เจอไฟแนนซ์รถเพื่อนโทรข่มขู่

วันนี้ที่เกิดเรื่องที่ทนไม่ได้คือมีเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์โทรมาและพูดจาไม่ดีใส่ คือถามหาเพื่อนเราที่เป็นหนี้เขาจะขอทางติดต่อเขาแต่มาพูดจากล่าวหาเราเหมือนเราเป็นคนผิดทุกอย่สงและขู่ว่าจะฟ้องว่าเราแต่งเรื่อง ทั้งที่เราพูดความจริงและให้ความร่วมมือทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่โทรมาก่อนหน้านี้ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของเรา

-เจ้าหน้าที่คนนี้กล่าวหาว่าเราเป็นแฟนกับเพื่อนคนนี้และคิดว่ายังอยู่ด้วยกัน

ความจริงคือเพื่อนเราเป็นกระเทย

-อ้างว่าไปหาแม่เพื่อนเราที่บ้านแม่เพื่อนให้เบอร์เรามาและบอกว่าเป็นภรรยา พอเราบอกเป็นไปไม่ได้ เพื่อนเราเป็นตุ๊ด จะเป็นอะไรกับเราได้ยังไง เราคบเพื่อนมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เขาก็สวนมาว่าถ้างั้นแม่เพื่อนก็โกหกสิ แสดงว่าแม่เพื่อนเป็นคนไม่ดี สรุปว่าใครโกหกกันแน่ผมจะเชื่อใครได้

-เขาถามแล้วทำไมเพื่อนเอาชื่อเรามาเป็นบุคคลอ้างอิง

6ปีก่อนเราไปทำงานกรุงเทพและไปแชร์ค่าห้องกับเพื่อน เจ้าหน้าที่คนนี้พูดสวนมาว่า เป็นเพื่อนกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ใช่ละครับ และแสดงว่าเพื่อนเป็นตุ๊ดแอบพ่อแม่ไม่รู้ ไม่งั้นคงไม่บอกผมมาแบบนี้ ว่าซั่น

-เขากล่าวอ้างว่าแม่เพื่อนบอกว่าเราบอกนัดจ่ายงวดรถกับเจ้าหน้าที่ไปงวดหนึ่ง เซ็นชื่อด้วย ซึ่งเราไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถคันนี้ อันนี้เรางงมาก มันเริ่มเกินไปแล้วค่ะ กล่าวหากันมากไปแล้วค่ะ

-เราเริ่มไม่ยอมเพราะที่เขาพูดไม่มีเรื่องจริงเลย จึงบอกว่าถ้ากล่าวหากันขนาดนี้คงต้องฟ้องแล้ว เพราะในสัญญาไม่มีการค้ำประกันและฉันก็ไม่เคยเซ็นใดๆ ถ้าจะเอาเราไปเกี่ยวมันเป็นเรื่องการกล่าวอ้างทั้งสิ้น ซึ่งเราคงไม่ยอมเป็นแน่

-เจ้าหน้าที่บอกจะฟ้องกลับเราเหมือรกันฐานแต่งเรื่องโกหกเจ้าหน้าที่  อิหยังวะ กูโกหกหม่องได๋ ปสด.มาก

คุยยังไงก็ไม่รู้เรื่องเขาจะใช้ไม้กล่าวหาและโทษมาทางเราตลอด ทั้งที่เรื่องจริงคือเราไม่เกี่ยว เราแค่บุคคลอ้างอิงที่ติดต่อฉุกเฉิน ซึ่งความจริงไม่มีสิทธิ์มารบกวนเราด้วยซ้ำนะคะ เราเลี้ยงลูกคนเดียว ก็เหนื่อยและยุ่งมากพอแล้ว เขาโทรมาเราก็เดือดร้อน ลูกงอแงหิวจะกินข้าวจะนอน เสียเวลาและสุขภาพจิตมากๆ เราโมโหจนจะไปแจ้งความเดี๋ยวนั้นเลย เขายังไม่หยุดโทรมาเลยค่ะ เราบอกเพื่อนไปแล้วให้ไปธนาคารจัดการเรื่องของตัวเองด้วยเพราะเราเดือดร้อนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อนของเราได้แล้วนะคะแต่ยังไม่เลิกโทรกวนเราค่ะ ซึ่งเราได้อัดคลิปเสียงการพูดจาไม่ดีกับเราไว้แล้วทนไม่ไหวจริงๆ จะเอาไปแจ้งความแล้วค่ะ

และเราสามารถไปแจ้งเอาเบอร์เราออกจากบุคคลอ้างอิงได้มั้ยคะ ไม่ไหวแล้วค่ะ

จะเล่าเรื่องที่มาที่ไปนะคะ เผื่อใครต้องการอ่าน
ประมาณ 6ปี ที่แล้ว เพื่อนสนิทเราที่ตอนนั้นเราไปแชร์ค่าห้องกับเขาอยู่ทำงานที่กรุงเทพอยากออกรถมือสองเพื่อจะไปทำงานเซลล์และดีเทลยาค่ะ เราเห็นเพื่อนตั้งใจจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเลยสนับสนุนและไปช่วยเพื่อนดูรถเพราะเรามีความรู้เรื่องนี้ เราเคยเป็นเซลล์ขายรถ และไปช่วยเพื่อนขับออกมาเพราะเพื่อนขับรถไม่เป็น ออกรถมือสองจากเต้นท์ฟรีดาวน์ ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน ผ่อนเดือน 6พันกว่าบาท แต่พอออกรถมาเพื่อนก็ไม่ได้ไปทำงานที่บอกค่ะ ยังทำงานห้างเหมือนเดิม และรายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้น จึงเกิดความขัดสนและผ่อนไม่ไหว

เพื่อนได้กรอกชื่อเราเป็นบุคคลอ้างอิงค่ะ บุคคลอ้างอิงหมายถึงผู้ติดต่อฉุกเฉินเวลาติดต่อผู้เช่าซื้อไม่ได้ และไม่ได้เซ็นสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ พ่อกับแม่เราสอนไว้เสมอให้ระวังเรื่องค้ำประกัน เราเลยกลัวมากและไม่คิดจะทำเลย

ผ่านมาไม่กี่ปีค่ะไฟแนนซ์ก็ติดต่อมาหาเราเพราะติดต่อเพื่อนเราไม่ได้ ช่วงนั้นคงมรสุมชีวิตนางและนางเป็นหนี้หลายเจ้าเลยเปลี่ยนเบอร์บ่อย แล้วเราก็ย้ายกลับไปทำงานที่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ไฟแนนซ์โทรมาเราก็ให้ความร่วมมือให้เบอร์ใหม่เพื่อนไปและโทรไปบอกเพื่อนให้ติดต่อไฟแนนซ์กลับทุกครั้งนะคะ

พักหลังมามันบ่อยมากค่ะไฟแนนซ์โทรหาเราทุกเดือนยังกะเราเป็นคนติดเอง พอเราแจ้งเพื่อนก้อบอกให้บอกไฟแนนซ์ไปว่าไม่ได้ติดต่อกันแล้ว พอเราอกแบบนั้นไฟแนนซ์ก้อขิให้ช่วยหาทางติดต่อ คือเราก็ไม่รู้มั้นฟระ เพื่อนมันเปลี่ยนเบอร์บ่อยจนเราไม่มีเบอร์มันติดต่อกันแต่ทางไลน์ พอเขาขอไลน์เราให้ไลน์ไป ครั้งต่อไปก็โทรมาขออีก เจ้าหน้าที่เปลี่ยนคนตลอด เกือบร้อยครั้งแล้วค่ะ บางทีเราเดือดร้อนนะคะ มันหงุดหงิดรำคาญใจด้วย เหมือนพูดไม่รู้เรื่องรึไงว่าเราไม่ได้ติดต่อเพื่อนคนนี้แล้ว เราก็อยู่กับครอบครัวเรา

โดยสิ่งที่ไฟแนนซ์เข้าใจคือว่าเรากับเพื่อนเป็นแฟนกัน แต่มันเป็นไปไม่ได้ค่ะเพื่อนฉันเป็นตุ๊ด มันกินแต่ผู้ชายเท่านั้น ชะนีคือของแสลง

เราก็ไม่ได้อะไรมากกับไฟแนนซ์โทรมาทุกครั้งเรารับ โทรไม่รับเราก็โทรกลับทุกครั้ง เจ้าหน้าที่บางคนคุยนานถามเยอะทั้งที่เป็นค่าโทรศัพท์เราค่ะ

จนมาถึงที่ทนไม่ไหววันนี้ค่ะ มันเกินไปจริงๆ จนเราคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง การเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ก็ไม่ควรจะปากดีเบอร์นี้นะคะ และปากดีกับคนที่ไม่ใช่ด้วยค่ะ คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ผิดอะไร

ดิฉันอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุดค่ะ มันเกินไปจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่