เป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง(รุนแรง)ในขณะที่ยังเป็นทหารเกณฑ์อยู่สามารถทำเรื่องจำหน่ายออกไปรักษาตัวได้หรือไม่?

ก่อนอื่นเลยผมต้องเกลิ่นก่อนว่า ผมทราบว่าตัวเองเป็นโรค Depression(ซึมเศร้า) มาตั้งแต่อายุ 20 (ตอนนั้นกำลังเรียนมหาลัยปี1) ในช่วงเวลาตั้งแต่ ปี1 ยังไม่ค่อยมีอาการที่แน่ชัดจึงยังไม่ได้ไปพบแพทย์อย่างจริงจัง แต่การใช้ชีวิตของตัวผม มันก็เริ่มแสดงอาการขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเริ่มจาก เวลากลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ เครียดโดยไม่มีสาเหตุ รู้ว่าเครียดแต่ไม่รู้ว่าเครียดเรื่องอะไร พอตอนเช้าก็ไม่ค่อยอยากตื่นไปเรียน ไม่อยากไปพบปะคนข้างนอก เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง กินข้าววันละมื้อ จนทำให้ผลการเรียนของผม มีแนวโน้มที่จะจบช้ากว่าเพื่อน เพราะไม่ยอมไปเข้าเรียน จนถึงช่วงขึ้น ปี2 ผมเริ่มมีความเครียดสะสมมากขึ้นเนื่องจากผลการเรียนของปีที่แล้วแย่มาก เกือบโดนไทร์ออก แล้วก็สะสมความเครียด แรงกดดันจากครอบครัว จนวันนึงความคิดที่จะ ฆ่าตัวตาย มันเริ่มเข้ามามีบทบาทในสมองของผม ทุกวันๆ ผมคิดแต่เรื่องไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโรคใบนี้แล้ว คิดหาวิธี ฆ่าตัวตาย ทุกวันแต่ยังไม่กล้า เพราะตัวเองก็กลัวการตาย กลัวความเจ็บปวด แต่มีอยู่วันนึง วันนั้นผมทนต่อความคิดนั้นไม่ไหว จนก่อให้เกิดการ พยายามฆ่าตัวตายครั้งแรก โดยใช้วิธีการ ขี่รถจักรยานยนต์ ในเวลาดึกด้วยความเร็วแล้วหลับตาขี่รถผ่าไฟแดง ณ ตอนที่หลับตาคืดอย่างเดียวว่า ถ้าชนก็คือจบ แต่มันดันไม่เป็นอย่างที่คาด ผมฝ่าไฟแดงมาประมาณ 200 เมตร ผมลืมตาขึ้นมาแล้วหันกลับไปมองแยกไฟแดงข้างหลัง แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่อยากตายตอนนี้ เลยตัดสินใจขี่รถกลับหอพัก ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่ผม พยายามฆ่าตัวตาย แล้วผมก็จมอยู่กับโรคนี้มาเรื่องๆ จนถึงช่วงเวลาที่จะต้องไปเกณฑ์ทหาร ซึ่งตัวผม ณ ตอนนั้นยังคงมีสภาพการเป็นนิสิตอยู่ ถ้าผมจะผ่อนผันเพื่อเรียนต่อก็ทำได้ แต่ผมกลับสละสิทธิ์ผ่อนผัน แล้วเลือกที่จะลุ้นเสี่ยงจับใบดำใบแดง (ที่ผมตัดสินใจยกเลิกเพราะว่า ผลการเรียนของผมมันแย่ลงๆ จนผมคิดว่ามันอาจจะดีกว่าไหม ถ้าเราได้ไปฝึกวินัยโดยการไปเป็นทหาร แต่จิตใจลึกๆ ไม่อยากเป็นหรอกครับเพราะก็กลัวเหนื่อย กลัวระบบที่ตัวผมเองอาจจะรับมือไม่ไหว แต่สุดท้ายผมก็จับได้ ใบแดง) หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตแบบทิ้งๆ ขว้างๆ เลยก็ว่าได้ ทั้งเที่ยว ทั้งดื่ม จนผมนึกคิดได้ว่า ไหนๆ ก็ว่างแล้ว อายุก็ครบที่จะบวชแล้ว และคิดว่าการบวชอาจจะช่วยให้ผมได้เรียกสติกลับมาได้บ้าง ผมจึงตัดสินใจบอกทางบ้านว่าผมจะบวชก่อนไปเป็นทหารนะ ครอบครัวก็โอเคแล้วก็เริ่มจัดงาน จนผมบวชเสร็จแล้ว ก็รอเข้ากรมการฝึกเลย พอถึงเวลานั้น ผมโดนกดดันตั้งแต่วันแนกที่เข้าไปมันรู้สึกอึดอัดมาก จากตอนแรกที่คิดว่ายังไงเราก็ต้องผ่านตรงนี้ไปให้ได้ จนในที่สุดการฝึกก็จบลง แล้วต้องแยกย้ายไปตามหน่วยต่างๆ ซึ่งพอย้ายมาก็เจอรับน้องบ้างอะไรบ้าง แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร เพราะถือว่ามันคือประเพณีของทางกอง ซึ่งผมก็ยอมรับในส่วนนี้ได้ แต่พออยู่ไปๆ ผมก็ยิ่งอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ จากแรงกดดันต่างๆ นาๆ จนผมเลือกที่จะ ฆ่าตัวตายอีกรอบ โดยการใช้เชือกผูกตอตัวเองกับคานเหล็ก แต่สุดท้ายผมก็ไม่ตาย แล้วตื่นขึ้นมาพบว่าเพื่อนได้ดึงตัวผมลงมาทัน นั่นเป็นครั้งที่ 2 ที่ผมพยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ แล้วล่าสุด ผมได้ลากลับบ้าน 8 วัน ผมก็รู้สึกไม่อยากกลับมาที่กรมกองอีก แต่ไม่รู้จะทำยังไงผมเลย เทคยาที่หมอให้มา ไปทั้งหมด 15 เม็ด กะว่าให้หลับแล้วไม่ตื่นมาเลย จะได้ไม่ต้องไปทรมานในกรมกองต่ออีก แต่มันก็กลับไม่เป็นผล ใช่ มันไม่สำเร็จอีกครั้ง ผมก็รอดตายมาได้ แล้วตอนนี้ ผมก็ได้กลับเข้ามาอยู่ในกรมกอง ทางฝ่ายข้าราชการ ก็เข้าใจและดูแลผมเป็นอย่างดี แต่ความคิดผม มันกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง ผมยิ่งรู้สึกว่ายิ่งอยู่ยิ่งไร้ค่า ยิ่งอยู่ยิ่งเป็นตัวถ่วงของเพื่อนๆ แล้วตอนนี้ เวลา 23:15 น. ของวันที่ 27/02/2564 ผมเครียดมาก จนคิดฆ่าตัวตายอีกรอบแล้ว ผมอยากทราบว่า ในเคสแบบนี้ พอจะมีวิธี จำหน่ายออกเพื่อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน หรือที่เรียกว่ายกเงินเดือนให้นาย แล้วกลับออกมาพบแพทย์ รักษาตัวอย่างจริงจัง ซึ่งหมอประจำตัวผม อยู่ที่พิษณุโลก แต่ตัวผมอยู่กองที่ ชลบุรี การจะกลับบ้านแต่ละรอบ (หมอนัดทุกเดือนแต่ผมได้กลับบ้างไม่ได้กลับบ้าง) มันยุ่งยากมาก เพราะเรื่องของ COVID-19 ที่ยังไม่เคลียร์ การเดินทางที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้บางเดือนผมต้องให้คนที่บ้านไปรับยามาแทนแล้วส่งมาให้ผมที่กรมกอง 

***สุดท้ายนี้อยากทราบว่า พอจะมีหน่วยงานไหนหรือใครที่พอจะชี้แนะทางออกให้ผมได้บ้าง เพราะผมกลัวว่าวันนึง ผมจะลงมือพยายามฆ่าตัวตายขึ้นมาอีก เหมือนวันนี้ที่คิดอยู่แต่ยังไม่กล้าทำ ถ้ามีหน่วยงานไหนพอช่วยผมได้ ขอความกรุณาช่วยผมให้พ้นจากโรค หรือจากการเป็นทหารเกฑ์ได้ ผมจะขอบคุณมากๆ ครับ***
 ปล.ผมมีแฟนซึ่งแฟนก็ท้องอยู่จะคลอดเดือนหน้านี้แล้วด้วย แต่แฟนก็ยังต้องทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูก ซึ่งเฉพาะเงินเดือนของผม ณ ตอนนี้บอกเลยว่า ไม่พอจริงๆ สำหรับค่าของใช้ ค่าฝากครรภ์ ตรวจครรภ์ และค่าคลอด แฟนผมจึงต้องทำงานทั้งๆ ที่ท้องก็แก่ โตมากแล้ว ผมอยากออกไปช่วยแฟนทำงานมากกว่าครับ
 ปล2.หากมีใครมีความประสงค์ที่จะติดต่อหรือให้ตำปรึกษาช่วยเหลือผมได้ รบกวนติดต่อผมได้ ทางเบอร์โทรศัพท์ 0939493894 หรือไลน์ lakapt_jeep หรือเฟสบุ้ค : RoteJeep'z Lakkhaphat 

  ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคนที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ผมล่วงหน้าเลยนะครับ ขอบคุณครับ 🙏🏻
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่