JJNY : จีนขอสัมปทานลาวปลูกทุเรียน│นักวิชาการชี้เอกภาพรบ.หาย│ภาคี#SAVEบางกลอยแถลง รัฐเตรียมฝ่าฝืนข้อตกลง │PM2.5พุ่ง54ที่

จีนขอสัมปทานที่ดินลาว 3 หมื่นไร่ ปลูกทุเรียนอนาคตสะเทือนไทย
https://www.thansettakij.com/content/world/469544
  
 
ลาวเผยทุนจีนขอสัมปทานที่ดิน 2-3 หมื่นไร่ ปลูกทุเรียนส่งออกไปแดนมังกร ชี้อนาคตสะเทือนไทยแน่
 
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต. / ทูตพาณิชย์) ณ กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) รายงานโดยระบุว่านางกิ่งแก้ว จันทะลังสี ผู้อำนวยการบริษัท บอลิคำไซ การฟาร์มพัฒนาส่งเสริมกสิกรรม จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีสินค้าต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาใน สปป.ลาว เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข่งขันค่อนข้าง สูงจึงตัดสินใจทำธุรกิจผลิตสินค้าเกษตรตามแนวทางการส่งเสริมของพรรคและรัฐบาล สปป.ลาว ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศชาติ เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน
 
ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่าการนำเข้าทุเรียนจากต่างประเทศของจีนสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 73 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่นำเข้าจากไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ในอนาคตคาดว่า สปป.ลาว และเวียดนามจะส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศเช่นกัน โดยมีจีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกรองรับ สาเหตุที่ทำให้การส่งออกทุเรียนของสปป.ลาวเติบโต เนื่องจาก สปป.ลาว มีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศ โดยได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าจาก 16 ประเทศ เช่น จีน อิตาลี นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น
 
 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เองก็มีตลาดจีนรองรับแล้ว สำหรับพันธุ์ทุเรียนและขนุนที่ใช้ปลูกจะนำเข้าจาก ต่างประเทศ โดยได้ปลูกไปแล้วบางส่วน คาดจะสามารถส่งออกทุเรียนได้ในปี 2567 ปัจจุบัน สปป.ลาว มีพื้นที่ปลูกทุเรียนที่แขวงจำปาสัก โดยเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองและหมอนทอง โดยเริ่มมีนักลงทุนชาวจีนขอสัมปทานที่ดินจากรัฐบาลเพื่อปลูกทุเรียน ประมาณ 20,000 – 30,000 ไร่
 
สคต.เวียงจันทน์ ระบุว่า ปัจจุบัน สปป.ลาว เริ่มทำการเกษตรมากขึ้น เพื่อลดการนำเข้า ประกอบกับรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้หันมาประกอบอาชีพในประเทศ ทั้งนี้ สปป.ลาว ยังมีพื้นที่อีกจำนวนมากที่สามารถทำการเกษตร จึงเป็นช่องทางหนึ่งให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะจีน ที่เข้ามาขอสัมปทาน ซึ่งในอนาคตอาจจะกระทบกับการส่งออกสินค้าเกษตรจากไทยหลาย ๆ รายการ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กล้วย ทุเรียน พืชผักทางการเกษตร
 

 
นักวิชาการชี้เอกภาพรบ.หายไปแต่เชื่อยังไม่ปรับครม.
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_47616/
 
นักวิชาการ มองซักฟอก สะท้อนภาพฝ่ายพยายามเปลี่ยนแปลงแล้ว ชี้คะแนนโหวตบ่งบอกเอกภาพพรรคร่วมรัฐบาลหายไป แต่เชื่อยังไม่ปรับ ครม.
 
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมานั้น สะท้อนให้เห็นได้ว่าทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลมีความพยามในการปรับเปลี่ยน ทั้ง 2 ฝ่าย เช่นทางฝ่ายค้านที่ครั้งนี้ไม่เห็นปัญหาเรื่องเอกภาพเลย และการบริหารจัดการต่างๆ ก็เป็นไปด้วยความราบรื่น พร้อมทั้งยังมีข้อมูลการนำเสนอที่น่าสนใจ
 
ทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายในขณะที่ทางฝั่งรัฐบาล รัฐมนตรีบ้างคนอาจจะยังตอบไม่ตรงประเด็นสักเท่าไหร่ แต่ในแง่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็มีพัฒนาการในทางการเมืองมากขึ้น และมีการควบคุมอารมณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น หรือการใช้เทคโนโลยีในการชี้แจง
 
ทั้งนี้ รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการลงมติอภิปรายนั้น จะเห็นได้ว่าความเอกภาพในฝั่งรัฐบาลนั้นหายไป โดยในครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้คะแนนไว้วางใจมากที่สุด ในขณะที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด ที่ได้เพียง 258 คะแนน และคะแนนไม่ไว้วางใจถึง 215 คะแนน
 
นั่นหมายความว่าจะต้องมี ส.ส. รัฐบาลร่วมลงมติไม่ไว้วางใจด้วยซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในพรรคพลังประชารัฐเองยังคงมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อยู่แม้ว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามานั่งหัวหน้าพรรคแล้วก็ตาม
 
และในส่วนของการปรับ ครม.นั้น ส่วนตัวคิดว่า ยังไม่มีในระยะอันใกล้นี้เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ยังคงไม่นิ่ง ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดข้องเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือแม้แต่ปัญหาความมั่นคงของรัฐบาลเอง ดังนั้นปัจจัยการบริหารไม่เอื้ออำนวยต่อการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนม้ากลางศึก เพราะฉะนั้นเชื่อว่ารัฐบาลไม่ตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึกอย่างแน่นอน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่