เรื่องสั้น เอ็นวายกู NYKU: New York Kitchen University ตอนที่ 27: การซื้อของจำเป็น ในช่วงเวลาที่จำเป็น

          ด้วยพิษ Covid-19 ที่ลากยาวมาจน ณ ตอนนี้ กับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่แปรผันตรงกับรายได้ของมนุษย์ห้องครัวอย่างพวกเรา ที่มีร้านอาหารเป็นที่ทำมาหากิน ตอนนี้ก็กินอาหารที่ร้านกันจนอ้วนพี เบื่อเมนูกันไปหมดแล้ว แต่ดูทางลมสถานการณ์เศรษฐกิจแล้วก็คงได้แต่ถอนหายใจ ให้เวลาลุง Joe Biden ประธานาธิบดีคนล่าไปอีกสักระยะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะจัดการเรื่อง Covid-19 ได้สำเร็จ ไหนกว่าจะสั่งวัคซีนมาฉีดให้คนอเมริกันตั้งไม่รู้กี่ร้อยล้าน ไหนกว่าที่จะกลายเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ คงใช้เวลาอีกนานโขอยู่ ฉะนั้นตอนนี้ก็อยู่กันแบบเจียมเนื้อเจียมตัวกันยาว ๆ ไป จะจับจ่ายใช้สอยเงินซื้อข้าวของเครื่องใช้ก็ต้องทำอย่างชาญฉลาด ซื้อของที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น และยิ่งถ้าได้ในราคาที่ถูกกว่าปรกติ ก็ถือเป็นเรื่องโคตรฉลาด เห็นแล้วก็อยากจะให้รัฐบาลบ้านเรามาดูงานเอาไว้ ซื้อมาแต่ละที แต่ละอย่างเห็นแล้วก็ได้แต่บ่นว่า ทำไมแพงจัง (วะ)? ของแพงไม่ใช่ของดีเสมอไปนะเว๊ย นี่ลุงฉลาดน้อยหรือฉลาดน้อยมากครับ! ฉะนั้นเราควรเลือกซื้อของที่ดี และราคาถูกด้วยนะครับ และเมื่อพูดถึงการซื้อของที่ถูก ๆ ของชาวนิวยอร์กเกอร์อย่างเรา ๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงสถานที่ระดับตำนานอย่าง ‘Costco Wholesale’

          Costco Wholesale ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น Wholesale ก็คือเน้นแบบขายส่ง  ขายแบบเหมาโหล ยกลังกันไปเลย อย่างเช่น วิตามิน ยาสีฟัน ขายทีก็แบบทีละ 6 หลอด ซื้อทีเดียวใช้ได้อีกหลายเดือน ทำให้ราคาขายต่อหน่วยนั้นถูกกว่าที่ขายกันแบบแยกเป็นชิ้น ตามร้านขายของชำทั่วไป เมื่อขายกันแบบเป็นลังกันแบบนี้ Costco แต่ละแห่งจึงมีขนาดใหญ่โตมาก อย่างต่ำก็น่าจะขนาดสัก สี่สนามฟุตบอล โดยจะขายอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า, ที่นอน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, วัตถุดิบในการปรุงอาหาร, อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง, อาหารเสริม, ทีวี, คอมพิวเตอร์, และอีกเพียบ ถ้าให้สาธยายว่าขายอะไรบ้างก็คงยาวกว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจ เดี๋ยวจะหลับซะก่อน! เรียกได้ว่า Costco นั้นคือนครเมกกะของเหล่านักช็อปปิ้ง พวกแม่บ้านพ่อบ้านทั้งหลาย ไปช็อปครั้งเดียว ได้ของที่จำเป็นต้องใช้ครบทุกอย่างไปเลย และนี่เลยเป็นเรื่องเล่าการไปช็อปปิ้งของไอ้โจ้กับน้องจี้

          บ่ายอ่อน ๆ ของวันอาทิตย์ที่ผมกำลังนอนเล่นคอม อ่านข่าวความเจริญของบ้านเกิดอยู่นั่นเอง ไอ้โจ้ เพื่อนสนิทผม ผู้ซึ่งไม่เคยเคาะประตูห้อง ก็เปิดประตูพรวดเข้ามาแบบตามสไตล์มันล่ะ
          “เฮ้ย ว่างป่าว!” โจ้ถามเสียงดัง
          “ห่าน! เข้ามาไม่เคาะประตู!” ผมด่า
          “ทำหยั่งกะกูเคยเคาะ? สไลด์หนอนน้อยอยู่หรือไง ช่วงนี้มีใครแจ่ม ๆ บ้างป่าว?” โจ้ถาม นอกจากมันจะไม่เคยเคาะประตูห้อง มันยังไม่เคยสำนึกเมื่อถูกผมด่า
          “พอ ๆ มีอะไรว่ามา เร็ว ๆ กูจะได้ทำธุระต่อ” ผมถามแกมรำคาญ
          “กูจะมาชวนไป Costco ว่างเปล่า? ” โจ้ถาม จะบอกว่ามันมาชวนก็คงไม่ถูกนัก เพราะมันแปลว่าผมต้องไปกับมันอย่างไม่มีทางเลือก คือ คนจะเข้าไปซื้อของที่ Costco ได้ต้องเป็นสมาชิก มีเสียค่าธรรมเนียมรายปีเท่านั้น ผมนั้นเป็นสมาชิกอยู่ เพราะต้องเอาไว้ใช้ซื้อของเข้าร้าน แต่โจ้มันไม่ได้เป็นสมาชิกไง มันก็เลยจะมาชวนผมไปพาเข้า
          “เดี๋ยวกูออกค่า Uber กับเลี้ยง Hot dog อันนึง เครป่าว?” โจ้เสนอ แหม ข้อเสนอดี เหมือนรัฐบาลไทยเลย แต่ละอย่าง 555
          “ไม่เอาอ่ะ กูขี้เกียจไป อยากนอนอยู่บ้านเล่น ๆ” ผมตอบพลางทำท่าไม่สนใจมัน ก็มันวันหยุดอ่ะนะ ว่าจะทำตัวเป็น Couch Potato นอนขี้เกียจอยู่บ้านซักกะหน่อย (เหมือนรัฐบาลไทยอีกแระ 555)
          “อย่าทำใจไม้ไส้ระกำกับกูแบบนี้นะ ไปหน่อยเหอะ กูขอ” โจ้พยายามทำดราม่า เสียงอ่อย ซึ่งไม่ได้เข้ากับขนาดตัวและหนังหน้ามันเลย แต่ผมทำเป็นไม่สนใจ จนได้ยินเสียงหวาน ๆ
          “พี่โต้ไม่ว่างเหรอคะ?” เสียงแว่วมาจากข้างหลังโจ้ ต้นกำเนิดเสียงมาจากสาวหน้าหมวยคนนึง ชื่อจี้ นางเป็นแฟนไอ้โจ้นี่แหละ นางโผล่หน้ามาแกล้งยืนทำตาปริบ ๆ ผมจะทำเป็นไม่สนใจก็ลำบาก เพราะนางมีเพื่อนต่างชาติ หน้าตาน่ารัก ๆ ที่โรงเรียนเยอะเสียด้วย ผมซึ่งคอยหยอดนางเสมอ ๆ ว่าให้ชวนผมไป hang out ด้วยเวลานางมีปาตี้
         “ว่างค้าบ! ว่างเสมอ! เพื่อเพื่อนจี้ เอ๊ย เพื่อน้องจี้ พี่ว่างตัลหลอดค่า” ผมตอบ สรุป ผมก็ถูกลากออกมาจนได้ เฮ้อ!
 
         Costco ที่เรามาเป็นสาขาใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ วิวสวย ๆ ใน Astoria โจ้กับจี้เมื่อมาถึง ก็ดูจะกระตือรือร้นอยากจะช็อปปิ้งเสียเต็มประดาแล้ว แต่เมื่อเข้าไปข้างในก็ถึงกับสะอึก เมื่อเห็นว่า คนโคตรจะเยอะ อย่างกับว่าเขามีแจกของฟรี
         “ไหนบอกเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่ค่อยมีตังไงวะ” โจ้บ่น เพราะโจ้เป็นคนขี้รำคาญ โดยเฉพาะเวลาที่เจอคนมากมาย แถมทำตัวไม่ค่อยมีอารยะ นึกอยากจอดรถเข็น ก็จอดขวางแบบเต็มทางเดิน ไม่สนใจคนอื่นที่ตาม ๆ กันมา ขนาดทางเดินที่นี่ใหญ่ขนาดจอดรถได้เป็นคัน ๆ นะ คนช็อปยังแน่นจนเต็มทางเดินแทบไม่ได้ขนาดนี้
         “ไม่มีตัง แต่สุดท้ายท้องก็ยังร้อง ต้องกินอ่ะนะ” ผมตอบก่อนจะบอกต่อ
         “กูไม่ช็อปเยอะนะ ไม่มีตัง” ผมรีบออกตัว
         “ไม่ต้องห่วง กูก็เหมือน ไม่ค่อยมีตัง” โจ้รับ ก่อนจะบอกต่อว่า
         “ห่วงก็แต่...เฮ้ย!” โจ้บอก ก่อนจะมองหาแฟนตัวเอง แล้วก็ตกใจที่เห็นจี้กำลังตาลุกวาว อารมณ์เหมือนคนโดนยาป้าย ดูกระตือรือร้นผิดปรกติ เห็นข้าวของต่าง ๆ เหมือนมีชีวิต กวักมือเรียกนางให้เข้าไปหา พร้อมกระซิบว่า ‘ซื้อชั้นที ชั้นราคาถูก พาชั้นกลับบ้านที’
         “จี้ กลับม๊าาา!” โจ้เรียก พลางเขย่าตัวเรียกสตินางกลับมา
         “จี้จ๊ะ ในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยจะสงบแบบนี้ เราต้องเลือกซื้อของใช้แต่จำเป็นเท่านั้น โอเคนะ” โจ้บอกหน้าตาจริงจัง จี้ตกปากรับคำกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนจะเริ่มเดินช็อปปิ้ง ผมก็เดินชิว ๆ ตามคู่รักไปแบบคนชอบเผือก 555


          “พี่โจ้ โลชั่นเราจะหมดแล้วนะพี่” จี้บอก โจ้คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า เพราะว่าเป็นสิ่งของจำเป็น ก่อนหยิบโลชั่นหนึ่งแพ็คใส่รถเข็น เดินต่อไปได้ไม่ถึงสามก้าว จี้ก็หยุดอีก
          “วิตามินซี ก็ใกล้หมดแล้วอ่ะ เอาสักกล่องไหม” จี้บอก โจ้เห็นว่า วิตามินซีเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งช่วงโควิทแบบนี้ แถมราคาทั้งกล่อง ขนาดร้อยซอง แต่ $12 เท่านั้น ถ้าไปซื้อที่ร้านโชห่วย ซองนึงก็ $1.50 แล้ว โจ้คิดก่อนจะหยิบวิตามินซีใส่รถเข็น เดินไปอีกไม่ถึงสามก้าว จี้ก็ร้องอีก
          “อยากกิน Croissant อ่ะ” จี้บอก ส่วนโจ้เหมือนจะไม่เอา แต่ทั้งกล่อง 12 ชิ้น ราคา $4.99 ถ้าซื้อนอกบ้านตอนเช้าก่อนไปทำงาน ชิ้นนึงก็ $2 แล้ว โจ้ได้แต่ถอนหายใจ หยิบกล่อง Croissant ใส่รถเข็น
         “ผักล่ะ เอา Mixed green มาสักกล่องไหม” จี้บอก โจ้พยักหน้า หยิบผักใส่รถเข็น
         “เนื้อล่ะ?” จี้บอก เหมือนว่าเครื่องยนต์ช็อปปิ้งของนางจะเครื่องติดแล้ว เห็นอะไรนี่บอกโจ้ตลอด โจ้เองก็เห็นว่า ของที่ซื้อก็ของจำเป็นทั้งนั้น แถมราคามันก็ถูกกว่าข้างนอกแบบครึ่ง ๆ หรือเกินครึ่งด้วยซ้ำ มันก็เลยกลายเป็นว่า ‘จี้ทัก โจ้หยิบ’ ไปโดยปริยาย 555
         “พี่โต้ ไม่เอาอะไรบ้างเหรอ ซื้อนิดเดียวเอง” จี้ถามผม
         “อืม ไม่รู้จะซื้ออะไรดี คือเห็นน้องซื้อไปหมดแล้วน่ะ 555 เลยกะซื้อไก่ย่างห้าบาทกลับบ้านก็พอ” ผมตอบไป ไก่ย่างห้าบาท คือ Legendary Item ของ Costco ที่คนไทยเราเรียกว่า ไก่ย่างห้าบาท ก็เพราะชื่อจริงที่อ่านว่า Rotisserie Chicken อ่านว่า ‘โร-ทิ-เซอ-รี ชิก-เก้น’ ด้วยความที่มันอ่านออกเสียงโคตรจะยาก พวกเราพี่น้องคนไทยก็เลยพร้อมใจเรียกมันว่า ‘ไก่ย่างห้าบาท’ ตามราคาขายถูกสุด ๆ เพียงแค่ $4.99 (จะเรียก สี่จุดเก้าเก้าก็ยาวไป๊ 555) ใครมา Costco แล้วยังไม่เคยซื้อไก่ย่างห้าบาทกลับบ้าน ก็เหมือนมายังไม่ถึง Costco อยู่เมืองไทย กูยังซื้อแพงกว่านี้เลย!

         ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงดี รถเข็นของของเราก็ใส่ของแน่นเต็มเอี๊ยด ทั้ง ๆ ที่รถเข็นของ Costco นี่โคตรจะใหญ่เลยนะ 555 โจ้ก็หน้าเริ่มหนัก แสดงความกังวลตอนจะจ่ายตังนี่ล่ะ
         “ไหนบอกไม่ช็อปไงวะ” ผมถามโจ้ตอนคิดตัง
         “ก็มันมีแต่ของจำเป็นทั้งนั้นนี่หว่า จะทำไงได้วะ คงไม่เท่าไหร่หรอกน่า” โจ้ตอบเสียงไม่ค่อยจะมั่นใจ พอบิลออกมาเท่านั้นล่ะ
         “ขุ่นพระ โอ้ว มาย ก็อต! สามร้อยสิบหกเหรียญ!” โจ้ร้องกรี๊สสส...กลาง Costco จนคนคิดตังขำไปด้วย
         “ไม่ได้ซื้อของอะไรฟุ่มเฟือยนะ ซื้อแต่ของที่จำเป็นเท่านั้น” จี้ออกตัว โจ้ลมจะใส่ แต่มันก็ของจำเป็นจริง ๆ
         “เอาน่า นี่ก็ซื้อของใช้เผื่อไปเยอะ น่าจะใช้ได้อีกเป็นปีเลยนะ คุ้ม เชื่อกู” ผมบอกโจ้
         “ไอ้โต้ มาหารค่าของกับพวกกูเลย” โจ้ชวน
         “เฮ้ย กูไม่เอาอ่ะ ของใช้กูเหลือเยอะแยะ ของกูมีแค่ไก่ย่างห้าบาทนะ แล้วก็อย่าลืมเลี้ยง Hot dog กูด้วย 555” ผมบอก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ่านแล้วชอบใจ กดติดตาม คอมเม้นท์ ให้กำลังใจกันได้นะครับ
FB: https://www.facebook.com/ny.kitchen.university
IG: https://www.instagram.com/ny.kitchen.university/
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เรื่องสั้น นครนิวยอร์ก คนไทยในอเมริกา
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่