คิดผิดรึเปล่า ถ้าจะลาออก ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ก่อนอื่นเลย จขกท. ทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เรียนจบ เม.ย. 62 เริ่มงาน ก.ค. 62 ปัจจุบันทำงานอยู่ 1 ปี 7 เดือน เป็นงานประจำที่แรก และกำลังจะตัดสินใจลาออก 

เนื่องจากสถานการณ์การเงิน ค่าใช้จ่าย ปัญหาทางบ้าน และ ความรู้สึกของตัวเอง 
คือ จขกท.ตัดสินใจมาทำงานที่ กทม. อยู่กับพี่ หารค่าใช้จ่ายค่าที่พักและกินอยู่ และเนื่องจากพี่สอบติดที่อื่นต้องย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นทำให้ต้องอยู่ กทม.คนดียวมาประมาณ 5 เดือน 

ขอแจงรายละเอียด ปัจจุบัน ตำแหน่งฝ่ายบุคคล เงินเริ่มต้นเดือน 13,000 ปัจจุบันยัง 13,000 (เหตุผลคือเราเข้างานหลังกลางปี ถ้าจะปรับเงินเดือน ต้องรอไตรมาสถัดไป หรือ อาจจะได้ปรับตอนทำงานครบ 2 ปี ซึ่งคิดว่าก็คงเพิ่มมาไม่กี่เปอร์เซ็นต์ 5555 พิมพ์ไปก็เศร้าา
แล้วค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนคร่าวๆ เงินเก็บ 3000 , เงินเก็บฉุกเฉิน 1000 , น้ำไฟหอ 2000 (ไฟฟ้าหน่วยละ10บาท) แอร์เก่ากินไฟเปิดแค่ตอนนอน + ตู้เย็นเล็กกินไฟ ค่าไฟเลยสูง , ให้แม่ 1000 , เนตบ้านแม่ 800 , ปะปาที่บ้าน 6-700  , ค่าเปลี่ยนยางทำฟัน 1000 , ค่าเดินทาง 1000 ค่ากิน 3000 จริงๆมีค่าหอ 4500 แต่พี่ช่วยจ่ายก่อน ระหว่างให้เราหางานทำที่อื่น 

แต่นี่คือเป็นสิ่งที่ลังเล ถ้าเกิดสมมุติเราสมัครที่อื่น เงินเดือน 19000 เราก็ต้องจ่ายค่าหอเอง ก็เท่ากับมีเงินเพิ่มอีกแค่ 1500 สู้กลับไปอยู่บ้าน ตจว. ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าน้ำไฟหอ แล้วไปช่วยจ่ายคชจ.ส่วนอื่นๆของที่บ้านดีกว่าไหม แต่ที่บ้านตัวเลือกก็น้อยมาก โอกาสโตก็มีน้อยกว่ามาก แต่ถ้ามันเป็นทางที่ประหยัดคชจ.มากขึ้น และได้กลับไปดูแลคนที่บ้าน ก็ควรกลับรึเปล่า 

ปัจจุบันแม่ จขกท.ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเลี้ยงหลาน จะเป็นพวกเราที่ทำงาน ให้เงินเดือนและแบ่งกันจ่ายหนี้ ซึ่งมีปัญหาด้านการเงินทำให้พี่2คน ต้องทำบัตรเครดิตเพื่อมาใช้หนี้ และ ใช้จ่ายที่บ้าน จนตอนนี้ หนี้เกิน 60%ของรายได้ ทำให้ทั้ง2 เป็นโรคซึมเศร้า ทำร้ายตัวเอง (ปัจจุบันกินยาอยู่) และปรึกษากับพี่น้องตลอด แต่มันก็ทำได้แค่เป็นกำลังใจ แต่เราซัพพอร์ตอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเรากลับไป เราคิดว่าเราจะช่วย คชจ.เค้าได้มากขึ้น ได้กลับไปทำงานบ้านซักผ้า ล้างจาน ทำความสะอาดทุกอย่างเหมือนที่เราเคยทำให้ แม่จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อย ตอนนี้เหตุผลหลักคือที่บ้าน แต่อีกเหตุผลที่ลังเล ก็คือแล้วถ้ากลับไป ยังหางานไม่ได้ จะไปเป็นภาระกว่าเดิมรึเปล่า เราเป็นน้องสุดก็จริง แต่เราจะเป็นคนดูแลพวกเค้ามาตลอด ความสุขก็คือการได้ดูแลพวกเค้า บางเดือนเรากินแค่วันละ 50ตอนเที่ยง เงินค่ากินเหลือเราก็ไปใส่ในเงินออม เอาไว้เวลากลับบ้านก็พาพวกเค้าไปกินข้าว ไปซื้อของให้ตลอด ซื้อของเจ้าบ้าน 90%เป็นเงินเราซื้อ (เงินเก็บก็เลยไม่เคยมีถึงก้อน เพราะกลับทีไรเราจ่ายทุกอย่างจริงๆ55) แต่มันคือความสุขของเราไง ความสุขเราคือดูแลทุกคนที่บ้านแค่นั้นเลย 

แต่ตอนนี้ ที่เราอยากมาปรึกษาคือสำหรับคนที่มองจากมุมอื่นๆ อยากรู้ว่าการที่เราตัดสินใจจะลาออก ในตอนที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ เราคิดน้อยไปไหม ? แล้วเราจะบอกที่ทำงานด้วยเหตุผลนี้ มันจะดูเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบไปรึเปล่า ? ที่ยึดเอาความรู้สึกตัวเองมากกว่าการอดทนกับการเติบโต ตอนนี้ใจเราอยากกลับบ้าน ไปเห็นหน้าครอบครัว อยากกอดแม่มากๆ เรานอนร้องไห้เกือบทุกคืนเพราะเราเครียดที่เราดูแลให้คนที่บ้านมีความสุขไม่ได้จนต้องกินยากันทุกวัน เราเครียดที่เห็นแม่บ่นเหนื่อยเวลาทำงานบ้าน เครียดที่บอกที่บ้านว่าอยากกลับ ทั้งๆที่พี่คนที่จ่ายค่าหอ เค้าไม่อยากให้เรากลับเพราะงานที่นั่นมีน้อย เราไม่อยากทำให้ใครผิดหวังในตัวเรา แต่เราก็ไม่รู้ใจตัวเองว่าจะสามารถผ่านแต่ละคืนไปได้อีกนานแค่ไหน  ถ้าคิดว่า เราควรทนอยู่ เพื่อซัพพอร์ตครอบครัวก่อน ไม่ควรไปว่างงาน ช่วยเตือนสติให้หน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้เครียดจนแยกไม่ออกแล้ว ว่าอะไรควร หรือ ไม่ควร กลัวเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำไปหมด 

ปล.เรายื่นสมัครที่อื่นไว้เรื่อยๆ ระหว่างที่คิดจะลาออก รวมถึงสอบพนักงานราช แต่ก็พลาดไปหลายที่ เพราะเราไม่สามารถเริ่มงานได้ทันที เพราะสัญญาจ้างต้องยื่นลาออกก่อนออกจริง 1 เดือนแต่ถ้าเราออกก่อนแล้วไม่มีคนเเรก ก็กลัวว่างงานไม่มีเงิน นี่ก็เป็นส่วนนึงที่ลังเลที่จะลาออก 

เราเชื่อว่าคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ในปัญหา มักจะมองเห็นปัญหาได้ดีกว่า คนที่กำลังจมอยู่กับปัญหา เราเลยเลือกที่จะตั้งกท. เพื่อมาขอคำแนะนำจากคนอื่นๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่