อยากทราบคุณสมบัติของนักท่องเที่ยวที่จะทำวีซ่าเพื่อเข้าไทย และการทำงานของสถานฑูตไทยในวอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกาค่ะ

สืบเนื่องมาจากแฟนเราจะทำเรื่องเข้าประเทศไทยเพราะไม่ได้เจอกันตั้งแต่โควิดระบาดเมื่อต้นปีที่แล้ว แล้วช่วงพฤศจิกายนปีที่แล้วเราเห็นว่า สถานฑูตอเมริกาเริ่มเปิดให้คนสัมภาษณ์วีซ่าได้แล้ว เราจึงลองยื่นดู แต่ปรากฏว่าไม่ผ่าน (เพราะยื่นว่าไปนาน 2 เดือน นานไป แหะๆ อันนี้รู้ตัว) พอหลังจากนั้นได้ข่าวว่านักท่องเที่ยวสามารถยื่นวีซ่าท่องเที่ยวได้แล้ว กับทางสถานฑูตไทยประจำประเทศที่ตัวเองอาศัยอยู่ แฟนเราก็เลยเริ่มหาข้อมูล ว่าต้องทำไงบ้าง ยื่นอย่างไร ใช้เอกสารอะไร ฯลฯ ซึ่งประเภทของวีซ่าที่ได้ทำการสมัครคือ STV (Special Tourist Visa) ก็เลยเริ่มจากกรอกฟอร์มของสถานฑูตก่อน ส่วนเอกสารตามประกาศจากสถานฑูตฯที่ต้องเตรียมคือ ใบรับรองแพทย์ ตรวจประวัติอาชญากรรม ซึ่งแฟนเราก็ส่งลายนิ้วมือไปให้ทาง DSI เพื่อให้เค้าออกเอกสารให้ (คล้ายๆกับเอาไว้ประกอบการสมัครงาน) สองอย่างนี้เริ่มขอตั้งแต่ธันวาคม ปี 2563 ซึ่งใช้เวลาประมาณเกือบ 3 สัปดาห์ กว่าจะได้ ประวัติอาชญากรรมได้ไว แต่ใบรับรองแพทย์ ต้องตรวจเลือดและ 5 โรค แล้วปีที่แล้วแล็ปปิดช่วงคริสต์มาสปีใหม่ มาเปิดอีกทีหลังปีใหม่ ก็โอเค พอหลังจากได้ 2 อย่างนี้แล้วก็ Submit แอพพลิเคชั่นฟอร์มไป
     แต่แล้วก็ได้รับอีเมลตอบกลับมาว่า ต้องมี 1.) ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเราก็ต้องใส่ชื่อแฟนเข้าไปในสัญญาเช่าอพาร์ทเม้นที่เราอยู่
                                                                2.) จองโรงแรมสำหรับกักตัว
                                                                3.) ประกันเดินทาง
ก็โอเค จองโรงแรมที่อยู่ในลิสต์เข้าร่วมโครงการกักตัว (แฟนเราเลือก Hyatt ที่พร้อมพงษ์ สุขุมวิท จ่ายไป 52,000 บาท) ส่วนประกันเดินทาง แฟนก็ซื้อของทางอเมริกาประมาณ 500 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ก็คือประมาณ15,500 บาท (ตอนนั้นไม่ทราบจริงๆ ว่าจะต้องเป็นประกันแบบไหน) พอเสร็จแล้วก็ Submit ไปอีกรอบ แล้วก็ได้รับเมลอีกว่าประกันอ่ะ ควรจะเป็นประกันสุขภาพที่เป็นของไทยในลิสต์ที่รัฐบาลบ้านเราได้กำหนดไว้ ก็อ่ะ เริ่มมีอารมณ์นิดนึงละ แต่ก็พยายามช่วยกันหา ว่าจะเอาของบริษัทอะไรดี สุดท้ายก็ได้เลือกมา 1 บริษัท พอติดต่อบริษัทประกันเสร็จอะไรเสร็จ โดนประเมินเบี้ยประกันร่วม 66,000 บาท (แฟนเราอายุ 44 ปี) ก็บ่นนิดนึงแหละ แต่ก็โอเคตกลงซื้อค่ะ และก็เหมือนเดิมกดส่ง Submit ไปอีกรอบ -_- รอบนี้มั่นใจมาก ว่าจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว
     แล้วววว อะไรรู้มั้ยคะ ได้เมลจากสถานฑูตฯอีกว่า...ต้องส่งพาสปอร์ตไปให้ทางสถานฑูตทำการสแตมป์วีซ่าท่องเที่ยว ก็อ่ะ แฟนก็ส่ง FedEx ไป วันเดียวถึง แต่แล้ว...พอเค้าได้พาสปอร์ตแล้ว ก็เมลมาอีกว่าแฟนเราต้องมีเงินนอนในบัญชีอย่างน้อย 17,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ย้อนหลังเป็นเวลานาน 6 เดือน WTF!! T_T นี่มันวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าฝรั่งที่เกษียรฟะ คือแฟนเราไม่ใช่คนมีเงินอะไรมากมายขนาดนั้น มุแงงง และเท่าที่อ่านมาก็พอจะเข้าใจแล้วใช่มั้ยคะว่า สถานฑูตคือเปลี่ยนเงื่อนไข และขอเอกสารเพิ่มอยู่ตลอดเวลาที่ยื่นเอกสารไป (อยากร้องไห้ ToT) ทำไมเจ้าหน้าที่สถานฑูตฯ เค้าไม่บอกทีเดียวไปเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ฮ่วยยแฟนเราเลยขอให้สถานฑูตส่งพาสปอร์ตกลับมาให้ เนื่องจากว่าไม่รู้จะทำไงต่อไปดี มืดมิดมากจ่ะแม่ เค้าก็ส่งพาสปอร์ตกลับมาให้ บอกเลยว่าตลอดระยะเวลาที่เดินเรื่อง คือใช้เวลานานหลายวันมาก ประเด็นคือจองโรงแรมกักตัวไว้แล้ว ตั๋วเครื่องบินก็จองแล้ว เพราะกะเวลาไว้แล้วว่าจะต้องเรียบร้อยภายในวันที่นี้ๆ สรุปก็ไม่ทัน ต้องเลื่อนไฟลท์บิน เลื่อนโรงแรม T_T เพราะเค้าแจ้งว่าต้องบินเข้าไทยหลังจากได้วีซ่าแล้ว 15 วันเท่านั้น แม่เอ้ยยยย
     แต่ก็ยังไม่ล้มเลิก หาข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีทางไหนที่จะทำได้บ้าง พยายามส่งเมลและโทรไปที่สถานฑูต พยายามต่อสาย ติดต่อตลอดเวลา (ลืมบอกไปว่าสถานฑูตเปิด จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-12.00 เท่านั้น อหหหห) แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับอะไร จนวันสองวันต่อมา ได้รับอีเมลอีกฉบับ ใจความว่า...คุณสามารถยื่นเป็นวีซ่าประเภท TR (Tourist Visa) โดยไม่ต้องทำอะไรแล้ว ก็โอเค ทีนี้ก็สบายใจแล้ว เลยตอบเมลไปว่า อ่า รอบนี้จะให้ทำไงบ้างช่วยบอกหน่อยเถอะครัชช เค้าตอบกลับมาว่าไงรู้มั้ย ช่วยส่งเอกสารทั้งหมดของคุณมาให้เราหน่อย เอ้า!! ทีนี้แฟนเราก็สงสัยว่าส่งอะไรบ้าง แล้วส่งยังไง (เมลไฟล์สแกนหรือว่าให้ส่ง FedEx ล่ะ) เชื่อมั้ยว่าหลังจากนั้นมาเป็นเวลาร่วม 2 สัปดาห์ ก็ไม่ได้รับการตอบรับอะไรอีกเลย แฟนเราจึงตัดสินใจส่งเอกสารทุกอย่างที่นางมีพร้อมพาสปอร์ตไปยังสถานฑูตแม่มโลดดด จนถึงวันนี้ ข่าวคราวเงียบหายไปกับสมศรี 422 เลยจ่ะ
     เราจึงอยากจะถามว่า ทางสถานฑูตไทยในวอชิงตัน ดี.ซี. เค้ายุ่งกันมากเลย แบบว่านักท่องเที่ยวที่อเมริกาเค้าร่วมกันยื่นกันหลายๆหมื่นคนเลย หรือว่าเค้าทำงานกันยังไง อันนี้เราไม่ทราบจริงๆ ทุกครั้งที่คุยกันเรื่องนี้ ถามตลอดว่าได้ข่าวอะไรจากสถานฑูตฯบ้างมั้ย ก็ได้คำตอบเดิมคือ ไม่ได้รับเมลอะไรเลย เงียบมิดจั๊ดดด คือเข้าใจความรู้สึกเราป้ะ มันอึดอัดมาก ทำอะไรไม่ได้อ่ะ ภายในสัปดาห์หน้า ถ้ายังเงียบอยู่แบบนี้ แฟนเราต้องรีบุ๊คทุกอย่างใหม่อีกรอบ ซึ่งมันก็ต้องเสียเงินเพิ่มอ่า ตั้งแต่เริ่มทำเรื่องนางจ่ายไปแล้วตอนนี้ร่วม 2xx,xxx บาทแล้วค่ะ ถามว่าเสียดายเงินมั้ย ฮืออ มาก... สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือ ไปมูเตลู ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกที่ที่เค้าว่าดี T_T

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่