ใกล้วาเลนไทน์ ร้านดอกไม้โคราชยอดตก เหตุ คนไม่กล้าใช้จ่าย
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2576207
ใกล้วาเลนไทน์ ร้านดอกไม้โคราชยอดตก เหตุ คนไม่กล้าใช้จ่าย
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ บรรยากาศการจำหน่ายดอกไม้ในช่วงวาเลนไทน์ที่ใกล้จะถึง ที่บริเวณร้านดอกไม้ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านจำหน่ายดอกไม้จำนวนมากและคึกคักที่สุดในจังหวัด พบว่า ปีนี้บรรยากาศเงียบเหงา ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ โดยบรรดาร้านดอกไม้ไม่ได้จัดร้านเป็นพิเศษอลังการเหมือนทุกปี แต่เปิดจำหน่ายดอกไม้เหมือนกับวันปกติ รับเพียงออร์เดอร์ลูกค้าที่โทรเข้ามาสั่งเท่านั้น แต่บางร้านจะจัดเตรียมไว้เป็นช่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตามความชอบ มีทั้งดอกไม้สด และดอกกุหลาบที่ทำจากธนบัตร นอกจากนี้ ยังมีตุ๊กตาหมีที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
นาย
ไกรสร ปะดาพง อายุ 40 ปี ผู้ประกอบการจำหน่ายดอกไม้ เปิดเผยว่า ทุกปีช่วงวันลาเลนไทน์ที่ร้านจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ปีนี้กลับไม่คึกคักเท่าที่ควร ทำให้ยอดจำหน่ายดอกไม้สดน้อยลง ซึ่งทุกปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายช่วงวาเลนไทน์ รายได้จะแตะหลักแสนบาท แต่มาในปีนี้ยอดลดลงถึง 40 % คาดว่า น่าจะมาจากผลพวงเศรษฐกิจและโควิด-19 ระบาด รวมถึง เป็นวันหยุดของนักเรียนและวัยรุ่นหนุ่มสาว ส่งผลให้ยอดจากจับจ่ายใช้เงินซบเซาลงไป ปีนี้ขายได้เพียงลูกค้าวัยทำงานเป็นหลัก และยังมีลูกค้าอีกส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนรูปแบบการให้ดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ เป็นให้ดอกไม้ธนบัตรมากกว่า เพราะไม่เหี่ยวและสามารถนำไปใช้ได้ ทำให้ปีนี้ช่อดอกไม้จากธนบัตรขายดีมากกว่า
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ดอกไม้สดก็ยังขายได้ ในราคาช่อละ 300 บาทขึ้นไป ซึ่งดอกไม้จะรับมาจากจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ถ้าเป็นดอกไม้นอกจะรับมาจากประเทศฮอลแลนด์และประเทศจีน ราคากุหลาบก็ยังคงแพงเช่นเคย ปรับขึ้นถึง 40 % เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการมาก อีกทั้งในช่วงนี้ หลายจังหวัดที่เป็นฐานปลูกกุหลาบก็ประสบภาวะภัยแล้ง จึงทำให้ราคากุหลาบปรับสูงขึ้น ส่วนกุหลาบจากจีนที่เคยส่งมานั้น ในปีนี้ก็น้อยลง เพราะว่าการขนส่งที่ยากขึ้น ส่งผลทำให้ราคากุหลาบเพิ่มขึ้นไปอีก บรรยากาศโดยรวมจึงไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร
คณะมนตรีสิทธิฯยูเอ็นร้องกองทัพเมียนมาคืนอำนาจรัฐบาลพลเรือน ปล่อย ‘ซูจี’ ทันที
https://www.matichon.co.th/foreign/news_2576147
คณะมนตรีสิทธิฯยูเอ็นร้องกองทัพเมียนมาคืนอำนาจรัฐบาลพลเรือน ปล่อย ‘ซูจี’ ทันที
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) เรียกร้องให้ทหารเมียนมาสละอำนาจคืนให้กับรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมกับปล่อยตัวนาง
ออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ทันที
ยูเอ็นเอชอาร์ซีได้จัดประชุมสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาในสวิตเซอร์แลนด์ และชาติสมาชิกยูเอ็นเอชอาร์ซีทั้ง 47 ชาติ ได้ออกข้อมติโดยไม่ต้องมีการลงคะแนน เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวทุกคนที่ถูกควบคุมตัวไว้ตามอำเภอใจทันทีและปราศจากเงื่อนไข พร้อมกับฟื้นคืนการปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนในเมียนมา
รายงานข่าวระบุว่าชาติพันธมิตรของกองทัพเมียนมาอย่างจีน รัสเซีย แยกตัวเองออกจากการลงมติ เช่นเดียกับเวเนซุเอลา โบลิเวีย และฟิลิปปินส์
ในระหว่างการประชุมสมัยพิเศษเพื่อหารือต่อกรณีการยึดอำนาจในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นักการทูตและเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชอาร์ซีส่วนใหญ่แสดงความวิตกกังวลต่อเหตการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการตอบโต้กลุ่มผู้ประท้วงที่ลุกลามบานปลายไปทั่วประเทศด้วยการใช้ความรุนแรง
ด้านนาย
มิน ทู เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำยูเอ็น ยืนยันต่อที่ประชุมว่ากองทัพเมียนมาถูกบังคับให้ต้องแสดงความรับผิดชอบ ท่ามกลางความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไป พร้อมกับย้ำว่า เมียนมาหวังว่าจะได้รับความเข้าใจที่ดีขึ้น และการมปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ รวมถึงความร่วมมือจากประชาคมระหว่างประเทศ
ขณะที่มีหลายประเทศที่แสดงท่าทีปกป้องเมียนมาในการหารือ และตำหนิการจัดประชุมสมัยพิเศษของยูเอ็นเอชอาร์ซีว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของเมียนมา แต่ท่าทีของประเทศส่วนใหญ่คือการต่อต้านรัฐประหารที่เกิดขึ้น การควบคุมตัวคนจำนวนมาก และการใช้กำลังต่อประชาชนที่ออกมาประท้วง
รายงานข่าวระบุว่า ข้อมติที่ออกมานั้นถูกปรับลดความรุนแรงจากร่างก่อนหน้าหลังการเจรจาอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ได้มีการระบุถึงการคว่ำบาตร แต่ขอให้เมียนมาเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนในประเทศ และรับประกันว่าสมาชิกขององค์กรภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเสรีและปราศจากความหวาดกลัวต่อการใช้ความรุนแรง การข่มขู่หรือคุกคาม
พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้มียกเลิกมาตรการควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ต การสื่อสารต่างๆ และโซเชียลมีเดีย รวมถึงต้องให้การคุ้มครองและต้องไม่มีเครื่องกีดขวางต่อความต้องการด้านมนุษยธรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน
ข้อมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นและผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเมียนมาของยูเอ็น ประเมินสถานการณ์และพัฒนาการที่เกิดขึ้น และรายงานกลับมาให้ยูเอ็นเอชอาร์ซีรับทราบอีกด้วย
JJNY : ร้านดอกไม้โคราชยอดตก│ยูเอ็นร้องกองทัพเมียนมาคืนอำนาจ│อนุดิษฐ์แฉเกมล็อบบี้ ส.ว.│ระวียันพรรคเล็กไม่ใช่องครักษ์รมต.
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2576207
ใกล้วาเลนไทน์ ร้านดอกไม้โคราชยอดตก เหตุ คนไม่กล้าใช้จ่าย
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ บรรยากาศการจำหน่ายดอกไม้ในช่วงวาเลนไทน์ที่ใกล้จะถึง ที่บริเวณร้านดอกไม้ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านจำหน่ายดอกไม้จำนวนมากและคึกคักที่สุดในจังหวัด พบว่า ปีนี้บรรยากาศเงียบเหงา ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ โดยบรรดาร้านดอกไม้ไม่ได้จัดร้านเป็นพิเศษอลังการเหมือนทุกปี แต่เปิดจำหน่ายดอกไม้เหมือนกับวันปกติ รับเพียงออร์เดอร์ลูกค้าที่โทรเข้ามาสั่งเท่านั้น แต่บางร้านจะจัดเตรียมไว้เป็นช่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตามความชอบ มีทั้งดอกไม้สด และดอกกุหลาบที่ทำจากธนบัตร นอกจากนี้ ยังมีตุ๊กตาหมีที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
นายไกรสร ปะดาพง อายุ 40 ปี ผู้ประกอบการจำหน่ายดอกไม้ เปิดเผยว่า ทุกปีช่วงวันลาเลนไทน์ที่ร้านจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ปีนี้กลับไม่คึกคักเท่าที่ควร ทำให้ยอดจำหน่ายดอกไม้สดน้อยลง ซึ่งทุกปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายช่วงวาเลนไทน์ รายได้จะแตะหลักแสนบาท แต่มาในปีนี้ยอดลดลงถึง 40 % คาดว่า น่าจะมาจากผลพวงเศรษฐกิจและโควิด-19 ระบาด รวมถึง เป็นวันหยุดของนักเรียนและวัยรุ่นหนุ่มสาว ส่งผลให้ยอดจากจับจ่ายใช้เงินซบเซาลงไป ปีนี้ขายได้เพียงลูกค้าวัยทำงานเป็นหลัก และยังมีลูกค้าอีกส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนรูปแบบการให้ดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ เป็นให้ดอกไม้ธนบัตรมากกว่า เพราะไม่เหี่ยวและสามารถนำไปใช้ได้ ทำให้ปีนี้ช่อดอกไม้จากธนบัตรขายดีมากกว่า
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ดอกไม้สดก็ยังขายได้ ในราคาช่อละ 300 บาทขึ้นไป ซึ่งดอกไม้จะรับมาจากจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ถ้าเป็นดอกไม้นอกจะรับมาจากประเทศฮอลแลนด์และประเทศจีน ราคากุหลาบก็ยังคงแพงเช่นเคย ปรับขึ้นถึง 40 % เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการมาก อีกทั้งในช่วงนี้ หลายจังหวัดที่เป็นฐานปลูกกุหลาบก็ประสบภาวะภัยแล้ง จึงทำให้ราคากุหลาบปรับสูงขึ้น ส่วนกุหลาบจากจีนที่เคยส่งมานั้น ในปีนี้ก็น้อยลง เพราะว่าการขนส่งที่ยากขึ้น ส่งผลทำให้ราคากุหลาบเพิ่มขึ้นไปอีก บรรยากาศโดยรวมจึงไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร
คณะมนตรีสิทธิฯยูเอ็นร้องกองทัพเมียนมาคืนอำนาจรัฐบาลพลเรือน ปล่อย ‘ซูจี’ ทันที
https://www.matichon.co.th/foreign/news_2576147
คณะมนตรีสิทธิฯยูเอ็นร้องกองทัพเมียนมาคืนอำนาจรัฐบาลพลเรือน ปล่อย ‘ซูจี’ ทันที
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) เรียกร้องให้ทหารเมียนมาสละอำนาจคืนให้กับรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมกับปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ทันที
ยูเอ็นเอชอาร์ซีได้จัดประชุมสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาในสวิตเซอร์แลนด์ และชาติสมาชิกยูเอ็นเอชอาร์ซีทั้ง 47 ชาติ ได้ออกข้อมติโดยไม่ต้องมีการลงคะแนน เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวทุกคนที่ถูกควบคุมตัวไว้ตามอำเภอใจทันทีและปราศจากเงื่อนไข พร้อมกับฟื้นคืนการปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนในเมียนมา
รายงานข่าวระบุว่าชาติพันธมิตรของกองทัพเมียนมาอย่างจีน รัสเซีย แยกตัวเองออกจากการลงมติ เช่นเดียกับเวเนซุเอลา โบลิเวีย และฟิลิปปินส์
ในระหว่างการประชุมสมัยพิเศษเพื่อหารือต่อกรณีการยึดอำนาจในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นักการทูตและเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชอาร์ซีส่วนใหญ่แสดงความวิตกกังวลต่อเหตการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการตอบโต้กลุ่มผู้ประท้วงที่ลุกลามบานปลายไปทั่วประเทศด้วยการใช้ความรุนแรง
ด้านนายมิน ทู เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำยูเอ็น ยืนยันต่อที่ประชุมว่ากองทัพเมียนมาถูกบังคับให้ต้องแสดงความรับผิดชอบ ท่ามกลางความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไป พร้อมกับย้ำว่า เมียนมาหวังว่าจะได้รับความเข้าใจที่ดีขึ้น และการมปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ รวมถึงความร่วมมือจากประชาคมระหว่างประเทศ
ขณะที่มีหลายประเทศที่แสดงท่าทีปกป้องเมียนมาในการหารือ และตำหนิการจัดประชุมสมัยพิเศษของยูเอ็นเอชอาร์ซีว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของเมียนมา แต่ท่าทีของประเทศส่วนใหญ่คือการต่อต้านรัฐประหารที่เกิดขึ้น การควบคุมตัวคนจำนวนมาก และการใช้กำลังต่อประชาชนที่ออกมาประท้วง
รายงานข่าวระบุว่า ข้อมติที่ออกมานั้นถูกปรับลดความรุนแรงจากร่างก่อนหน้าหลังการเจรจาอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ได้มีการระบุถึงการคว่ำบาตร แต่ขอให้เมียนมาเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนในประเทศ และรับประกันว่าสมาชิกขององค์กรภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเสรีและปราศจากความหวาดกลัวต่อการใช้ความรุนแรง การข่มขู่หรือคุกคาม
พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้มียกเลิกมาตรการควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ต การสื่อสารต่างๆ และโซเชียลมีเดีย รวมถึงต้องให้การคุ้มครองและต้องไม่มีเครื่องกีดขวางต่อความต้องการด้านมนุษยธรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน
ข้อมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นและผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเมียนมาของยูเอ็น ประเมินสถานการณ์และพัฒนาการที่เกิดขึ้น และรายงานกลับมาให้ยูเอ็นเอชอาร์ซีรับทราบอีกด้วย