หมดเวลาของแชมป์ยอดแย่-แชมป์แก้ตัว


  ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ก่อนเกมหลายคนมองว่านี่คือเกมเดิมพันการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้
.
.
  สุดท้ายแล้วชัยชนะตกเป็นของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกมายัดเยียดความปราชัยให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถึงแอนฟิลด์ ครั้งแรกในรอบ 17 เกม ด้วยสกอร์ที่ท่วมท้น 4-1 แถมยังเป็นความพ่ายแพ้ในบ้าน 3 รวดด้วย
.
.
  เกมนี้คือนัดสำคัญของทั้งสองทีมที่มีผลต่ออนาคตการลุ้นแชมป์ โดยเฉพาะทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งแพ้คาบ้านมาให้กับ ไบรท์ตัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หวังที่จะใช้นัดนี้สร้างพลังบวกให้กับพวกเขากลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น
.
.
  แต่.. มันไม่เป็นแบบนั้น ไม่ใช่อย่างคิด
.
.
  รูปเกมในครึ่งเวลาแรกถือว่าทำได้ดี เราได้เห็นการสร้างสรรค์เกมรุกจากวิงแบ็คทั้งสองฝั่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่หายไปนานกลับมาอีกครั้ง แถมยังพกดวงมาด้วยเสียจุดโทษ แต่อิลคาย กุนโดกัน สังหารไม่เข้า
.
.
  ซึ่งนั่นเป็นเพียงแค่สิ่งหลอกตาเพราะของจริงนั้นอยู่ที่ครึ่งเวลาหลัง เมื่อ แมนฯซิตี้ มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากความผิดพลาดของแนวรับที่ไม่กล้าเข้าสกัดปล่อยให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลากเลื้อยเข้าเขตโทษอีกแล้ว
.
.
  ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้เล่น ลิเวอร์พูลอาจกลัวว่าจะเข้าพรวดและจะเสียจุดโทษอีก ทำให้ ฟิล โฟเด้น ได้ล่อเป้าเน้น ๆ บอลไปติดเซฟไปเข้าทาง กุนโดนกัน ที่ซ้ำจ่อ ๆ ไม่เหลือ
.
.
  หลังจากนั้นพวกเขายังดึงสติกลับมา ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจุดโทษของ โม ซาลาห์ ทำให้เมนตั้มกลับมาเสมอกัน โอกาสออกได้ทุกหน้ามีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
.
.
  แต่ความผิดพลาดของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ที่ไม่รู้ว่าหายป่วยดีหรือยัง ? เตะไปเข้าตีนของผู้เล่น แมนฯซิตี้ ถึง 2 หน จนทำให้ทีมเสียประตูสองลูก นั่นทำให้ทุกอย่างจบลงแบบสมบูรณ์ แม้ว่าทีมเยือนจะมาได้ลูกปิดกล่องจาก ฟิล โฟเด้น อีกเม็ดก็ตาม
.
.
  สิ่งที่เราได้เห็นในช่วงครึ่งเวลาแรก เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ทุกอย่างเหมือนจะกลับมา แต่ก็ต้องพังทลายลงไปอีกครั้งจากความผิดพลาดของพวกเขาเอง
.
.
  น่าเป็นห่วงจริง ๆ กับความมั่นใจที่หายไปของผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล หลังจากแพ้เกมสำคัญแบบนี้ จากที่มีน้อยอยู่แล้ว เจอหมัดน็อคเข้าไปหมดเกลี้ยงภายในเกมเดียว
.
.
  โดยเฉพาะความผิดพลาดแบบเต็มประดาของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ คงส่งผลต่อจิตใจของเขาไม่น้อย เพิ่งหายป่วยมาหมาด ๆ อาการอาจจะทรุดหนัก
.
.
  รอย คีน อดีตกองกลางของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่รับหน้าที่เป็นกูรูฟุตบอลวิเคราะห์เกมนี้ได้ให้ความเห็นว่าเป็นการเล่นที่สุด “ห่วยแตก” ของทีมแชมเปี้ยนส์ ที่ดูไม่มีความกระหายอยากป้องกันแชมป์ ทั้งที่เพิ่งฉลองชัยครั้งแรกในรอบ 30 ปี
.
.
  “ผมเคยพูดมาแล้วว่าพวกเขามีข้อแก้ตัวกับฟอร์มการเล่นที่ผิดพลาดมากมายในฤดูกาลนี้ สำหรับผมหลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์แล้ว คุณต้องมีความท้าทายต่อไป คือการทำมันให้ได้อีกครั้ง แต่ผมไม่เห็นจากผู้เล่น ลิเวอร์พูล ชุดนี้ แม้แต่การให้สัมภาษณ์ของผู้จัดการทีม ไม่เคยบอกว่าจะเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร แค่สนุกไปกับการลงเล่นเกมต่อเกมเท่านั้นหรือ” คีน กล่าว
.
.
  “มันเป็นการรอคอยที่ยาวนานถึง 30 ปี แต่ผมไม่เห็นนักเตะคนไหนออกมาพูดว่าต้องการคว้าแชมป์อีกครั้ง นี่คือกุญแจสำคัญที่บ่งบอกว่าพวกเขาไม่มีความกระหายที่จะทำมันต่อ”
.
.
  “ผมคิดว่าตอนนี้พวกเขาคงมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น และกำลังพูดถึงการทำอันดับให้อยู่ 1 ใน 4 เพื่อไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปซีซั่นหน้าจากทีมแชมป์เมื่อปีที่แล้ว”
.
.
  อาจจะจริงอย่างที่ รอย คีน พูด แม้ว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล จะเจอปัญหาขาดผู้เล่นกองหลังตัวหลักที่บาดเจ็บพร้อม ๆ กัน แต่อย่าลืมว่าทีมอื่น ก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน เพียงแต่อาจจะไม่หนักเท่าและยังสามารถหาทางแก้ไขได้ แต่สิ่งที่หายไปจริง ๆ คือความกระหาย นี่จริงไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาใช้แก้ตัวพร่ําเพรื่อ
.
.
  คำพูดที่ว่า “แชมป์ยอดแย่” ยังสะท้อนออกมาด้วยผลงานเพราะเพิ่งเก็บแต้มได้ 40 คะแนนเท่านั้น หากนำไปเทียบกับซีซั่นที่แล้ว เล่นไป 23 เกมเท่ากัน พวกเขาเก็บได้ถึง 67 แต้ม ซึ่งมากกว่าฤดูกาลปัจจุบันถึง 27 คะแนนเลยทีเดียว กลายเป็นทีมแชมป์เก่าที่ทิ้งคะแนนมากที่สุดในฤดูกาลต่อมาของประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
.
.
  การพ่ายแพ้ในเกมนี้ของ ลิเวอร์พูล เป็นเหมือนการปิดประตูลุ้นแชมป์อย่างไม่เป็นทางการ เพราะในทางทฤษฎีจะยังมีความเป็นไปได้อยู่ แต่ทางปฏิบัตินั้นยากเหลือเกิน การรักษาอันดับท็อปโฟร์คือเป้าหมายต่อไปที่ต้องกอดเอาไว้แน่นๆ
.
.
  ถึงเวลาแล้วที่แฟน ๆ “หงส์แดง” ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น หมดเวลาของแชมป์แก้ตัว
.
.
  ความจริงก็คือความจริง  
.
.
#Goalstorm #โกลสตรอม #Gs #Liverpool #พรีเมียร์ลีก #ฟุตบอลโลก2022

------------------------------------------------------
ที่มา goalstorm
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่