SpaceX กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่เหนือน่านฟ้าของโลก เมื่อพวกเขากำลังสร้างเครือข่ายดาวเทียมกว่าพันดวงที่โคจรไปรอบโลก แม้ว่าฝูงดาวเทียมดังกล่าวจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของ SpaceX เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก และจำนวนดาวเทียมมหาศาลอาจเพิ่มโอกาสที่ดาวเทียมแต่ละดวงจะชนกัน และบดบังทัศนวิสัยในการดูดาวของนักดาราศาสตร์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ถึงประโยชน์ของเครือข่ายดาวเทียมที่จะทำให้ SpaceX สามารถกระจายสัญญาณ Internet ไปทั่วโลกทั้งในเมืองและถิ่นธุรกันดานครับ
การเปิดตัวโครงการ Starlink เครือข่าย Internet จากเวหา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทาง SpaceX ได้เปิดตัวโครงการอภิมหาล้ำยุค โดยการส่งดาวเทียมเพิ่มอีก 60 ดวงขึ้นไปโคจรรอบชั้นบรรยากาศร่วมกับฝูงดาวเทียมเดิมกว่า 1,000 ดวงเพื่อที่จะสร้างเป็นเรือข่ายดาวเทียมที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงโคจรโลก หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของดาวเทียมที่ใช้การอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ SpaceX แค่เพียงบริษัทเดียวยังส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรรอบโลกในปี 2020 มากกว่าจำนวนดาวเทียมทั้งหมดที่ถูกส่งในปี 2019 เสียอีกครับ เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่าครั้งนี้ Elon Musk มาเพื่อพลิกวงการ Internet จริงๆ ครับ
โดย Musk สัญญาว่ากลุ่มดาวเทียมของ SpaceX จะทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึง Internet ความเร็วสูงในราคาที่จับต้องได้ และสามารถเข้าถึงได้ในทุกมุมโลกครับ
แผนธุรกิจของ StarLink และค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ต้องผ่านไปให้ได้
ปัจจุบัน Starlink ได้ให้บริการ Internet ความเร็วสูงกับลูกค้าจริงๆ กว่า 10,000 ราย ซึ่งเป็นการแสดงตัวอย่างได้ดีว่าธุรกิจ Internet จากฟ้าสามารถให้บริการได้และทำเงินได้จริง โดยไม่เป็นแค่ทฤษฏีที่ต้องการพิสูจน์อีกต่อไปครับ
คุณ Steve Opfer ผู้จัดการของบริษัท Broadcom ผู้ผลิตชิปมือถืออันโด่งดังได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่เขาเข้าร่วมทดสอบระบบ internet ของ StarLink ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ ครับ
ในการผลักดันให้ Starlink เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้ SpaceX เองต้องทำเงินให้สามารถก้าวผ่านค่าใช้จ่ายมหาศาลที่จะทำให้เงินของบริษัท SpaceX ขาดมือไปอีกหลายปีครับ
เครือข่ายดาวเทียม Starlink เครือข่ายแห่งความหวัง
Starlink เป็นเครือข่ายดาวเทียมที่ใหญ่และมีความหมายมากที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยมีมา โดยเป้าหมายหลักของ Starlink คือสร้าง internet จากอวกาศที่สามารถเข้าถึงได้จากทุกมุมโลกด้วยความเร็วสูง อย่างไรก็ตามในอดีต หลายบริษัทพยายามจะทำธุรกิจ internet จากนอกโลกแต่ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการล้มละลายเนื่องจากไม่สามารถแบกต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลได้ และความเร็วในการเชื่อมต่อก็ช้ามากเมื่อเทียบกับ internet ทั่วไปครับ
ระบบ starlink ต้องสามารถส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลจากตัวส่งสัญญาณนอกโลกมาถึงพื้นดินและจากพื้นดินกลับไปที่ตัวรับนอกโลก ซึ่งระยะทางดังกล่าวไกลมากในระดับหลายพันกิโลเมตร ผลที่ตามมาคือปัญหาความล่าช้าในการส่งข้อมูลครับ วิธีการแก้ไขปัญหาสามารถทำได้โดยลดวงโคจรให้ใกล้โลกมากขึ้น ส่งผลให้การรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นมาก ทำให้ Starlink สามารถใหบริการข้อมูล internet โดยไม่ติดเรื่องเวลามากนักครับ
อย่างไรก็ตามระบบ starlink และแนวคิดการนำดาวเทียมจำนวนมากมาสร้างเป็นระบบเครือข่ายก็ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก เนื่องจากรัฐบาลกลางสหรัฐได้วางแผนจะสนับสนุนเงินทุนกว่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อช่วย SpaceX ในการวิจัยและพัฒนาระบบ starlink อีกด้วย
นอกจากนี้หากรวมจำนวนดาวเทียมของ starlink เข้ากับจำนวนดาวเทียมทั้งหมดของ Amazon และ OneWeb ก็ทำให้เกิดความวิตกที่ดาวเทียมที่โคจรมาชนกันในอวกาศได้ครับ
อย่างไรก็ตามนักบินอวกาศคุณ Jonathan McDowell แห่ง Harvard-Smithsonian Center for Astrophysics ได้กล่าวว่าดาวเทียมของ Starlink มีวิธีการแก้ปัญหาที่ดี เนื่องจากดาวเทียมของ SpaceX โคตรในระดับที่ต่ำกว่า 1000 กิโลเมตร ทำให้ลดโอกาสที่จะบดบังทัศนวิศัยในการสำรวจอวกาศผ่านทางกล้องดูดาว นอกจากนี้ SpaceX ยังสัญญาว่าหากมีดาวเทียมดสงได้เสียหาย หรือไม่สามารถให้บริการได้แล้ว ทาง SpaceX จะเก็บกู้ดาวเทียมดสงดังกล่าวในเวลาไม่กี่เดือนซึ่งดีกว่าวิธีดั้งเดิมคือปล่อยให้ลอยเป็นขยะอวกาศที่ไม่ทราบวิถีโคจรครับ
อย่างไรก็ตามด้วยค่าบริการที่ยังแพงถึง 3,000 บามต่อเดือนในความเร็วที่อาจไม่มากนัก อาจยังไม่ใช่เวลาที่คสรเข้าไปทดลองใช้ครับ
แนะนำ ติดชมได่เลยนะครับ และขอฝากติดตาม กด like กด share ข้อมูลดีๆ ได้ทาง
https://www.facebook.com/Unboxthinking
หรือ
https://www.blockdit.com/pages/5f4b6519e807060cb777cdbf ด้วยนะครับ
ล้ำไปอีกขั้น!!! เมื่อ Elon Musk ครองดาวเทียมกว่า 1 ใน 3 เพื่อส่งสัญญาณ internet จากอวกาศ
SpaceX กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่เหนือน่านฟ้าของโลก เมื่อพวกเขากำลังสร้างเครือข่ายดาวเทียมกว่าพันดวงที่โคจรไปรอบโลก แม้ว่าฝูงดาวเทียมดังกล่าวจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของ SpaceX เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก และจำนวนดาวเทียมมหาศาลอาจเพิ่มโอกาสที่ดาวเทียมแต่ละดวงจะชนกัน และบดบังทัศนวิสัยในการดูดาวของนักดาราศาสตร์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ถึงประโยชน์ของเครือข่ายดาวเทียมที่จะทำให้ SpaceX สามารถกระจายสัญญาณ Internet ไปทั่วโลกทั้งในเมืองและถิ่นธุรกันดานครับ
การเปิดตัวโครงการ Starlink เครือข่าย Internet จากเวหา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทาง SpaceX ได้เปิดตัวโครงการอภิมหาล้ำยุค โดยการส่งดาวเทียมเพิ่มอีก 60 ดวงขึ้นไปโคจรรอบชั้นบรรยากาศร่วมกับฝูงดาวเทียมเดิมกว่า 1,000 ดวงเพื่อที่จะสร้างเป็นเรือข่ายดาวเทียมที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงโคจรโลก หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของดาวเทียมที่ใช้การอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ SpaceX แค่เพียงบริษัทเดียวยังส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรรอบโลกในปี 2020 มากกว่าจำนวนดาวเทียมทั้งหมดที่ถูกส่งในปี 2019 เสียอีกครับ เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่าครั้งนี้ Elon Musk มาเพื่อพลิกวงการ Internet จริงๆ ครับ
โดย Musk สัญญาว่ากลุ่มดาวเทียมของ SpaceX จะทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึง Internet ความเร็วสูงในราคาที่จับต้องได้ และสามารถเข้าถึงได้ในทุกมุมโลกครับ
แผนธุรกิจของ StarLink และค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ต้องผ่านไปให้ได้
ปัจจุบัน Starlink ได้ให้บริการ Internet ความเร็วสูงกับลูกค้าจริงๆ กว่า 10,000 ราย ซึ่งเป็นการแสดงตัวอย่างได้ดีว่าธุรกิจ Internet จากฟ้าสามารถให้บริการได้และทำเงินได้จริง โดยไม่เป็นแค่ทฤษฏีที่ต้องการพิสูจน์อีกต่อไปครับ
คุณ Steve Opfer ผู้จัดการของบริษัท Broadcom ผู้ผลิตชิปมือถืออันโด่งดังได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่เขาเข้าร่วมทดสอบระบบ internet ของ StarLink ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ ครับ
ในการผลักดันให้ Starlink เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้ SpaceX เองต้องทำเงินให้สามารถก้าวผ่านค่าใช้จ่ายมหาศาลที่จะทำให้เงินของบริษัท SpaceX ขาดมือไปอีกหลายปีครับ
เครือข่ายดาวเทียม Starlink เครือข่ายแห่งความหวัง
Starlink เป็นเครือข่ายดาวเทียมที่ใหญ่และมีความหมายมากที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยมีมา โดยเป้าหมายหลักของ Starlink คือสร้าง internet จากอวกาศที่สามารถเข้าถึงได้จากทุกมุมโลกด้วยความเร็วสูง อย่างไรก็ตามในอดีต หลายบริษัทพยายามจะทำธุรกิจ internet จากนอกโลกแต่ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการล้มละลายเนื่องจากไม่สามารถแบกต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลได้ และความเร็วในการเชื่อมต่อก็ช้ามากเมื่อเทียบกับ internet ทั่วไปครับ
ระบบ starlink ต้องสามารถส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลจากตัวส่งสัญญาณนอกโลกมาถึงพื้นดินและจากพื้นดินกลับไปที่ตัวรับนอกโลก ซึ่งระยะทางดังกล่าวไกลมากในระดับหลายพันกิโลเมตร ผลที่ตามมาคือปัญหาความล่าช้าในการส่งข้อมูลครับ วิธีการแก้ไขปัญหาสามารถทำได้โดยลดวงโคจรให้ใกล้โลกมากขึ้น ส่งผลให้การรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นมาก ทำให้ Starlink สามารถใหบริการข้อมูล internet โดยไม่ติดเรื่องเวลามากนักครับ
อย่างไรก็ตามระบบ starlink และแนวคิดการนำดาวเทียมจำนวนมากมาสร้างเป็นระบบเครือข่ายก็ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก เนื่องจากรัฐบาลกลางสหรัฐได้วางแผนจะสนับสนุนเงินทุนกว่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อช่วย SpaceX ในการวิจัยและพัฒนาระบบ starlink อีกด้วย
นอกจากนี้หากรวมจำนวนดาวเทียมของ starlink เข้ากับจำนวนดาวเทียมทั้งหมดของ Amazon และ OneWeb ก็ทำให้เกิดความวิตกที่ดาวเทียมที่โคจรมาชนกันในอวกาศได้ครับ
อย่างไรก็ตามนักบินอวกาศคุณ Jonathan McDowell แห่ง Harvard-Smithsonian Center for Astrophysics ได้กล่าวว่าดาวเทียมของ Starlink มีวิธีการแก้ปัญหาที่ดี เนื่องจากดาวเทียมของ SpaceX โคตรในระดับที่ต่ำกว่า 1000 กิโลเมตร ทำให้ลดโอกาสที่จะบดบังทัศนวิศัยในการสำรวจอวกาศผ่านทางกล้องดูดาว นอกจากนี้ SpaceX ยังสัญญาว่าหากมีดาวเทียมดสงได้เสียหาย หรือไม่สามารถให้บริการได้แล้ว ทาง SpaceX จะเก็บกู้ดาวเทียมดสงดังกล่าวในเวลาไม่กี่เดือนซึ่งดีกว่าวิธีดั้งเดิมคือปล่อยให้ลอยเป็นขยะอวกาศที่ไม่ทราบวิถีโคจรครับ
อย่างไรก็ตามด้วยค่าบริการที่ยังแพงถึง 3,000 บามต่อเดือนในความเร็วที่อาจไม่มากนัก อาจยังไม่ใช่เวลาที่คสรเข้าไปทดลองใช้ครับ
แนะนำ ติดชมได่เลยนะครับ และขอฝากติดตาม กด like กด share ข้อมูลดีๆ ได้ทาง https://www.facebook.com/Unboxthinking
หรือ https://www.blockdit.com/pages/5f4b6519e807060cb777cdbf ด้วยนะครับ