โฆษกเพื่อไทย’ ถาม ‘บิ๊กตู่’ เหตุใดเยียวยา แต่ทำคนลำบากกว่าเดิม
https://www.matichon.co.th/politics/news_2580942
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ น.ส.
อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณีที่คุณยายคนหนึ่งลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเราชนะที่ธนาคารกรุงไทยวันแรกตามสิทธิ์ ต้องเสียน้ำตาเพราะรู้สึกค่าความเป็นคนของคนจนไม่มี ส่วนพนักงานธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นด่านหน้าในการช่วยเหลือประชาชนที่ปิดประตูใส่ผู้มาลงทะเบียนแล้วบอกว่า ให้ไปถาม “
ลุง” ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้
สะท้อนว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยถอดบทเรียนจากความผิดพลาดของตัวเอง ทั้งที่มีดาต้าข้อมูลมากมายไม่เคยนำมาใช้ ไม่เคยกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยประชาชนลงทะเบียน จนทำให้การเข้าถึงการเยียวยายากลำบากมากกว่าเดิม ทั้งที่สิทธิ์การเยียวยาเป็นสิทธิ์ที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ เพราะมาจากภาษีของประชาชน
น.ส.
อรุณี ระบุ อยากให้พลเอก
ประยุทธ์และรัฐบาลรู้ว่า คนจนก็เป็นคนเหมือนกัน ไม่มีใครสมควรต้องตกหล่นจากการเยียวยาครั้งนี้ ทั้งนี้ การเยียวยาที่เกิดขึ้นมาจากเม็ดเงินจากการกู้เงินมากว่า 1 ล้านล้านบาทเพื่อพยุงเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตั้งแต่กลางปี 2563 แต่กลับพบว่า ตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2563 ติดลบ 6.1% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 22 ปีนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า การบริหารงานของรัฐบาลผิดพลาด มีช่องโหว่ คิดไม่รอบด้าน และเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า เม็ดเงินที่กู้มาไม่ทำให้ประชาชนมองเห็นความหวังหรือภาพที่ชัดเจนขึ้นได้เลยว่าชีวิตของเขาจะเดินไปทางใด ตั้งแต่การเข้ามาบริหารของพลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการ......จนถึงปัจจุบัน จีดีพีเติบโตต่ำมาโดยตลอด คนตกงานมากกว่า 750,000 คน มากที่สุดในรอบ 11 ปี หนี้ครัวเรือน 86.6% สูงสุดในรอบ 18 ปี พลเอกประยุทธ์ถือเป็นผู้นำที่ขยันทำ New Low บ่อยที่สุดเป็นประวัติการณ์
“
อย่าได้แปลกใจหากคนจะไร้ความหวังกับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน เพราะผลงานที่เป็นประจักษ์ ตัวเลขเศรษฐกิจฟ้องชัด พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับความจริงว่าทำได้แค่กู้ แต่แก้ไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจอยู่ในสภาพเปราะบาง รัฐบาลไม่เคยมองเห็นประชาชนด้วยความเข้าอกเข้าใจว่าตอนนี้คนไทยกำลังจะอดตายกันหมดแล้ว” น.ส.
อรุณี กล่าว
'สาวกรุงไทย'วอนเห็นใจ พนง.แค่10คน-รับมือคนเป็นพัน
https://www.dailynews.co.th/regional/825719
จากกรณีธนาคารกรุงไทยแจ้งว่า จะอำนวยความสะดวกให้ผู้มีความประสงค์ที่จะลงทะเบียนโครงการ "เราชนะ" แต่ไม่มี Smartphone โดยเปิดจุดบริการพิเศษ ระหว่างวันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่านธนาคารกรุงไทย และจุดบริการรวม 871 จุด สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน หรือ ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ สามารถลงทะเบียนได้ โดยในหลายจังหวัดได้มีประชาชนแห่ไปใช้บริการจำนวนมาก โดยมีประชาชนที่ไปเข้าคิวรอตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิด ทำให้พื้นที่ให้บริการไม่พอจนล้นออกมาหน้าธนาคารและบริเวณถนน อีกทั้งยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการบริการของพนักงานที่ไม่สุภาพ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. แฟนเพจชื่อดังอย่าง "
drama-addict" ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของเจ้าหน้าที่กรุงไทยรายหนึ่ง ซึ่งได้ส่งข้อความพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า
"เราในฐานะที่เป็นพนักงาน กรุงไทยค่ะ เราแค่อยากเล่าให้แอดฟังนะคะ"
ธนาคารกรุงไทยก็เป็นแค่หน่วยงานนึงที่รับนโยบายมาจากรัฐ พวกเราเป็นเพียงพนักงานที่ต้องทำตามคำสั่งค่ะแต่เราอยากให้มองอีกมุมนึง
ตั้งแต่มีนโยบายที่ออกมามากมาย ตั้งแต่ "
โครงการชิมช้อปใช้" พวกเราพนักงาน ต้องออกตลาดเพื่อเชิญชวนร้านค้ามาเข้าร่วมโครงการ และตอนนั้นร้านค้าต่างๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ ซึ่งพวกเราก็ต้องเชิญชวนร้านค้าให้ครบตามเป้าหมายของรัฐโครงการ เราไม่ทิ้งกัน พนง.ธ.กรุงไทย ต้องลงพื้นที่ไปทบทวนสิทธิให้แก่ประชาชน ซึ่งตอนนั้นโควิดกำลังระบาดหนัก พวกเรากลัวโควิดกันมาก แต่ก็ต้องลงพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เพื่อทบทวนสิทธิให้กับชาวบ้าน
โครงการ
คนละครึ่ง ทั้งการต้องลงพื้นที่หาร้านคำเข้าร่วมโครงการ ทั้งการยืนยันตัวตนให้กับผู้ที่ได้ลงทะเบียนไปแล้ว ในสถานะการณ์ที่โควิดระบาด ในช่วงที่หน่วยงานอื่นๆ เค้า work from home แต่พวกเราต้องออกมาทำหน้าที่ทุกวัน
"
จนมาถึงโครงการเราชนะในวันนี้ แอดรู้มั้ยคะว่า สาขานึง จะมี พนง.อยู่แค่ประมาณ 10 คนเองค่ะ บางส่วนต้องถูกแบ่งไปช่วยในจุดบริการที่ตั้งอยู่ในหน่วยงานของรัฐ และพวกเราก็ยังต้องทำงานประจำวันด้วย"
การที่ พนง.แค่ 10 คน จะรับมือกับประชาชนเป็นร้อยเป็นพัน มันต้องมีข้อผิดพลาดกันบ้างค่ะ เราเข้าใจค่ะว่า อาจจะมี พนง.บางคนที่อาจจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกไปบ้าง ทุกวันนี้พวกเราก็กลัวโควิดเหมือนกับคนอื่นๆ นะคะ
"
จากประสบการณ์ที่ได้ลงพื้นที่เป็นผู้พิทักษ์ทบทวนสิทธิให้ประชาชนในโครงการเราไม่ทิ้งกัน เมื่อเราได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน เมื่อเขาได้รับความช่วยเหลือ เรารู้สึกมีความสุขมากค่ะ. ซึ่งก็หวังว่าในครั้งนี้ ทุกคนจะได้บความช่วยเหลืออีกครั้งค่ะ และยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรอยยิ้มในครั้งนี้อีกครั้งค่ะ"
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเข้าใจและเห็นใจในการทำงานของพนักงานกรุงไทย ขณะที่บางส่วนก็มองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ที่นโยบาย และการทำงานของต้นสังกัดที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีกด้วย..
https://www.facebook.com/DramaAdd/posts/10159514304498291
JJNY : พท.ถาม เยียวยาแต่ลำบากกว่าเดิม│สาวกรุงไทยวอนเห็นใจพนง.│กะเหรี่ยงบางกลอยจี้ธรรมนัส-วราวุธ│มาเลเซียเตรียมรับวัคซีน
https://www.matichon.co.th/politics/news_2580942
สะท้อนว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยถอดบทเรียนจากความผิดพลาดของตัวเอง ทั้งที่มีดาต้าข้อมูลมากมายไม่เคยนำมาใช้ ไม่เคยกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยประชาชนลงทะเบียน จนทำให้การเข้าถึงการเยียวยายากลำบากมากกว่าเดิม ทั้งที่สิทธิ์การเยียวยาเป็นสิทธิ์ที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ เพราะมาจากภาษีของประชาชน
น.ส. อรุณี ระบุ อยากให้พลเอกประยุทธ์และรัฐบาลรู้ว่า คนจนก็เป็นคนเหมือนกัน ไม่มีใครสมควรต้องตกหล่นจากการเยียวยาครั้งนี้ ทั้งนี้ การเยียวยาที่เกิดขึ้นมาจากเม็ดเงินจากการกู้เงินมากว่า 1 ล้านล้านบาทเพื่อพยุงเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตั้งแต่กลางปี 2563 แต่กลับพบว่า ตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2563 ติดลบ 6.1% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 22 ปีนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า การบริหารงานของรัฐบาลผิดพลาด มีช่องโหว่ คิดไม่รอบด้าน และเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า เม็ดเงินที่กู้มาไม่ทำให้ประชาชนมองเห็นความหวังหรือภาพที่ชัดเจนขึ้นได้เลยว่าชีวิตของเขาจะเดินไปทางใด ตั้งแต่การเข้ามาบริหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการ......จนถึงปัจจุบัน จีดีพีเติบโตต่ำมาโดยตลอด คนตกงานมากกว่า 750,000 คน มากที่สุดในรอบ 11 ปี หนี้ครัวเรือน 86.6% สูงสุดในรอบ 18 ปี พลเอกประยุทธ์ถือเป็นผู้นำที่ขยันทำ New Low บ่อยที่สุดเป็นประวัติการณ์
“อย่าได้แปลกใจหากคนจะไร้ความหวังกับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน เพราะผลงานที่เป็นประจักษ์ ตัวเลขเศรษฐกิจฟ้องชัด พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับความจริงว่าทำได้แค่กู้ แต่แก้ไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจอยู่ในสภาพเปราะบาง รัฐบาลไม่เคยมองเห็นประชาชนด้วยความเข้าอกเข้าใจว่าตอนนี้คนไทยกำลังจะอดตายกันหมดแล้ว” น.ส.อรุณี กล่าว
'สาวกรุงไทย'วอนเห็นใจ พนง.แค่10คน-รับมือคนเป็นพัน
https://www.dailynews.co.th/regional/825719
จากกรณีธนาคารกรุงไทยแจ้งว่า จะอำนวยความสะดวกให้ผู้มีความประสงค์ที่จะลงทะเบียนโครงการ "เราชนะ" แต่ไม่มี Smartphone โดยเปิดจุดบริการพิเศษ ระหว่างวันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่านธนาคารกรุงไทย และจุดบริการรวม 871 จุด สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน หรือ ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ สามารถลงทะเบียนได้ โดยในหลายจังหวัดได้มีประชาชนแห่ไปใช้บริการจำนวนมาก โดยมีประชาชนที่ไปเข้าคิวรอตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิด ทำให้พื้นที่ให้บริการไม่พอจนล้นออกมาหน้าธนาคารและบริเวณถนน อีกทั้งยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการบริการของพนักงานที่ไม่สุภาพ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. แฟนเพจชื่อดังอย่าง "drama-addict" ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของเจ้าหน้าที่กรุงไทยรายหนึ่ง ซึ่งได้ส่งข้อความพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า
"เราในฐานะที่เป็นพนักงาน กรุงไทยค่ะ เราแค่อยากเล่าให้แอดฟังนะคะ"
ธนาคารกรุงไทยก็เป็นแค่หน่วยงานนึงที่รับนโยบายมาจากรัฐ พวกเราเป็นเพียงพนักงานที่ต้องทำตามคำสั่งค่ะแต่เราอยากให้มองอีกมุมนึง
ตั้งแต่มีนโยบายที่ออกมามากมาย ตั้งแต่ "โครงการชิมช้อปใช้" พวกเราพนักงาน ต้องออกตลาดเพื่อเชิญชวนร้านค้ามาเข้าร่วมโครงการ และตอนนั้นร้านค้าต่างๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ ซึ่งพวกเราก็ต้องเชิญชวนร้านค้าให้ครบตามเป้าหมายของรัฐโครงการ เราไม่ทิ้งกัน พนง.ธ.กรุงไทย ต้องลงพื้นที่ไปทบทวนสิทธิให้แก่ประชาชน ซึ่งตอนนั้นโควิดกำลังระบาดหนัก พวกเรากลัวโควิดกันมาก แต่ก็ต้องลงพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เพื่อทบทวนสิทธิให้กับชาวบ้าน
โครงการ คนละครึ่ง ทั้งการต้องลงพื้นที่หาร้านคำเข้าร่วมโครงการ ทั้งการยืนยันตัวตนให้กับผู้ที่ได้ลงทะเบียนไปแล้ว ในสถานะการณ์ที่โควิดระบาด ในช่วงที่หน่วยงานอื่นๆ เค้า work from home แต่พวกเราต้องออกมาทำหน้าที่ทุกวัน
"จนมาถึงโครงการเราชนะในวันนี้ แอดรู้มั้ยคะว่า สาขานึง จะมี พนง.อยู่แค่ประมาณ 10 คนเองค่ะ บางส่วนต้องถูกแบ่งไปช่วยในจุดบริการที่ตั้งอยู่ในหน่วยงานของรัฐ และพวกเราก็ยังต้องทำงานประจำวันด้วย"
การที่ พนง.แค่ 10 คน จะรับมือกับประชาชนเป็นร้อยเป็นพัน มันต้องมีข้อผิดพลาดกันบ้างค่ะ เราเข้าใจค่ะว่า อาจจะมี พนง.บางคนที่อาจจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกไปบ้าง ทุกวันนี้พวกเราก็กลัวโควิดเหมือนกับคนอื่นๆ นะคะ
"จากประสบการณ์ที่ได้ลงพื้นที่เป็นผู้พิทักษ์ทบทวนสิทธิให้ประชาชนในโครงการเราไม่ทิ้งกัน เมื่อเราได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน เมื่อเขาได้รับความช่วยเหลือ เรารู้สึกมีความสุขมากค่ะ. ซึ่งก็หวังว่าในครั้งนี้ ทุกคนจะได้บความช่วยเหลืออีกครั้งค่ะ และยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรอยยิ้มในครั้งนี้อีกครั้งค่ะ"
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเข้าใจและเห็นใจในการทำงานของพนักงานกรุงไทย ขณะที่บางส่วนก็มองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ที่นโยบาย และการทำงานของต้นสังกัดที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีกด้วย..
https://www.facebook.com/DramaAdd/posts/10159514304498291