วันที่ 30 มกราคมปี 2010 แรงงานหญิงคนหนึ่งแบกกระเป๋าใบใหญ่ อุ้มลูกขึ้นรถไฟกลับบ้านช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน
ผู้ถ่ายภาพภาพนี้ชื่อโจว เคยเป็นผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัว ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าทำงานใหม่ ๆ ได้รับคำสั่งให้ไปคอยถ่ายภาพแรงงานชนบทที่พากันกลับบ้าน โชคดีที่เขาได้ภาพนี้ บรรณาธิการสำนักข่าวซินหัวเห็นภาพนี้แล้วน้ำตาซึม และตั้งชื่อภาพ “ลูกเอ๋ย แม่จะพาลูกกลับบ้าน”
ปี 2011 ภาพนี้ได้รับรางวัลทองช่างภาพข่าวจีนประจำปีและรางวัลภาพข่าวจีนครั้งที่ 21 ผู้อ่านและชาวเน็ตจีนฝากข้อความ สิ่งที่แบกบนไหล่คือชีวิต สิ่งที่อุ้มในมือเป็นความหวัง และมีผู้อ่านติดต่อสำนักข่าวว่า แม่คนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำให้ผู้สื่อข่าวโจว เคอรู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้ถามแรงงานหญิงคนนี้ว่าอยู่ที่ไหน
ช่วง 11 ปีที่ผ่านมา นายโจว เคอพยายามตามหาหญิงในภาพถ่ายอย่างไม่ลดละ จนถึงช่วงก่อนวันตรุษจีนปี 2021 นายโจว เคอได้เบาะแส และไปนั่งคุยกับเธอที่บ้านใหม่ของเธอ
หญิงในภาพถ่ายชื่อ ปาปู้อวี้ปู้มู่ (巴木玉布木) อายุ 32 ปี ชนเผ่าอี๋ อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเถาหยวน จังหวัดปกครองตนเองชนเผ่าอี๋ มณฑลเสฉวน
เมื่อกว่า 10 ปีก่อน หมู่บ้านเถาหยวนเป็นหมู่บ้านยากจนพิเศษ บ้านของเธอเก่ามาก ไม่มีไฟฟ้า เวลาฝนตก น้ำฝนรั่วหลังคา แม่ต้องอุ้มลูกสาวให้นอนกับอ้อมอกทั้งคืนเพื่อไม่ให้ถูกน้ำฝน ที่บ้านมีที่นา 3 ไร่ ปลูกข้าวโพค พอได้กินได้อยู่
ปี 2009 นางปาปู้อวี้ปู้มู่คลอดลูกสาวคนที่ 2 การใช้วีวิตลำบากขึ้น เธอตัดสินใจไปทำงานในเมือง แม้ว่าเงินเดือนเพียง 500 - 600 หยวนเท่านั้น แต่ยังดีกว่าทำนาที่บ้านเกิด
นางปาปู้อวี้ปู้มู่ยังจำได้ชัดเจนว่า วันนั้นแบกกระเป๋าใบใหญ่และอุ้มลูกสาวคนที่ 2ไปสถานีรถไฟเมืองหนานชัง เมืองเอกมณฑลเจียงซี นั่งรถไฟไปเมืองเฉิงตูเมืองเอกมณฑลเสฉวน ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน แล้วพัก 1 คืนในเมืองเฉิงตู วันรุ่งขึ้นต่อรถไฟไปยังอำเภอซีชัง แล้วค่อยนั่งรถยนต์เข้าหมู่บ้าน ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ปัจจุบันมีรถไฟความเร็วสูงจากเมืองหนานชังถึงเมืองเฉิงตู ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง
แต่เรื่องที่น่าเจ็บใจคือ หลังกลับบ้านเกิดไม่นาน ลูกสาวคนนี้ก็ป่วยหนัก ครึ่งปีให้หลังก็เสียชีวิต นางปาปู้อวี้ปู้มู่เศร้ามาก พักที่บ้านเป็นเวลานาน
หลังดีขึ้น เธอกับสามีหารือว่าจะออกไปทำงานที่เมืองไหนอีก แต่เวลานั้น หน้าที่บริหารหมู่บ้านกำลังประชาสัมพันธ์นโยบาย “ช่วยเหลือผู้ยากจนอย่างตรงจุด” นางปาปู้อวี้ปู้มู่ยังคงไม่เข้าใจคำนี้มากนะ แต่เธอเห็นว่า หลายครอบครัวได้สร้างเรือนกระจกปลูกใบยาสูบ ชาวบ้านที่นี่กำลังเปลี่ยนมาปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่นต้นผลไม้และใบยาสูบ
นางปาปู้อวี้ปู้มู่รู้ว่า การปลูกใบยาสูบมีกำไรสูง จึงเอาที่นา 3 ไร่มาปลูกใบยาสูบทั้งหมด ปีแรกยังคงไม่มีประสบการณ์ ทำไม่ดี รายได้ไม่เกิน6,000 หยวน ปีที่ 2 เจ้าหน้าที่บริหารหมู่บ้านมาติดต่อที่บ้าน และให้สามีภรรยาคู่นี้จดทะเบียนเป็นครอบครัวยากจนที่ต้องการความช่วยเหลือ หลังจากนั้น ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคมาสอนวิธีการปลูกใบยาสูบ ทำให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นหลายเท่า พื้นที่เพาะปลูกก็เพิ่มมากขึ้นมาเป็น 7.5 ไร่ จนถึงปี 2020 รายได้ของครอบครัวนี้มีถึง 100,000 หยวน (ราว 500,000 บาท) จึงพ้นจากบัญชีรายชื่อครอบครัวยากจน
นอกจากนั้น ตามนโยบายช่วยเหลือผู้ยากจนที่เกี่ยวข้อง ปี 2018 นางปาปู้อวี้ปู้มู่ได้รับเงินอุดหนุนสร้างบ้าน 40,000 หยวนจากรัฐบาล แล้วครอบครัวของเธอออกเงินเองอีก 70,000 หยวน สร้างบ้านใหม่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่อยู่ข้างๆ บ้านเก่า
ตามนโยบายของรัฐบาล นางปาปู้อวี้ปู้มู่ยังได้รับความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลและการศึกษา หลังปี 2013 เธอได้คลอดลูกอีก 3 คนที่โรงพยาบาลของอำเภอโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคลอดลูกและรักษาพยาบาล ปัจจุบันที่บ้านของเธอมีลูก 4 คน
ช่วงกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ชาวนายากจนในจีนจำนวน 800 ล้านคนพ้นจากความยากจน เบื้องหลังคือเศรษฐกิจจีนที่พัฒนาอย่างมั่นคงและรวดเร็ว
*****
กลับบ้าน"ตรุษจีน"
ผู้ถ่ายภาพภาพนี้ชื่อโจว เคยเป็นผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัว ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าทำงานใหม่ ๆ ได้รับคำสั่งให้ไปคอยถ่ายภาพแรงงานชนบทที่พากันกลับบ้าน โชคดีที่เขาได้ภาพนี้ บรรณาธิการสำนักข่าวซินหัวเห็นภาพนี้แล้วน้ำตาซึม และตั้งชื่อภาพ “ลูกเอ๋ย แม่จะพาลูกกลับบ้าน”
ปี 2011 ภาพนี้ได้รับรางวัลทองช่างภาพข่าวจีนประจำปีและรางวัลภาพข่าวจีนครั้งที่ 21 ผู้อ่านและชาวเน็ตจีนฝากข้อความ สิ่งที่แบกบนไหล่คือชีวิต สิ่งที่อุ้มในมือเป็นความหวัง และมีผู้อ่านติดต่อสำนักข่าวว่า แม่คนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำให้ผู้สื่อข่าวโจว เคอรู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้ถามแรงงานหญิงคนนี้ว่าอยู่ที่ไหน
ช่วง 11 ปีที่ผ่านมา นายโจว เคอพยายามตามหาหญิงในภาพถ่ายอย่างไม่ลดละ จนถึงช่วงก่อนวันตรุษจีนปี 2021 นายโจว เคอได้เบาะแส และไปนั่งคุยกับเธอที่บ้านใหม่ของเธอ
หญิงในภาพถ่ายชื่อ ปาปู้อวี้ปู้มู่ (巴木玉布木) อายุ 32 ปี ชนเผ่าอี๋ อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเถาหยวน จังหวัดปกครองตนเองชนเผ่าอี๋ มณฑลเสฉวน
เมื่อกว่า 10 ปีก่อน หมู่บ้านเถาหยวนเป็นหมู่บ้านยากจนพิเศษ บ้านของเธอเก่ามาก ไม่มีไฟฟ้า เวลาฝนตก น้ำฝนรั่วหลังคา แม่ต้องอุ้มลูกสาวให้นอนกับอ้อมอกทั้งคืนเพื่อไม่ให้ถูกน้ำฝน ที่บ้านมีที่นา 3 ไร่ ปลูกข้าวโพค พอได้กินได้อยู่
ปี 2009 นางปาปู้อวี้ปู้มู่คลอดลูกสาวคนที่ 2 การใช้วีวิตลำบากขึ้น เธอตัดสินใจไปทำงานในเมือง แม้ว่าเงินเดือนเพียง 500 - 600 หยวนเท่านั้น แต่ยังดีกว่าทำนาที่บ้านเกิด
นางปาปู้อวี้ปู้มู่ยังจำได้ชัดเจนว่า วันนั้นแบกกระเป๋าใบใหญ่และอุ้มลูกสาวคนที่ 2ไปสถานีรถไฟเมืองหนานชัง เมืองเอกมณฑลเจียงซี นั่งรถไฟไปเมืองเฉิงตูเมืองเอกมณฑลเสฉวน ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน แล้วพัก 1 คืนในเมืองเฉิงตู วันรุ่งขึ้นต่อรถไฟไปยังอำเภอซีชัง แล้วค่อยนั่งรถยนต์เข้าหมู่บ้าน ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ปัจจุบันมีรถไฟความเร็วสูงจากเมืองหนานชังถึงเมืองเฉิงตู ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง
แต่เรื่องที่น่าเจ็บใจคือ หลังกลับบ้านเกิดไม่นาน ลูกสาวคนนี้ก็ป่วยหนัก ครึ่งปีให้หลังก็เสียชีวิต นางปาปู้อวี้ปู้มู่เศร้ามาก พักที่บ้านเป็นเวลานาน
หลังดีขึ้น เธอกับสามีหารือว่าจะออกไปทำงานที่เมืองไหนอีก แต่เวลานั้น หน้าที่บริหารหมู่บ้านกำลังประชาสัมพันธ์นโยบาย “ช่วยเหลือผู้ยากจนอย่างตรงจุด” นางปาปู้อวี้ปู้มู่ยังคงไม่เข้าใจคำนี้มากนะ แต่เธอเห็นว่า หลายครอบครัวได้สร้างเรือนกระจกปลูกใบยาสูบ ชาวบ้านที่นี่กำลังเปลี่ยนมาปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่นต้นผลไม้และใบยาสูบ
นางปาปู้อวี้ปู้มู่รู้ว่า การปลูกใบยาสูบมีกำไรสูง จึงเอาที่นา 3 ไร่มาปลูกใบยาสูบทั้งหมด ปีแรกยังคงไม่มีประสบการณ์ ทำไม่ดี รายได้ไม่เกิน6,000 หยวน ปีที่ 2 เจ้าหน้าที่บริหารหมู่บ้านมาติดต่อที่บ้าน และให้สามีภรรยาคู่นี้จดทะเบียนเป็นครอบครัวยากจนที่ต้องการความช่วยเหลือ หลังจากนั้น ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคมาสอนวิธีการปลูกใบยาสูบ ทำให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นหลายเท่า พื้นที่เพาะปลูกก็เพิ่มมากขึ้นมาเป็น 7.5 ไร่ จนถึงปี 2020 รายได้ของครอบครัวนี้มีถึง 100,000 หยวน (ราว 500,000 บาท) จึงพ้นจากบัญชีรายชื่อครอบครัวยากจน
นอกจากนั้น ตามนโยบายช่วยเหลือผู้ยากจนที่เกี่ยวข้อง ปี 2018 นางปาปู้อวี้ปู้มู่ได้รับเงินอุดหนุนสร้างบ้าน 40,000 หยวนจากรัฐบาล แล้วครอบครัวของเธอออกเงินเองอีก 70,000 หยวน สร้างบ้านใหม่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่อยู่ข้างๆ บ้านเก่า
ตามนโยบายของรัฐบาล นางปาปู้อวี้ปู้มู่ยังได้รับความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลและการศึกษา หลังปี 2013 เธอได้คลอดลูกอีก 3 คนที่โรงพยาบาลของอำเภอโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคลอดลูกและรักษาพยาบาล ปัจจุบันที่บ้านของเธอมีลูก 4 คน
ช่วงกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ชาวนายากจนในจีนจำนวน 800 ล้านคนพ้นจากความยากจน เบื้องหลังคือเศรษฐกิจจีนที่พัฒนาอย่างมั่นคงและรวดเร็ว
*****