พบรักบนดอยสูง

กระทู้สนทนา
เสียงระฆังดังแกร่งๆๆ  ฟังแล้วเพลินดี อากาศกำลังดีเลย มีความสุขจัง เสียงระฆังดังเหมือนเสียงกล่อมให้หลับต่อ  เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ได้  มาสะดุ้งตื่นอีกทีก็ได้ยินเสียงครูเวรมาตะโกนเรียกหน้าบ้านพัก “ ครูริม ครูริม ตื่นหรือยังครับ วันนี้เป็นเวรประตูของครูริมนะ  ผมมารับเด็กแทนตั้งแต่เช้าแล้ว ยังไม่เห็นครูริมเลย”  ดังขนาดนี้ไม่ตื่นก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว  ฉันตื่นจริงๆหละคราวนี้  เราหลับเพลินขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย  ฉันตะโกนตอบไปว่า” ตื่นแล้วค่ะ  อีกสิบนาทีจะไปนะค่ะ”   ข้าวก็ยังไม่ได้กิน  น้ำเหรออย่าคิดว่าจะได้อาบ  รีบล้างหน้าแต่งตัว  อากาศหนาวแบบนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากแค่นี้ก็พอหละ  ไม่ถึงสิบนาทีฉันก็ไปยืนเวรประตูแทนครูนิว  ด้วยความเร็วสูง ฮ่าๆๆๆ  
                  เฮ้อ...งานสอนมากมาย  และต้องมาทำหน้าที่อะไรเพิ่มอีก  ต้องทนเอาหน่อย  ฉันมโนภาพไปตามใจที่ปรารถนา  ปิดเทอมนี้ต้องไปเที่ยวทะเลภาคใต้  เอ..จะไปเที่ยวทะเลจังหวัดไหนดีน้า  ต้องวางแผนให้ดี  เพื่อนก็โทรมาตลอดให้วางแผนเที่ยวให้มากที่สุด  จะได้พักผ่อนให้เต็มที่  เพื่อนกะจะเก็บอัลบั้มชุดว่ายน้ำ  ฮ่าๆๆได้โชว์หุ่นผอมแห้งกับเขาบ้าง  ลมพัดโชยมาปะทะหน้า  พร้อมกับเสียงตะโกนดังมาแต่ไกล  “ ครูริมที่ให้เตรียมต้อนรับกลุ่มเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ  เรียบร้อยหรือยังครับ”  ฝันและมโนภาพหดหายทันที  ทะเลภาคใต้ของฉัน  ชุดบิกินีกระเด็นคนละทิศคนละทาง   “ค่ะๆ เตรียมไปแล้วค่ะ  เดี๋ยวจะไปดูความเรียบร้อยอีกทีนะค่ะ”  ฉันบ่นอยู่ในใจ  แต่ใจจริงไม่ว่ามากนะเพราะฉันเป็นครูบรรจุใหม่ที่อายุน้อยสุดในโรงเรียน  ไฟยังแรงอยู่
                 กินข้าวกลางวันเสร็จ  ก็ไปเตรียมงานต้อนรับกลุ่มเกษตรอำเภอที่จะมาอบรมด้านการเกษตรที่สูงให้เด็กนักเรียนในบ่ายวันนี้  ดอกไม้สีม่วงก็ไม่มีซะด้วย  ฉันเริ่มมโนภาพต่ออีกเกษตรอำเภอคงแก่ใกล้เกษียณ  ผมคงหงอก  พุงคงโต  หัวอาจล้านถ้าเป็นคนที่แพ้ผม  ฮ่าๆๆๆ  นึกแล้วหัวเราะออกมา
                 ครูนิว  ครูจูมก็ช่วยกันประกาศและให้เด็กนักเรียนป. 6  เข้าห้องประชุมเพื่อฟังเรื่องเกษตรที่สูง  จากเกษตรอำเภอและทีมงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้โรงเรียน  ซึ่งโรงเรียนที่ฉันอยู่ก็ค่อนข้างจะห่างไกลจากตัวจังหวัดมาก  ฉันเพิ่งจบใหม่สอบได้ก็ลองมาเป็นครู  ซึ่งก็เป็นอาชีพที่ดีมากอาชีพหนึ่ง  โรงเรียนมีครูอยู่  6  คน  ครูใหญ่และนักการภารโรง  เหงาสุดๆ  เคยสนุกสนานกับเพื่อนๆตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย  ทุกอย่างเพรียบพร้อม  แสงสีสุดวิไล  จะกินอะไรก็ได้กิน  กลางคืนก็เที่ยวตามดีสโก้เทค  เต้นกันสะนั่นหวั่นไหว  ดื่มเบียร์รินไวน์  คิดถึงจังชีวิตแบบนั้น  ที่นี่ตกเย็นมาก็เงียบกริบ  ได้ยินแต่เสียงจั๊กจั่นร้องกันระงม  หนาวก็หนาวเพราะโรงเรียนอยู่ใกล้ภูเขา  นี่ดีนะที่มาครั้งแรกเป็นหน้าฝน  ได้ปรับตัวก่อนจะมาเจอหน้าหนาว
                 “ มาแล้ว  มาแล้ว  เกษตรอำเภอมาแล้ว”  ครูจูมบอกเด็กๆ  ฉันกำลังเตรียมเครื่องดื่มเท่าที่จะมีได้ตามท้องถิ่น  ได้น้ำมะพร้าวสดๆจากต้นมะพร้าวหลังโรงเรียน  ได้มาฟรีๆไม่มีงบมากก็ต้องใช้แนวนี้แหละ  ใช้ชีวิตแบบพอเพียงในหมู่บ้านติดดอย  ก็ประหยัดดีถ้าไม่คิดอะไรมาก  ก็เป็นชีวิตที่สันโดด  โดดเดี่ยวเดียวดาย  แสงสีไม่ต้องหละ  อยู่กับธรรมชาติป่าเขา  ท้องทุ่งนา  สวนผลไม้  สวนยางพารา  ลำธารเล็กๆ  เป็นวิถีชีวิตที่คนเมืองแทบไม่ได้สัมผัส  ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจมาสัมผัส  แต่ได้ตัดสินใจมาแล้ว  ก็ลองใช้ชีวิตแนวชนบทที่รักดูนะ  ฮ่าๆๆๆๆ  ดีนะที่ฉันไม่เคยมีแฟน  มีแต่แอบชอบหนุ่มๆ  แต่ไม่จริงจัง  มองๆกันแล้วก็ต่างคนต่างไป  อกหักเหรอยังไม่เคยนะ  มีแต่แอบรักคุด ฮ่าๆๆ  ไม่อย่างนั้นคงคิดถึงแฟนน่าดูบรรยากาศแบบนี้
                  ใจลอยทั้งวันเลยฉัน  เตรียมเสร็จก็กำลังจะยกมาเตรียมเสริฟให้เจ้าหน้าที่  ก้าวขาออกมาก็สะดุดอะไรเข้าสักอย่างเต็มๆเลย  ฉันเซไปชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง  แว่นตาหลุดกระเด็น  น้ำมะพร้าวตกลงกับพื้นเสียงดัง  ฉันอยากจะร้องกรี๊ดเพราะได้น้ำมะพร้าวมาเยือกเดียวเอง  ไม่อยากจะคิดว่าน้ำมะพร้าวหกไปแล้วจะเอาอะไรมาเสริฟแทน  กรรมของครูริมจริงๆ  ”แว่นตาฉันอยู่ไหนเนี่ย  ใครก็ได้ช่วยหาแว่นตาให้ฉันหน่อยจ้า”  มีคนส่งแว่นตามาให้ฉันและพูดว่า “ อยู่นี่ครับแว่นตา” ฉันรีบใส่แว่นตา  เพราะมองอะไรไม่เห็นเลย  “ ขอบคุณค่ะ”  “ ไม่เป็นไรครับ  ครูเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”  ฉันได้ยินเสียงของชายหนุ่ม  คงจะเป็นผู้ติดตามเกษตรอำเภอมาแหละ  ฉันหันไปมองเขา  แล้วตอบไปว่า   ”ไม่เป็นอะไรค่ะ  เพียงแต่เสียดายน้ำมะพร้าวที่หกหมดไปค่ะ  เพราะมันมีแค่เยือกเดียวเองค่ะ” เขาตอบมาว่าไม่เป็นไรครับไม่ต้องกังวล  ฉันฟังแล้วก็รู้สึกสบายใจ เขารีบเดินสาวเท้าก้าวยาวๆออกไป
                  ฉันเคลียร์ทุกอย่างเสร็จก็ออกไปนั่งฟังเกษตรอำเภอบรรยาย  เอ..เกษตรอำเภอไม่มาหรืออย่างไร  จึงให้ผู้ติดตามมาบรรยายแทน  ฉันฟังเรื่องเกษตรที่สูงจากเขาเพลินเลย  ฟังแล้วจินตนาการตาม  เขาบรรยายได้ดีมาก  เด็กนักเรียนนั่งฟังกันเงียบ  น่าสนใจมาก  ดูอายุยังไม่มากไปกว่าฉันเท่าไหร่นะ  แต่รู้ข้อมูลและเนื้อหาได้ลึกดี  คงจะเตรียมตัวมาดี  จะมาพูดแทนเจ้านายก็ต้องศึกษาเยอะหน่อย  บรรยายจบเด็กนักเรียนปรบมือให้เสียงดังก้องห้องประชุมเลย  ฟังแล้วอยากไปดูงานที่เขาว่าจังจะดีจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า  ไม่ใช่จะดีแต่โม้ไปวันๆ                   
                 เดือนหนึ่งต่อมาทางสำนักงานเกษตรอำเภอส่งหนังสือเชิญไปดูงาน  ครูใหญ่เรียกเข้าประชุมว่าใครจะเป็นคนพาเด็กนักเรียนไปดูงาน  เนื่องจากหนังสือเชิญระบุวันเวลามาว่าเด็กนักเรียนต้องไปลงภาคสนามด้วยตัวเอง  จำนวนเด็กนักเรียน 5 คน  พร้อมครูอีก 1 คนไม่ระบุเพศ  มีที่พักและอาหารให้ทุกมื้อ  เสาร์อาทิตย์นี้มีแผนว่าจะเข้าไปในเมือง  ไปหาความสำราญหน่อย  ในที่ประชุมก็พูดคุยกัน  ครูแต่ละคนติดภารกิจ  สารพัดข้ออ้างกันไป  ครูใหญ่หันมาทางฉัน  ฉันรีบหันหน้าหลบไม่ยอมสบตา  ฉันโสดอยู่คนเดียว  และไม่ใช่คนในท้องที่  คงเป็นเป้านิ่งแน่ๆ  
                จำต้องยอมจำนนพาเด็กนักเรียนไปดูงานเกษตรที่สูง  ความฝันพังทลายกะจะไปผ่อนคลายในเมืองสักหน่อย  ช่วงนี้ก็หนาวจะแย่อยู่แล้ว  ขึ้นดอยยิ่งหนาวกันไปใหญ่  พูดแล้วหนาวสั่นขึ้นมาเลย  เด็กนักเรียนที่ได้ถูกคัดเลือกไป  ดีใจกันมากที่จะได้ไปขึ้นดอย  บอกว่าชอบขึ้นดอยนี้เพราะข้างบนดอยมีดอกไม้และผักสวยมาก  ฉันก็ได้แต่ยิ้มแบบเลี่ยนๆ  ไม่อยากไปก็ต้องไปหนาวก็ต้องทน  นักการขับรถมาส่งที่สำนักงานเกษตรอำเภอตั้งแต่เช้า เพื่อขึ้นดอยพร้อมกับคนที่จะพาไป   
                 เด็กตื่นเต้นดีใจเห็นได้ชัด  คุยกันสนุกสนาน  เด็กที่เลือกไปเป็นเด็กชายทั้งหมดเพราะจะได้สะดวกสบายในการดูแล  แล้วเด็กชายจะทนเหนื่อยได้ดีกว่าเด็กหญิง  และที่สำคัญจะได้ช่วยเหลือครูริมด้วย ฮ่าๆๆ คิดแผนไว้แล้ว  นั่งรออยู่แป๊บก็เห็นเขาคนเดิมผู้แทนเกษตรอำเภอมาอีกหละ  ทำไมต้องเป็นเขาอีกหละ  ไปคนเดียวด้วยแสดงว่าเกษตรอำเภอคงไม่ว่างให้เขาไปทำหน้าที่แทน  ก็ดีถ้าเป็นคนแก่ไปคงจะให้เราช่วยเหลือเขาตอนเดินขึ้นดอย  ดีหละที่เป็นเขาไปจะได้ไม่ต้องให้เด็กชายช่วย  ครูริมจะได้ใช้เด็กชายแทน  ฮ่าๆๆคิดแผนเนียบเนียนเอาไว้ในใจ
                “เชิญเลยครับครู  นั่งหน้ากับผมเดี๋ยวให้เด็กๆนั่งกระบะหลังไปครับ”  เด็กๆสวัสดีพร้อมพูดขึ้นว่า “สวัสดีครับเกษตรอำเภอภมรชัย”  ฉันตกใจ  อ้า...เขาคนนั้นเป็นเกษตรอำเภอเหรอ  อุ๊ย...ตายหละ  ฉันเข้าใจผิดมาตลอดเลยว่าเขาเป็นผู้มาแทนเกษตรอำเภอ  เขายังหนุ่มอยู่เลยได้เป็นเกษตรอำเภอละเร็วจัง  ฉันแอบมองเขาอยู่  ในใจคิดสงสัยทำไมดูเขายังหนุ่ม  เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน  เขาพยายามชวนฉันคุยเรื่องทั่วไปบ้าง  เรื่องเกี่ยวกับการเกษตรบ้าง  เราคุยกันไปตลอดทาง  ชักคุยสนุกแล้วซิ  ตอนแรกที่เห็นคิดว่าเขาไม่ค่อยพูด  จริงๆเขาพูดเก่ง  มีวิธีพูดทำให้คนฟังสนุกสนาน  คิดตามเพลิดเพลิน  จินตนาการไม่มีที่สิ้นสุด
               ถึงที่พักบนดอยแล้ว  อากาศเย็นเลยทีเดียวขนาดกลางวันนะ  ถ้าเป็นกลางคืนจะหนาวเหน็บขนาดไหนเนี่ย  เราเข้าที่พักก่อนอื่นเลย  มองลงมาด้านล่าง  แม่เจ้า...ดอกไม้สวยจริงๆอย่างที่เด็กนักเรียนเล่ากัน  ปลูกเยอะหลากหลายพันธุ์  ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้เมืองหนาว  มีพิทูเนีย  บีโกเนีย หงอนไก่  เบญจมาศ  ครอสมอส หลากหลายสายพันธุ์  มองไปอีกด้านเป็นผักเมืองหนาว  มีกะหล่ำปม  กะหล่ำดาว  แครอท กะหล่ำปลีหัวโตมาก  เห็นแล้วน่าชื่นใจจริง  สายลมหนาวโชยมาเบาๆ  แสงแดดจัดแต่อากาศเย็น  เป็นอะไรที่ลงตัวมาก  ได้ยินเสียงเพลงเบาๆลอยมาตามลม  โอ้...บรรยากาศแบบนี้ชอบสุดๆ  โรแมนติกฟินๆ  เหมือนได้ดูซีรี่ย์เกาหลีเลย  ในใจเริ่มมโนภาพว่าตอนนี้นางเอกได้มาเจอกับพระเอกท่ามกลางความงามของธรรมชาติบนดอยสูง  
              ภาคบ่ายเขาพาไปชมทุ่งดอกไม้งามและแปลงผักจนทั่วดอย  ตกเย็นมาอากาศเริ่มหนาว  ฟังพยากรณ์อากาศบอกคืนนี้อุณหภูมิจะลดลงอีก 4-5 องศา  ว้าว..แค่นี้ยังหนาวไม่พออีกเหรอ  จะหนาวอีกไปถึงไหน  เราพักอยู่ด้วยกันในบ้านพักหลังเดียวกันทั้งหมด  เพียงแต่ห้องในบ้านมีห้องนอนสองห้อง  ห้องครัว  ห้องน้ำและระเบียงบ้านไม่กว้างเท่าไหร่  พอเป็นที่ประชุมขนาดเล็กชั่วคราวได้  
             ฉันเดินออกมานอกระเบียงบ้าน  เหลือบไปเห็นเขานั่งอยู่  “อ้าว..นอนไม่หลับเหรอค่ะพี่ภมรชัย” ฉันทักเขาไปเพราะเห็นนั่งอยู่คนเดียวในมุมมืดหน้าระเบียง  เขาหันมามองและก็ชวนฉันนั่งคุยด้วย  ฉันบอกว่าฉันหนาวมาก  เขาบอกว่าเขาจะก่อไฟในเตาริมห้องครัวให้  เขาลงไปหาฟืนที่เก็บไว้ใต้ถุน  สักพักเขาขึ้นมาและก่อไฟจากฟืนที่เก็บเอาไว้  ความอุ่นจากกองไฟฟืน  ทำให้ฉันคลายหนาวได้เยอะเลย  แสงไฟจากกองฟืนส่องเห็นใบหน้าเขาชัดเจน  รอยยิ้มของเขาสดชื่นมาก  เขาถามว่าอยากกินมันเทศเผาไหม  ผมชอบเผามันกินเวลาขึ้นดอยมา  เพราะจะทำให้อุ่นและอิ่มไปพร้อมกัน  เขาเตรียมมันเทศมาหลายหัวเลย  อืม..กลิ่นหอมลอยมาหละ  “ ครูครับ  เดี๋ยวผมแกะมันให้ลองชิมนะครับ”  อุ๊ย..จริงง้า  ฉันคิดในใจ  ใจตรงกันเลยแล้วบรรยากาศเผามันเทศกินบนดอย  ก็ทำให้ฉันแอบปลื้มเขาคนนั้นเพิ่มมากขึ้น  เราคุยกันไปเรื่อยๆ  เขาก็หัวเราะในความเปิดเผยของฉัน  เขาคงขำเพราะฉันตลกหรือว่าเขาเป็นคนมีอารมณ์ขันกันแน่  แล้วต่างคนก็แยกย้ายไปเข้านอน
           รุ่งเช้าอากาศหนาวเย็นมาก  แต่เมื่อมองเห็นเขาแล้วรู้สึกอบอุ่น  เขาช่างเป็นผู้ชายที่อยู่ด้วยแล้วทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นจริงๆ  ความเป็นคนที่ร่าเริงของฉันทำให้เขารู้สึกมีความสุขที่ได้พูดคุยกับฉัน  เขาหัวเราะตลอดเวลาที่ฉันพูดจาสนุกสนานปนตลก  ถ้าเขาชอบแบบเนี่ย  ก็เขาทางฉันละซิ  จะหาเรื่องตลกมาเล่าเขาจะได้หัวเราะเวลาเขาหัวเราะทำให้ใจฉันเปี่ยมไปด้วยความสุข  ไม่รู้ว่าเขาจะมีใจให้ฉันบ้างหรือเปล่านะ  ใจเราจะตรงกันหรือเปล่าน้า  ก็เห็นเขายิ้มทีไรใจฉันมันก็ตะโกนบอกว่า “ฉันชอบคุณจัง”  อีกนานหรือเปล่าน้าที่จะได้เจอเขาอีก  คงคิดถึงเขาไปตลอดจนกว่าจะได้เจอกันอีก  
           เขาส่งใบกระดาษเล็กๆให้ฉันและพูดขึ้นมาว่า” อ่านเสร็จแล้วอีกสองวันมาให้คำตอบผมละกันครับ  ฉันรับกระดาษแผ่นเล็กนั้นมากำไว้  รู้สึกว่าใจเต้นโครมคราม  เริ่มมีมโนภาพขึ้นมาทันทีว่าเขาจะเขียนอะไรไว้ในกระดาษแผ่นน้อยนั่นนะ  และอีกใจก็คิดว่าจะเก็บไปอ่านคนเดียวหรือจะเปิดอ่านตอนนี้ดีเลย  ไม่ต้องรออีกสองวันหละ  ฉันแนวสายลุยอยู่แล้ว  ให้มันรู้ไปว่าจะเขาจะเขียนอะไรกันแน่  ฉันตัดสินใจเปิดอ่านทันที  เขาเดินออกห่างไป  ในกระดาษเขียนไว้ว่า  “ ครูริมชอบผมหรือเปล่าครับ”  ว้าย...เล่นถามแบบเนี่ยเลยเหรอ  ใจกล้านะเกษตรอำเภอหนุ่ม  เขาเดินห่างออกไปเรื่อยๆ  ฉันตะโกนตอบตามหลังเขาไปแบบไม่อายฟ้าดินหรือใครจะได้ยินเลย  “ใช่ค่ะ...ฉันชอบพี่ภมรชัยค่ะ”  เขาหยุดชะงัก  แล้วหันมามองฉัน  เขาหัวเราะแบบขำสุดๆ “ครูริมเนี่ย ไม่เก็บอาการเลยนะ  ผมบอกว่าอีกสองวันค่อยตอบก็ได้  ครูริมเล่นตอบตอนเนี่ยเลย  ผมก็เขินเป็นนะครับ”  เขายิ้มและหัวเราะแบบอายๆ                  
          เขาเดินกลับมาและมากุมมือฉันเบาๆ  ฉันจะขึ้นดอยทุกปีไม่มีปีไหนที่ไม่ได้ขึ้นดอย  ถ้าไม่ได้ขึ้นดอยในเมืองไทย  ก็จะไปขึ้นดอยต่างประเทศ  เหตุผลเหรอค่ะก็เพราะฉันพบรักกับเขาบนดอยสูงอย่างไงจ๊ะ...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่