ต่อจากกระทู้ที่แล้วครับ ขอท้าวความย้อนไปก่อนหน้านี้ 4-5 เดือน
[สตอรี่พอสังเขปของผม]
ผมอายุ 21 ปี พึ่งจบปวส. และเกณฑ์ทหารมาหมาดๆ เป็นลูกชายคนเดียว
และมีแฟนอยู่คนนึง อายุ 24 ปี (ผมชอบคนอายุมากกว่า ยิ่งเยอะยิ่งแพ้)
แฟนคนนี้คบกันมาสามปีครับ เคยมีอะไรกันแค่ 3 ครั้ง (นับได้เลย) เพราะไม่ได้มีโอกาสอยู่สองต่อสองมากนัก
เพราะครอบครัวฝั่งนั้นหวงมากๆ ตัดภาพมาที่ผมที่ค่อนข้างโหยหาอะไรแบบนี้
[งการย้ายออกจากบ้านมาอยู่คนเดียว]
ผมยื่นสมัครงานตามเว็บ และได้งานที่จังหวัดข้างๆ เป็นบริษัทผลิตสื่อโฆษณาแห่งนึง ในเภอเมือง
จึงมาสัมภาษณ์และทำสัญญาทดลองงาน และได้ย้ายมาอยู่ห้องเช่าตัวคนเดียว โดยที่ครอบครัว และแฟนก็เข้าใจ
ซึ่งมันก็เป็นไปด้วยดีตามประสาเด็กจบใหม่เจองานที่เรียกว่าเคยเรียนมา
[ว่าด้วยเรื่องความเหงาและงี่]
คือด้วยความที่เหงา ถึงเหงามากๆ เพื่อนฝูงก็จะเจอกันที่ทำงานและแค่หลังเลิกงานไม่กี่ชั่วโมง
ส่วนแฟนก็คอลเห็นหน้ากันทุกวัน (ขอเล่น sexphone บ้าง เวลาเขาอาบน้ำ) แต่มันแทบไม่ช่วยอะไรเลย
จนแทบอยากจะไปซื้อกินกับพวกรุ่นพี่ที่ออฟฟิศเลย แต่ดูกำลังทรัพย์

ไม่ไหว เงินเดือนที่ได้มา หักค่าใช้จ่ายแล้ว คือบางเบา
[ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เรียกว่าชู้ ]
องค์แรก *มนต์รักไข่ทอด*
พี่เค้าอายุ 29 เรียกว่าพี่ K ละกัน พี่เค้าทำงานร้านสะดวกซื้อที่ไม่ใช่เซเว่น(มินิมาร์ท) ปากซอยของที่พักผม เจอกันแทบทุกวัน ตลอดระยะเวลาสามเดือนแรกที่มาลองงาน
รู้สึกชอบ เพราะเค้าอัธยาศัยดี เพราะเห็นลูกค้ามาเหยาะ มาคุยด้วยตลอด ทุกเพศทุกวัย
และที่สังเกตได้อีกอย่างนึง รถที่จอดอยู่หน้าร้าน เริ่มสังเกตุตลอดเวลาสามเดือนว่ามอไซค์คนไหนเป็นของพนักงานคนไหน แต่ทำไมไม่มีรถพี่เค้าเลยวะ
(แทบจะคิดเองได้ 100% ว่ามีผัวมารับมาส่งชัวร์) แต่ยังไม่หยุดที่จะรุกจีบ เริ่มต้นด้วยการถามชื่อตอนคิดเงิน และคุยหยอกล้อตามที่ลูกประจำคนอื่นทำ
วันนึงผมไปซื้อไข่โหลนึง ก็เกิดบทสนทนาเล็กๆพี่เค้าก็ถาม
K : "ทำกับข้าวเองหรอ ?"
ผม : " เฉพาะวันหยุดครับ มีเวลาค่อยทำ ซื้อไปตุนไว้ พรุ่งนี้หยุดงานพอดี "
K : ทอดมาให้กินด้วยหน่อย (พูดเล่นแหละ)
แต่เรามันจริงจังไง ก็เลยเดินไปหยิบกล่องข้าวพลาสติกมาคิดเงินด้วย พี่เค้าก็ทำหน้ายิ้มละก็ถาม " จะทำจริงหรอ ? "
และก็กลับไปลงมื้อทำที่ห้องมีกุนเชียงอยู่ด้วยอยู่พอดี ไอ้เราตั้งใจจะทำในเช้าของวันหยุด แต่ดันห้าวทำในคืนนั้นเลย
ทำข้าวกล่องเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วยไข่เจียวทะเลเรียกพี่ ไข่ดาวหน้าตาประหลาด และกุนเชียงทอด
คือกะเดิมพันเลย ว่าจะหน้าแตกเพราะเค้าไม่รับ หรือจะได้อะไรกลับมา สุดท้ายเค้าก็รับ พร้อมกับได้ไอดีไลน์มา
แล้วก็จบที่การได้คุยกับเค้าในคืนแรก
องค์สอง *เปิดเผย*
ผมจะขอลงรายละเอียดคราวๆที่เข้าใจง่ายๆให้ครับ แต่ขอไม่ชัดเจนมาเกินไป
พอได้คุยไลน์กัน ทำความรู้จักกัน หลายๆอย่างมันชัดเจนขึ้น คำถามหลักๆที่ต่างคนต่างอยากรู้ คือมีแฟนกันหรือยัง
มีแต่เกี่ยงกันตอบก่อนตอบหลัง ผมเลยตัดบทไปที่ "เอาเป็นว่ารู้ๆกันอยู่" แต่พึ่งมารู้ระยะหลัง ว่าเค้าแต่งงานละ มีลูกคนนึง แต่เป็นลูกติดจากผัวกะเมียเก่าเขา
ไปส่องดูเฟส ก็เห็นลงรูปคู่ว่าผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ทั้งตอนทำงานและใช้ชีวิตคู่ แถมยังมีอีกหลายเรื่อง ที่เด็กอย่างผมยังไม่เข้าใจ
เช่น เค้ามีธุกิจส่วนตัวตั้งสองอย่าง (ธุรกิจหลักเกี่ยวกับรถยนต์ +ธุรกิจร้านขายเสื้อกีฬา 2 สาขา) ทำไมเค้าถึงปล่อยไว้ แล้วออกมาทำงานแบบนี้ มันทั้งยกของ+ขายของ
ส่วนผัวเขาตอนกลางวันก็ดูธุกิจหลัก ติดต่อลูกค้า และจ้างคนดูแลร้านเสื้อกีฬา แถมวิ่งแกร๊บตอนกลางคืน (สุดยอดด)
พอผมถามไปที่ตัวพี่ K เขาก็บอกมันไม่ท้าทาย (อั่นนี้ก็อึ้ง) แถมแฟนเค้าก็กดดันให้ออกจากงานตลอด บอกว่าไม่อยากสบายหรอ ประมาณนี้
แต่พี่เค้าก็ยังดึงดันจะทำ แต่คงจะลาออกภายในเดือนนี้แหละมั้ง ตามที่คุยกัน ส่วนลูกเค้าทั้งคู่ก็อายุประมาณ 10 ขวบมั้ง อาศัยอยู่กับย่าและคนที่บ้านซึ่งผมไม่รู้ว่ามีใครบ้าง
นานๆทั้งคู่กลับบ้านที ไปเยี่ยมลูกกับครอบครัว คร่าวๆก็ประมาณนี้ครับ เรื่องราวของผญ.ที่ผมเรียกว่าพี่ K
องค์ที่สาม *ความชั่วช้าของตัวผม*
จนมาถึงครั้งที่นัดเจอกัน ครั้งแรก เขาไม่ยอมให้ผมทำอะไร จนทะเลาะกันนิดหน่อย เพราะผมมุ่งมากๆ
แต่ด้วยเพราะเขาแอบมาเวลางานกะกลางคืน ก็แค่ได้นั่นคุยและสวีทกันเล็กน้อย+ทำความรู้จักกันมากขึ้น
ส่วนสองครั้งต่อมา ผมก็ได้ในสิ่งที่ผมโหยหา ซึ่งมันดีสุดๆ อาจเพราะพี่เค้าแต่งงานแล้ว และประสบการณ์เยอะ
เซ็กส์กับพี่เค้ามันจึงดีงามสำหรับผมมาก พลิกตัวไม่กี่ครั้ง กลายเป็นผมเป็นฝ่ายโดนกระทำแทน
และมันเสียวขั้นสุดเลยเผลอหลั่งในด้วย ซึ่งทะเลาะกันแปปนึง พี่เค้าโวยวายมากๆ เพราะเค้าแทบจะไม่ได้มีอะไรกับผัวเลย แถมไม่เคยหลั่งในสักครั้ง
แต่ด้วยความที่เค้าบอกว่าเมนส์พึ่งหมดไปก่อนวันที่จะมาหา จึงรู้สึกปลอดภัยขึ้น (อาศัยนับ หน้า7 หลัง 7)
แต่หลังๆมา ก็จะใส่ถุง และปรับให้เสร็จพร้อมๆกัน และต้องบอกครับว่าแทบทุกครั้งที่เค้ามาหา
ผมก็ยังคงคาสายวีดีโอคอลกับแฟน แต่ใช้ทริคเทปพันสายไฟมาแปะกล้อง+ปิดไมค์ และโกหกแฟนว่าดับไฟนอนแล้ว
หรืออีกข้ออ้างคือผมบอกว่าอยู่กินเบียร์กะเพื่อนอยู่หน้าออฟฟิศ แล้วค่อยกลับ
องค์ที่สี่ *ข้อตกลงของชู้รัก*
บอกเลยครับว่าระยะเวลาเดือนนึงที่ผ่านมา ผมมีอะไรกับพี่ Kไปมากกว่ามีกับแฟนตัวเองแล้ว
เรื่องผมกับพี่เค้า ค่อนข้างราบรื่น คุยกันง่ายมากๆ โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์
เค้าก็สารภาพ ว่าแทบไม่มีเวลาทำกับผัว เพราะต่างคนต่างเหนื่อย ถึงได้ทำมันก็ไม่เต็มที่แค่เสร็จมันก็เท่านั้น
ผมก็เลยสำคัญตัวเองไปว่า ผมเติมเต็มเค้าได้
ผมกับพี่เค้า มีเวลาคุยกันแค่วันละนิด รู้ว่าอยู่ไหน ทำอะไรก็พอ โดยตกลงกันว่า จะเจอกันก็ต่อเมื่อมีโอกาส มากสุดได้ที่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
ซึ่งเวลามาก็จะนั่งคุย กินขนม ดูหนัง ฟังเพลงกันแปปนึง แล้วค่อยบรรเลงรักกัน ก็แค่ระวังเรื่องร่องรอยที่เกิดจากการทำ
องค์ที่ห้า *ตอนจบหลากรูปแบบ*
มาถึงตอนนี้ ณ ตอนนี้ เวลาที่ผมเขียนกระทู้นี้อยู่ พี่เค้าบอกผมว่าจะออกจากงานตามคำขอผัวละ ส่วนเรื่องจะเจอกัน ก็ค่อยคุยอีกที
และยอมรับเลยครับว่าถอนตัวยากมากๆ ผมไม่รู้ว่าความสัมพันธ์จะจบลงยังไง แต่ตกลงกับพี่เค้าว่าจะต้องคุย ละทำความเข้าใจกันให้ได้
ผมและเค้าค่อนข้างมั่นใจ ว่าจะไม่พลาด ถ้ามันจะจบ ก็อยากให้จบที่ไม่มีใครต้องเจ็บ ถ้าจะมีใครเจ็บ ก็ขอให้เป็นผมกับพี่เค้า ที่เจ็บแบบต้องจากกันทั้งที่ยังโหยหากัน
....และเรื่องราวของชู้ ยังคงดำเนินต่อไป....
ทิ้งท้ายนะครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมด มันคงดูโหดร้ายสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรจริงๆ ผมยอมรับครับ ว่าผมเลว และปฏิเสธไม่ได้ ว่าพี่ K ก็เลวเช่นกัน
สาเหตุที่ผมอย่างเล่า อยากแชร์ ประจานตัวเองพร้อมกับชู้ มันคงเพราะผมไม่มีที่ระบาย และในนี้คงเป็นทางเดียว
ทำใจก่อนเขียนเเล้วครับ ว่าจะเจอคำพูด หรือการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบต่างๆแน่ๆ
คนที่เสียเวลามาอ่าน มาร่วมแสดงความเห็น หรือสาปแช่ง กันอย่างสุภาพเถอะครับ
ทำไม ถึงพากันเลวได้ขนาดนี้ ????
[สตอรี่พอสังเขปของผม]
ผมอายุ 21 ปี พึ่งจบปวส. และเกณฑ์ทหารมาหมาดๆ เป็นลูกชายคนเดียว
และมีแฟนอยู่คนนึง อายุ 24 ปี (ผมชอบคนอายุมากกว่า ยิ่งเยอะยิ่งแพ้)
แฟนคนนี้คบกันมาสามปีครับ เคยมีอะไรกันแค่ 3 ครั้ง (นับได้เลย) เพราะไม่ได้มีโอกาสอยู่สองต่อสองมากนัก
เพราะครอบครัวฝั่งนั้นหวงมากๆ ตัดภาพมาที่ผมที่ค่อนข้างโหยหาอะไรแบบนี้
[งการย้ายออกจากบ้านมาอยู่คนเดียว]
ผมยื่นสมัครงานตามเว็บ และได้งานที่จังหวัดข้างๆ เป็นบริษัทผลิตสื่อโฆษณาแห่งนึง ในเภอเมือง
จึงมาสัมภาษณ์และทำสัญญาทดลองงาน และได้ย้ายมาอยู่ห้องเช่าตัวคนเดียว โดยที่ครอบครัว และแฟนก็เข้าใจ
ซึ่งมันก็เป็นไปด้วยดีตามประสาเด็กจบใหม่เจองานที่เรียกว่าเคยเรียนมา
[ว่าด้วยเรื่องความเหงาและงี่]
คือด้วยความที่เหงา ถึงเหงามากๆ เพื่อนฝูงก็จะเจอกันที่ทำงานและแค่หลังเลิกงานไม่กี่ชั่วโมง
ส่วนแฟนก็คอลเห็นหน้ากันทุกวัน (ขอเล่น sexphone บ้าง เวลาเขาอาบน้ำ) แต่มันแทบไม่ช่วยอะไรเลย
จนแทบอยากจะไปซื้อกินกับพวกรุ่นพี่ที่ออฟฟิศเลย แต่ดูกำลังทรัพย์
[ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เรียกว่าชู้ ]
องค์แรก *มนต์รักไข่ทอด*
พี่เค้าอายุ 29 เรียกว่าพี่ K ละกัน พี่เค้าทำงานร้านสะดวกซื้อที่ไม่ใช่เซเว่น(มินิมาร์ท) ปากซอยของที่พักผม เจอกันแทบทุกวัน ตลอดระยะเวลาสามเดือนแรกที่มาลองงาน
รู้สึกชอบ เพราะเค้าอัธยาศัยดี เพราะเห็นลูกค้ามาเหยาะ มาคุยด้วยตลอด ทุกเพศทุกวัย
และที่สังเกตได้อีกอย่างนึง รถที่จอดอยู่หน้าร้าน เริ่มสังเกตุตลอดเวลาสามเดือนว่ามอไซค์คนไหนเป็นของพนักงานคนไหน แต่ทำไมไม่มีรถพี่เค้าเลยวะ
(แทบจะคิดเองได้ 100% ว่ามีผัวมารับมาส่งชัวร์) แต่ยังไม่หยุดที่จะรุกจีบ เริ่มต้นด้วยการถามชื่อตอนคิดเงิน และคุยหยอกล้อตามที่ลูกประจำคนอื่นทำ
วันนึงผมไปซื้อไข่โหลนึง ก็เกิดบทสนทนาเล็กๆพี่เค้าก็ถาม
K : "ทำกับข้าวเองหรอ ?"
ผม : " เฉพาะวันหยุดครับ มีเวลาค่อยทำ ซื้อไปตุนไว้ พรุ่งนี้หยุดงานพอดี "
K : ทอดมาให้กินด้วยหน่อย (พูดเล่นแหละ)
แต่เรามันจริงจังไง ก็เลยเดินไปหยิบกล่องข้าวพลาสติกมาคิดเงินด้วย พี่เค้าก็ทำหน้ายิ้มละก็ถาม " จะทำจริงหรอ ? "
และก็กลับไปลงมื้อทำที่ห้องมีกุนเชียงอยู่ด้วยอยู่พอดี ไอ้เราตั้งใจจะทำในเช้าของวันหยุด แต่ดันห้าวทำในคืนนั้นเลย
ทำข้าวกล่องเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วยไข่เจียวทะเลเรียกพี่ ไข่ดาวหน้าตาประหลาด และกุนเชียงทอด
คือกะเดิมพันเลย ว่าจะหน้าแตกเพราะเค้าไม่รับ หรือจะได้อะไรกลับมา สุดท้ายเค้าก็รับ พร้อมกับได้ไอดีไลน์มา
แล้วก็จบที่การได้คุยกับเค้าในคืนแรก
องค์สอง *เปิดเผย*
ผมจะขอลงรายละเอียดคราวๆที่เข้าใจง่ายๆให้ครับ แต่ขอไม่ชัดเจนมาเกินไป
พอได้คุยไลน์กัน ทำความรู้จักกัน หลายๆอย่างมันชัดเจนขึ้น คำถามหลักๆที่ต่างคนต่างอยากรู้ คือมีแฟนกันหรือยัง
มีแต่เกี่ยงกันตอบก่อนตอบหลัง ผมเลยตัดบทไปที่ "เอาเป็นว่ารู้ๆกันอยู่" แต่พึ่งมารู้ระยะหลัง ว่าเค้าแต่งงานละ มีลูกคนนึง แต่เป็นลูกติดจากผัวกะเมียเก่าเขา
ไปส่องดูเฟส ก็เห็นลงรูปคู่ว่าผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ทั้งตอนทำงานและใช้ชีวิตคู่ แถมยังมีอีกหลายเรื่อง ที่เด็กอย่างผมยังไม่เข้าใจ
เช่น เค้ามีธุกิจส่วนตัวตั้งสองอย่าง (ธุรกิจหลักเกี่ยวกับรถยนต์ +ธุรกิจร้านขายเสื้อกีฬา 2 สาขา) ทำไมเค้าถึงปล่อยไว้ แล้วออกมาทำงานแบบนี้ มันทั้งยกของ+ขายของ
ส่วนผัวเขาตอนกลางวันก็ดูธุกิจหลัก ติดต่อลูกค้า และจ้างคนดูแลร้านเสื้อกีฬา แถมวิ่งแกร๊บตอนกลางคืน (สุดยอดด)
พอผมถามไปที่ตัวพี่ K เขาก็บอกมันไม่ท้าทาย (อั่นนี้ก็อึ้ง) แถมแฟนเค้าก็กดดันให้ออกจากงานตลอด บอกว่าไม่อยากสบายหรอ ประมาณนี้
แต่พี่เค้าก็ยังดึงดันจะทำ แต่คงจะลาออกภายในเดือนนี้แหละมั้ง ตามที่คุยกัน ส่วนลูกเค้าทั้งคู่ก็อายุประมาณ 10 ขวบมั้ง อาศัยอยู่กับย่าและคนที่บ้านซึ่งผมไม่รู้ว่ามีใครบ้าง
นานๆทั้งคู่กลับบ้านที ไปเยี่ยมลูกกับครอบครัว คร่าวๆก็ประมาณนี้ครับ เรื่องราวของผญ.ที่ผมเรียกว่าพี่ K
องค์ที่สาม *ความชั่วช้าของตัวผม*
จนมาถึงครั้งที่นัดเจอกัน ครั้งแรก เขาไม่ยอมให้ผมทำอะไร จนทะเลาะกันนิดหน่อย เพราะผมมุ่งมากๆ
แต่ด้วยเพราะเขาแอบมาเวลางานกะกลางคืน ก็แค่ได้นั่นคุยและสวีทกันเล็กน้อย+ทำความรู้จักกันมากขึ้น
ส่วนสองครั้งต่อมา ผมก็ได้ในสิ่งที่ผมโหยหา ซึ่งมันดีสุดๆ อาจเพราะพี่เค้าแต่งงานแล้ว และประสบการณ์เยอะ
เซ็กส์กับพี่เค้ามันจึงดีงามสำหรับผมมาก พลิกตัวไม่กี่ครั้ง กลายเป็นผมเป็นฝ่ายโดนกระทำแทน
และมันเสียวขั้นสุดเลยเผลอหลั่งในด้วย ซึ่งทะเลาะกันแปปนึง พี่เค้าโวยวายมากๆ เพราะเค้าแทบจะไม่ได้มีอะไรกับผัวเลย แถมไม่เคยหลั่งในสักครั้ง
แต่ด้วยความที่เค้าบอกว่าเมนส์พึ่งหมดไปก่อนวันที่จะมาหา จึงรู้สึกปลอดภัยขึ้น (อาศัยนับ หน้า7 หลัง 7)
แต่หลังๆมา ก็จะใส่ถุง และปรับให้เสร็จพร้อมๆกัน และต้องบอกครับว่าแทบทุกครั้งที่เค้ามาหา
ผมก็ยังคงคาสายวีดีโอคอลกับแฟน แต่ใช้ทริคเทปพันสายไฟมาแปะกล้อง+ปิดไมค์ และโกหกแฟนว่าดับไฟนอนแล้ว
หรืออีกข้ออ้างคือผมบอกว่าอยู่กินเบียร์กะเพื่อนอยู่หน้าออฟฟิศ แล้วค่อยกลับ
องค์ที่สี่ *ข้อตกลงของชู้รัก*
บอกเลยครับว่าระยะเวลาเดือนนึงที่ผ่านมา ผมมีอะไรกับพี่ Kไปมากกว่ามีกับแฟนตัวเองแล้ว
เรื่องผมกับพี่เค้า ค่อนข้างราบรื่น คุยกันง่ายมากๆ โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์
เค้าก็สารภาพ ว่าแทบไม่มีเวลาทำกับผัว เพราะต่างคนต่างเหนื่อย ถึงได้ทำมันก็ไม่เต็มที่แค่เสร็จมันก็เท่านั้น
ผมก็เลยสำคัญตัวเองไปว่า ผมเติมเต็มเค้าได้
ผมกับพี่เค้า มีเวลาคุยกันแค่วันละนิด รู้ว่าอยู่ไหน ทำอะไรก็พอ โดยตกลงกันว่า จะเจอกันก็ต่อเมื่อมีโอกาส มากสุดได้ที่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
ซึ่งเวลามาก็จะนั่งคุย กินขนม ดูหนัง ฟังเพลงกันแปปนึง แล้วค่อยบรรเลงรักกัน ก็แค่ระวังเรื่องร่องรอยที่เกิดจากการทำ
องค์ที่ห้า *ตอนจบหลากรูปแบบ*
มาถึงตอนนี้ ณ ตอนนี้ เวลาที่ผมเขียนกระทู้นี้อยู่ พี่เค้าบอกผมว่าจะออกจากงานตามคำขอผัวละ ส่วนเรื่องจะเจอกัน ก็ค่อยคุยอีกที
และยอมรับเลยครับว่าถอนตัวยากมากๆ ผมไม่รู้ว่าความสัมพันธ์จะจบลงยังไง แต่ตกลงกับพี่เค้าว่าจะต้องคุย ละทำความเข้าใจกันให้ได้
ผมและเค้าค่อนข้างมั่นใจ ว่าจะไม่พลาด ถ้ามันจะจบ ก็อยากให้จบที่ไม่มีใครต้องเจ็บ ถ้าจะมีใครเจ็บ ก็ขอให้เป็นผมกับพี่เค้า ที่เจ็บแบบต้องจากกันทั้งที่ยังโหยหากัน
....และเรื่องราวของชู้ ยังคงดำเนินต่อไป....
ทิ้งท้ายนะครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมด มันคงดูโหดร้ายสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรจริงๆ ผมยอมรับครับ ว่าผมเลว และปฏิเสธไม่ได้ ว่าพี่ K ก็เลวเช่นกัน
สาเหตุที่ผมอย่างเล่า อยากแชร์ ประจานตัวเองพร้อมกับชู้ มันคงเพราะผมไม่มีที่ระบาย และในนี้คงเป็นทางเดียว
ทำใจก่อนเขียนเเล้วครับ ว่าจะเจอคำพูด หรือการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบต่างๆแน่ๆ
คนที่เสียเวลามาอ่าน มาร่วมแสดงความเห็น หรือสาปแช่ง กันอย่างสุภาพเถอะครับ