เจาะถามไปว่ายังไง มีใครใหม่เหรอ เค้าก็เลยยอมบอกว่าใช่ เค้ากำลังเปิดใจให้ใครคนนึงอยู่ เค้าขอโทษกับผมตลอดเลย เค้าขอให้ผมเป็นพี่ชายได้ไหม แล้วเค้าก็ร้องไห้ ผมเหมือนหมดแรง หัวใจผมแบบว่าอยากจะหยุดเต้น แต่ก็ยังไม่ได้โกรธอะไร มันมึนและงง มากกว่า เลยต้องขอวางสายแล้วคุยกันใหม่วันพรุ่งนี้ ผมพยายามเก็บอารมณ์เรียกสติกลับมา พอวันถัดมาผมพยายามคิดว่ามันอาจจะเป็นแค่ฝันไป วันนี้อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นผมก็เลยโทรไปถามอีกว่าเรื่องมันเป็นยังไง ไปคบกันได้ยังไง ก็เลยได้รู้ว่าเป็นช่วงที่เค้ากลับไปอยู่บ้าน เค้าน่าจะได้เจอเพื่อนเก่าคงมีอะไรเหมือนกัน คุยกันถูกคอเพราะว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน ก็เลยเกิดสนใจกัน
ผมก็พยายามง้อ บอกให้เค้าเลิกคุยกับเพื่อนเค้าได้ไหม หยุดเรื่องนี้ก่อนได้ไหม แต่เหมือนจะไม่ทันแล้ว เค้าบอกว่าตลอดเวลามาผมดีกับเค้ามากทุกอย่างคือคนที่ใช่สำหรับเค้ามาก เค้าก็รักผมมาก มากจนไม่รู้จะมีใครรักเค้าได้มากเท่าผมอีกไหม สำหรับผม ผมก็บอกเค้าว่าเค้าก็เป็นคนที่ผมรักมากเช่นกัน ผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครรักผมได้เท่าเค้าอีก แต่เรื่องเดียวที่เค้าไม่โอเค คือเรื่องที่ผมเคยนอกใจไปคุยกับคนอื่น เค้าพยายามลืมมันแล้วและก็ได้ลองให้โอกาสแล้ว แต่เค้าก็ไม่สามารกลืมมันได้เลย ทุกๆ คือเค้าคอยระแวงผมตลอดเลย คอยเช็คผมตลอด คงเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันผมทำงาน ตจว แล้วก็มาเจอกับปัญหาเรื่องงานอีก เค้าเลยอยากจะหยุดเรื่องของเราไว้เท่านี้ ผมพยายามง้อขอคืนดี แต่แฟนผมเค้าก็ไม่อยากทำให้ใครเสียใจ แต่ต้องกลายมาเป็นผมที่ต้องยอมถอยออกมา ผมอยากจะพยายามทำอะไรให้เค้ากลับมา แต่ก็ไม่อยากไปเพิ่มปัญหาให้ชีวิตเค้ามากกว่านี้ เรารู้ว่าต้นเหตุมันมาจากเรา ผมก็เลยได้แต่คิดว่าคงเป็นกรรมของผมเองที่ แอบเผลอใจไปคุยกับคนอื่นทำให้ แฟนผมเลยหมดความเชื่อใจ ความเชื่อใจมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับชีวิตคู่ ผมเองที่เป็นคนทำลายมัน แฟนผมยังบอกอีกว่าเพื่อนที่เค้าคุยด้วยไม่ได้มีอะไรดีกว่าผมเลย ผมดีกว่าเค้าทุกอย่าง คำนี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเราเป็นคนดีที่เค้าไม่ต้องการหรือไง เจ็บแต่ก็ต้องยอมรับมัน เพราะความรักถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ได้รู้สึกรักแล้วมันก็ไปต่อไม่ได้ ตอนนี้ผ่านมาเดือนกว่าแล้วผมยัง Move on ไม่ได้เลย คิดถึงตลอด มีโทรไปคุยบ้าง ถามเรื่องทั่วไปก็คุยกันได้ดี เหมือนผมจะเริ่มโอเค แต่แล้วปากผมมันก็วกกลับเค้าเรื่องอยากให้แฟนกลับมา เค้าก็เริ่มออกอาการไม่อยากคุยต่อ แวะไปหาก็เหมือนจะดี แต่ก็โดนบอกว่าอย่าทำแบบนี้ เค้าไม่อยากให้ความหวังเรา อยากให้เราเปิดใจให้คนอื่นบ้าง เรื่องของเราสองคนคงปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต อนาคตที่ไม่มีใครตอบได้
ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงกับความรู้สึกตัวเองดี ศึกษาจากหลายๆ ทาง ก็พอจะมีวิธีคือเรื่องของ กฎ No contact rule มันทำได้จริงหรือ มันจะช่วยให้ผมดีขึ้นจริงๆ ช่ายไหม แล้วมันะทำให้อฟนผมกลับมาหาผมอีกจริงไหม ใครพอจะมีวิธีอะไรแนะนำผมได้บ้างไหมคับ ผมก็ไม่อยากให้เรื่องของผมมันจบลงแบบนี้เลย
แฟนอยากให้เป็น "พี่ชาย" แล้วก็ขอเปิดใจคบคนอื่น
ผมกับแฟนคบกันมา 7 ปีกว่าๆ ตลอดเวลาช่วงคบกันใหม่ๆ ก็ดีกันรักกันมากตลอด มีงอนกันบ้าง โกรธกันบ้างตามปกติคู่รักทั่วไป มีปัญหาก็คุยกันปรับความเข้าใจกัน เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ไปมาหากันเรื่อยๆ แฟนผมกับผม อายุห่างกัน 7 ปี ผมเป็นคนค่อนข้างใจเย็น แล้วก็ทุ่มเทกับงาน ส่วนแฟนผมจะค่อนข้างเอาแต่ใจ ขี้เหงา ระหว่างที่คบกันก็คอยปรับเข้าหากันเข้าใจกัน แต่ส่วนมากที่จะงอนกันก็จะเป็นเรื่องไม่ค่อยมีเวลาให้กัน จนช่วงเวลาที่คบกันมาถึง 6 ปี ก็เริ่มมีปัญหากัน เพราะแฟนผมเวลาเครียดเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ จะเริ่มเงียบไม่อยากคุย ทำให้ผมเริ่มเบื่อ แล้วช่วงนั้นผมก็ได้งานใหม่ต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด แต่ไม่ไกล กทม ไปกลับทุกอาทิตย์ แล้วได้พบเจอเพื่อนร่วมงานใหม่เป็นรุ่นน้องก็คุยกันถูกคอ คุยกันบ่อย แต่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันอยู่คนละจังหวัด จะได้คุยกันผ่านโทรศัพท์ หรือ Line คุยกันได้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ จนแฟนผมเริ่มสงสัยแล้วก็เห็นการข้อความที่คุยกันมันค่อนข้างมาก แล้วเยอะเกินไป สำหรับเพื่อนร่วมงาน ผมก็ผิดเองในเรื่องนี้ผมแค่รู้สึกว่า ถ้าแฟนเราไม่อยากคุยด้วยเราก็หาคนคุยด้วยเพื่อที่เราจะได้ไม่ไปหงุดหงิดใส่แฟนเรา เราไม่อยากให้มาทะเลาะกัน แต่แล้วพอแฟนผมเห็นข้อความที่คุยกัน เค้าก็โกรธมาก จนทำให้เค้าบอกเลิกกับผมและเสียใจอย่างมากที่ผมแอบคุยกับคนอื่น ทำร้ายความเชื่อใจของเค้าตลอดที่ผ่านมา ผมรู้ว่าตอนนี้แฟนผมมองว่าผมได้นอกใจเค้าไปแล้ว ผมก็พยายามง้อขอคืนดี และเลิกติดต่อกับเพื่อนร่วมงานคนนั้นไปเลยเพื่อ ไม่ให้แฟนผมรู้สึกไม่ดีอีก เราก็กลับมาคุยกันปรับความเข้าใจกันดีเรื่อยมา
จนผ่านมาได้สักระยะนึง เข้าช่วงสถานะการโควิด-19 ระบาดงานที่แฟนผมทำอยู่ได้รับผลกระทบไปด้วยทำให้เค้าเครียดเพราะว่ามันเป็นงานที่เค้ารัก เค้าไม่อยากออกจากงาน พยายามเฝ้ารอว่างานจะกลับมาเดินหน้าใหม่อีกครั้ง แต่ระยะเวลาค่อนข้างนาน แล้วรายจ่ายเค้าก็มี ผมพอช่วยซับพอตให้ได้ไม่มาก เพราะเค้าก็ไม่อยากเดือดร้านคนอื่น เค้าเครียดมาก จนทำให้เค้าเริ่มไม่ค่อยอยากคุยกับใคร ผมก็เลยหาทางให้เค้าทำอาชีพเสริมโดยการขายของออนไลน์ไปก่อน ช่วยพาไปหาแหล่งซื้อของเพื่อมาขายในช่วงนั้นก็พอมีรายได้บ้าง จะได้มีรายได้เสริมระหว่างที่รองาน ผมให้เค้ามาอยู่กับผมช่วงนึงเพื่อจะได้ลดค่าใช้จ่ายแต่เค้าก็ไม่อยากเดือนร้อนผมแล้วก็ไม่อยากอยู๋คนเดียวช่วงกลางวันเพราะผมต้องไปทำงาน จนสุดท้ายเค้าก็ต้องยอมออกจากงานที่รักแล้วกลับไปอยู่บ้านเค้าที่ต่างจังหวัด เพื่อรอหางานใหม่ ช่วงนั้นที่กลับบ้านไปเป็นระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนได้ เราก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์ Chat สม่ำเสมอ แต่ก็เนื้อหาที่คุยก็ค่อยๆ น้อยลง เราก็พยายามเข้าใจว่าช่วงนี้ให้เค้าอยู่กับครอบครัวน่าจะเป็นอะไรที่ดีกว่า จะได้ลดความเครียดลงได้บ้าง แล้วเค้าก็กลับมาเพื่อนสัมภาษณ์งานที่ กทม เป็นครั้งคราว ผมก็ไปรับไปส่งช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่ก็เริ่มสังเกตได้ว่าเค้าเริ่มไม่เหมือนเดิม จากที่เคยเล่นกับเรา แกล้งเรา ดูตอนนี้นิ่งๆ ผิดไป แต่ผมก็คิดน้อยไปหน่อย คิดแค่เค้าคงมุ่งสนใจเรื่องงานมากกว่าเลยไม่ค่อยมีอารมณ์เล่นเหมือนเมื่อก่อน ก็เลยไม่ได้ถาม เพราะกลัวว่าจะไปทำให้เค้ารู้สึกไม่ดี เราก็พยายามซับพอตเรื่องอื่นๆ ที่เราพอช่วยเหลือได้ ให้คำปรึกษาต่างๆ เท่านั้น พาไปกินข้าวบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ต้องช่วยกันประหยัด
แล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเค้าก็ได้งานใหม่ถึงจะเป็นงานที่เค้าไม่ได้ชอบเท่าไร แต่ผมก็อยากให้เค้าได้ทำไปก่อนเพราะว่าช่วงนี้งานหายาก ทำไปก่อนดีกว่าไม่มีงานทำ หลังจากนั้นไม่นานพอเค้าเริ่มงานใหม่เป็นช่วงนี้ต้องเรียนรู้งานแล้วก็ปรับตัว เราก็คุยกันน้อยลง พอเค้าเลิกงานก้เหนื่อยแล้วก็อยากพักผ่อนเราก็เข้าใจเลยพยายามไม่กวนเค้าให้มาก พามาไม่กี่วันเค้าก็โทรมาหาผมแล้วก็ บอกผมว่าช่วงนี้เค้าคงจะไม่ได้ติดต่อหาผมแล้ว ผมก็ งง เลยมันแปลกมากผมก็ถามว่าเป็นอะไร เค้าบอกว่าเค้าไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว เค้าขอโทษกับทุกอย่าง ผมก็เลยคิดเอาว่าที่เค้าพูดแบบนี้คือ เค้าต้องการจะเลิกกับผมรึป่าว เค้าก็ไม่ได้ตอบชัดเจน แต่ผมเดาได้ว่าต้องเป็นแบบนั้นก็เลย เจาะถามไปว่ายังไง มีใครใหม่เหรอ เค้าก็เลยยอมบอกว่าใช่ เค้ากำลังเปิดใจให้ใครคนนึงอยู่ เค้าขอโทษกับผมตลอดเลย เค้าขอให้ผมเป็นพี่ชายได้ไหม แล้วเค้าก็ร้องไห้ ผมเหมือนหมดแรง หัวใจผมแบบว่าอยากจะหยุดเต้น แต่ก็ยังไม่ได้โกรธอะไร มันมึนและงง มากกว่า เลยต้องขอวางสายแล้วคุยกันใหม่วันพรุ่งนี้ ผมพยายามเก็บอารมณ์เรียกสติกลับมา พอวันถัดมาผมพยายามคิดว่ามันอาจจะเป็นแค่ฝันไป วันนี้อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นผมก็เลยโทรไปถามอีกว่าเรื่องมันเป็นยังไง ไปคบกันได้ยังไง ก็เลยได้รู้ว่าเป็นช่วงที่เค้ากลับไปอยู่บ้าน เค้าน่าจะได้เจอเพื่อนเก่าคงมีอะไรเหมือนกัน คุยกันถูกคอเพราะว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน ก็เลยเกิดสนใจกัน
ผมก็พยายามง้อ บอกให้เค้าเลิกคุยกับเพื่อนเค้าได้ไหม หยุดเรื่องนี้ก่อนได้ไหม แต่เหมือนจะไม่ทันแล้ว เค้าบอกว่าตลอดเวลามาผมดีกับเค้ามากทุกอย่างคือคนที่ใช่สำหรับเค้ามาก เค้าก็รักผมมาก มากจนไม่รู้จะมีใครรักเค้าได้มากเท่าผมอีกไหม สำหรับผม ผมก็บอกเค้าว่าเค้าก็เป็นคนที่ผมรักมากเช่นกัน ผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครรักผมได้เท่าเค้าอีก แต่เรื่องเดียวที่เค้าไม่โอเค คือเรื่องที่ผมเคยนอกใจไปคุยกับคนอื่น เค้าพยายามลืมมันแล้วและก็ได้ลองให้โอกาสแล้ว แต่เค้าก็ไม่สามารกลืมมันได้เลย ทุกๆ คือเค้าคอยระแวงผมตลอดเลย คอยเช็คผมตลอด คงเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันผมทำงาน ตจว แล้วก็มาเจอกับปัญหาเรื่องงานอีก เค้าเลยอยากจะหยุดเรื่องของเราไว้เท่านี้ ผมพยายามง้อขอคืนดี แต่แฟนผมเค้าก็ไม่อยากทำให้ใครเสียใจ แต่ต้องกลายมาเป็นผมที่ต้องยอมถอยออกมา ผมอยากจะพยายามทำอะไรให้เค้ากลับมา แต่ก็ไม่อยากไปเพิ่มปัญหาให้ชีวิตเค้ามากกว่านี้ เรารู้ว่าต้นเหตุมันมาจากเรา ผมก็เลยได้แต่คิดว่าคงเป็นกรรมของผมเองที่ แอบเผลอใจไปคุยกับคนอื่นทำให้ แฟนผมเลยหมดความเชื่อใจ ความเชื่อใจมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับชีวิตคู่ ผมเองที่เป็นคนทำลายมัน แฟนผมยังบอกอีกว่าเพื่อนที่เค้าคุยด้วยไม่ได้มีอะไรดีกว่าผมเลย ผมดีกว่าเค้าทุกอย่าง คำนี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเราเป็นคนดีที่เค้าไม่ต้องการหรือไง เจ็บแต่ก็ต้องยอมรับมัน เพราะความรักถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ได้รู้สึกรักแล้วมันก็ไปต่อไม่ได้ ตอนนี้ผ่านมาเดือนกว่าแล้วผมยัง Move on ไม่ได้เลย คิดถึงตลอด มีโทรไปคุยบ้าง ถามเรื่องทั่วไปก็คุยกันได้ดี เหมือนผมจะเริ่มโอเค แต่แล้วปากผมมันก็วกกลับเค้าเรื่องอยากให้แฟนกลับมา เค้าก็เริ่มออกอาการไม่อยากคุยต่อ แวะไปหาก็เหมือนจะดี แต่ก็โดนบอกว่าอย่าทำแบบนี้ เค้าไม่อยากให้ความหวังเรา อยากให้เราเปิดใจให้คนอื่นบ้าง เรื่องของเราสองคนคงปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต อนาคตที่ไม่มีใครตอบได้
ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงกับความรู้สึกตัวเองดี ศึกษาจากหลายๆ ทาง ก็พอจะมีวิธีคือเรื่องของ กฎ No contact rule มันทำได้จริงหรือ มันจะช่วยให้ผมดีขึ้นจริงๆ ช่ายไหม แล้วมันะทำให้อฟนผมกลับมาหาผมอีกจริงไหม ใครพอจะมีวิธีอะไรแนะนำผมได้บ้างไหมคับ ผมก็ไม่อยากให้เรื่องของผมมันจบลงแบบนี้เลย