กุมารปาล จิรายุวัฒน นิโรธกรรม ธารณีสูตร จะไถ่บาปจากการทำแท้งได้อย่างไร? ได้โปรดอ่านก่อนคิดจะทำแท้ง

บทความนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ผู้ที่มีความต้องการสามารถทำการจัดพิมพ์เพื่อแจกจ่าย(ห้ามจำหน่าย)ได้ตามสะดวก
“ขอให้การพิมพ์พระสูตรนี้แจกจ่ายช่วยทำให้เหล่าสตรีพ้นเภทภัยเว้นจากการทำแท้งสร้างกรรมร้ายเว้นกรรมใหญ่ประหารฆ่าเด็กในครรภ์”
 1.ทำแท้งบาปหรือไม่? 
ในปัจจุบันเรื่องของการทำแท้งมีปัญหาข้อถกเถียงอยู่มากมายบางคนคิดว่าเด็กในครรภ์ยังไม่คลอดออกมาจึงยังไม่นับเป็น“คน” ฉะนั้นการทำแท้งจึงไม่บาปแต่บุคคลในวงการศาสนาต่างอยู่ในจุดยืนที่ว่าเมื่อชีวิตได้ก่อเกิดขึ้นก็ควรได้รับความเคารพและการปกป้องโดยไม่ควรถูกกำลังของมนุษย์ไปทำร้ายใน“กุมารปาลจิรายุวัฒนนิโรธกรรมธารณีสูตร” พระพุทธองค์ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าผู้ที่ทำแท้งจะได้รับผลกรรมทำให้เจ็บป่วยและอายุสั้นหลังการเสียชีวิตไปยังต้องตกไปสู่นรกอเวจีไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเพราะเหตุใดการทำแท้งจึงมีบาปที่หนักถึงเพียงนี้? เพราะบาปอันเกิดจากการทำแท้งนั้นเทียบเท่าได้กับการฆ่าพระอรหันต์พระอรหันต์คือผู้ที่บำเพ็ญตามแนวทางเถรวาทอาศัยการตัดอาสวกิเลสบำเพ็ญจนกระทั่งบริสุทธิ์ผุดผ่องและบรรลุในอรหันตมรรคเหตุที่เด็กทารกถูกยกมาเทียบกับพระอรหันต์นั้นเป็นเพราะว่าแม้เด็กในท้องจะไม่ได้บำเพ็ญธรรมแต่การที่อยู่ในครรภ์จึงนับได้ว่าเป็นชีวิตอันบริสุทธิ์พระพุทธองค์จึงจัดบาปจากการฆ่าเด็กในครรภ์เทียบเท่ากับการฆ่าพระอรหันต์ในอนันตริยกรรมทั้ง5 โดยอนันตริยกรรมนี้ได้แก่ฆ่าบิดาฆ่ามารดาฆ่าพระอรหันต์หรือฆ่าเด็กในครรภ์ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิตทำให้คณะสงฆ์แตกแยกอันถือว่าเป็นบาปที่หนักที่สุดในพุทธศาสนาและต้องได้รับทุกขเวทนาจากนรกอเวจีไม่เพียงแต่ตายไปต้องรับทุกข์จากนรกอเวจีเท่านั้นในยามที่มีชีวิตก็ต้องรับผลกรรมด้วยการป่วยหนักหรืออายุขัยสั้นและในความเป็นจริงร่างกายและจิตใจของผู้หญิงที่ทำแท้งก็ได้รับความบอบช้ำจากทั้งร่างกายและจิตใจอย่างยากที่จะเยียวยาและบ่อยครั้งที่การทำแท้งได้กลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือนจากชีวิตไปได้บางคนหลังจากทำแท้งแล้วก็เจ็บป่วยสารพัดบางคนก็คไปพร้อมกับเด็กในครรภ์ตั้งแต่ตอนทำแท้งบางคนแม้จะไม่เจ็บป่วยแต่ก็เป็นทุกข์ทรมานจากความรู้สึกผิดจนเกิดเป็นความหวาดระแวงได้รับความทุกข์เวทนาแทบไม่ต่างจากนรกจึงขอเตือนสุภาพสตรีทั้งหลายอย่าได้ละเลยในเรื่องนี้การทำแท้งอาจจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ชั่วคราวแต่จะนำมาซึ่งความเสียใจและความเจ็บปวดไปชั่วชีวิตมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่เปรียบการทำแท้งไว้ว่า“มันเหมือนกับมีเงาบางอย่างที่จะคอยติดตามตัวเราจนทำให้เราไม่อาจจะลืมเรื่องนี้ที่ได้ทำลงไป” และมีสุภาพสตรีอีกมากที่เห็นด้วยกับความรู้สึกนี้
  2.จะลบล้างบาปได้อย่างไร? 
   แต่หากได้ทำบาปด้วยการทำแท้งไปแล้วจะลบล้างชะตากรรมแห่งอกุศลกรรมนี้ไปได้อย่างไร? ในพระสูตรฉบับนี้พระพุทธองค์ได้ตรัสบอกเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้อง1. สำนึกขอขมา2. เจริญรักษาและเผยแพร่“จิรายุวัฒนสูตร” 
การสำนึกขอขมาในพระสูตรได้กล่าวไว้ว่า“หากมีเวไนยสัตว์ได้กระทำซึ่งปวงครุกรรม(กรรมหนัก)เมื่อได้ขมากรรมสำนึกผิดต่อหน้าพระพุทธเจ้าหรือพระสงฆ์ผู้บำเพ็ญอย่างบริสุทธิ์อีกทั้งต้องไม่กระทำผิดซ้ำอีกบาปนั้นย่อมดับสลายไปได้” วันนี้พวกเราได้พบกับการปกโปรดอย่างกว้างขวางของพระศรีอาริยเมตไตรย์หากสามารถสำนึกขอขมาอย่างจริงใจต่อหน้าเบื้องพระแท่นแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย์อีกทั้งไม่ทำแท้งซ้ำอีกก็สามารถลบล้างบาปกรรมนี้ได้
      การเจริญปฏิบัติและเผยแพร่“จิรายุวัฒนสูตร” ในพระสูตรฉบับนี้พระสมันตประภาสัมมาทัศนะตถาคตได้ตรัสแก่นางวิปลาสว่า“บัดนี้เธอได้สำนึกขอขมาอย่างจริงใจต่อหน้าตถาคตตถาคตจักแสดงจิรายุวัฒนสูตรแด่เธอเพื่อให้เธอสามารถพ้นจากความทุกข์จากการถูกอนิจภูตจับกุมพึงทราบเถิดนางวิปลาสในอนาคตกาลในยุคแห่งความเลวร้ายและความเสื่อมทั้ง5 คือ1.ความเสื่อมแห่งทิฐิ2.ความเสื่อมเพราะกิเลส3.ความเสื่อมของสัตว์4.ความเสื่อมแห่งอายุ5.ความเสื่อมแห่งกัลป์ประการนั้นหากมีเวไนยสัตว์ใดได้กระทำครุกรรมด้วยการฆ่าทำร้ายบิดามารดาวางยาพิษทำลายครรภ์ทำลายสถูปอารามทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิตทำให้คณะสงฆ์แตกแยกฯลฯผู้ที่กระทำอนันตริยกรรมทั้ง๕นี้หากได้น้อมรับและเจริญในจิรายุวัฒนสูตรได้จารึกคัดลอกสาธยายแม้จารึกคัดลอกด้วยตนเองจ้างวานให้ผู้อื่นคัดลอก(จัดพิมพ์) จักสามารถลบล้างบาปกรรมนี้และได้ไปอุบัติในพรหมโลกได้” พระสมันตประภาสัมมาทัศนะตถาคตตรัสว่า“ในโลกมีบุคคลอยู่๒ประเภทเป็นผู้ที่หาได้ยากยิ่งพบได้ยากยิ่งเฉกเช่นดอกอุทุมพรหนึ่งคือผู้คนผู้ไม่ประพฤติในอกุศลกรรมสองคือผู้ที่มีบาปแต่สามารถสำนึกขอขมาได้” ในโลกแห่งความเสื่อมและความเลวร้ายนี้บุคคลที่ไม่ประพฤติในอกุศลกรรมใดเลยนั้นนับว่าหาได้ยากยิ่งหลายคนในภาวะที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ความวู่วามและสาเหตุอื่นอีกมากมายที่ทำให้ไม่อาจหลีกเลี่ยงการสร้างอกุศลกรรมแต่หากสามารถสำนึกผิดอย่างจริงใจและขอขมากรรมก็ยังพอจะเป็นการวัวหายล้อมคอกได้มีเพียงแต่การสำนึกขอขมาเท่านั้นที่จะดับบาปทั้งปวงได้แต่อะไรคือการสำนึกขอขมา? 
🙏🏻🙏🏻🙏🏻พระสังฆปรินายกองค์ที่๖ฮุ่ยเหนิงกล่าวว่า“อันคำว่าขมานั้นคือการขอขมาในอกุศลกรรมทั้งหมดที่ได้ประกอบไว้ในอดียและไม่ให้เกิดซ้ำคำว่าสำนึกคือการ.   สำนึกในความผิดนั้นๆและตัดขาดอย่าวสิ้นเชิงโดยไม่กระทำผิดซ้ำในอนาคต” พูดง่ายๆก็คือขอขมาในความผิดและสำนึกแก้ไขนอกจากจะสำนึกขอขมาอย่างลึกซึ้งจริงจังในบาปที่ได้กระทำมาแล้วยังจะต้องไม่ทำผิดซ้ำอีกจึงเป็นการสำนึกขอขมาอย่างแท้จริงฉะนั้นหากใช้จิตใจที่คิดว่าทำผิดเดียวก็แค่ไปสำนึกขอขมาทำแท้งเดี๋ยวก็ไปทำบุญสร้างกุศลชดเชยเช่นนี้ย่อมมิใช่“ขอขมาด้วยที่สุดแห่งความเสียใจ”
ดังที่พระสมันตประภาสัมมาทัศนะตถาคตตรัสไว้แต่เป็นการทำผิดทั้งที่รู้เช่นนี้จะสร้างบุญกุศลเท่าไหร่ก็ไม่มีบุญกุศลเพราะไม่ได้สำนึกขอขมาจากใจจริง  การน้อมรับและเจริญปฏิบัติตามพระสูตรจะต้องเริ่มต้นจากการสำนึกขอขมาในความผิดด้วยความศรัทธาจริงใจอย่างที่สุดรวมไปถึงผลักดันเจตนารมณ์“คุ้มครองทารกในครรภ์และทารกแรกเกิด” ของพระสูตรนี้ให้เป็นจริงเราจะปกป้องเด็กเล็กรวมถึงทารกในครรภ์ได้อย่างไร? ในพระสูตรได้ชี้ว่าในยามที่ทารกถือกำเนิดมาอย่าได้ฆ่าสัตว์เบียดเบียนชีวิตเพื่อมาฉลองยามที่ทารกเจ็บป่วยอย่าได้ป้อนด้วยเลือดเนื้อต่างๆเจตนารมณ์แท้จริงของการเผยแพร่พระสูตรนี้อยู่ที่ตักเตือนชาวโลกอย่าได้ทำแท้งฉะนั้นหากไม่มีทรัพย์มากพอในการจัดพิมพ์ก็สามารถใช้การตักเตือนกล่อมเกลาผู้คนไม่ให้ทำแท้งแทนการจัดพิมพ์พระสูตรก็ได้กุศลเฉกเช่นเดียวกันนอกจากนั้นหากมีใครที่เคยทำแท้งและกำลังได้รับทุกขเวทนา(จากวิบากกรรมของการทำแท้ง) ก็สามารถเขียนเล่าประสบการณ์ของตนและพิมพ์แจกจ่ายพร้อมกับพระสูตรฉบับนี้เพื่ออาศัยประสบการณ์ของตนเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ชาวโลก
   3. กินเจตลอดชีวิตหลีกเลี่ยงเภทภัยภายหลัง
สตรีหลายคนหลังจากทำแท้งมักจะปรากฏเงามืดในใจเกรงว่าเด็กจะแค้นอาฆาตแล้วมาเกิดใหม่อีกครั้งทำให้กลัวการตั้งครรภ์กลัวว่าจะให้กำเนิดลูกเวรลูกกรรม(เจ้ากรรมนายเวรมาเกิดเป็นลูก) ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเองแต่ยังจะนำความทุกข์ความเจ็บปวดมาให้กับคนในครอบครัวอีกด้วยการเผชิญหน้ากับปัญหานี้แและวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ“การกินเจ” การกินเจด้านหนึ่งเป็นการไม่ฆ่าสัตว์สามารถลบล้างวิบากกรรมอีกด้านหนึ่งกับผู้ที่ถือศีลกินเจเป็นระยะเวลานานหากเป็นจิตญาณที่ไม่มีรากบุญและคุณธรรมก็ไม่อาจมาอยู่ในครรภ์ของผู้ที่กินเจได้การกินเจคือหนึ่งในพฤติกรรมแห่งการคุ้มครองชีวิตและละเว้นการฆ่าดังนั้นจิตญาณที่จะสามารถผูกบุญสัมพันธ์กับร่างกายของมารดาอันบริสุทธิ์จึงมีเพียงเด็กที่มีกุศลมูลและคุณธรรมเท่านั้นด้วยเหตุนี้เด็กในครรภ์คนกินเจจึงมักเป็นชายที่มีวาสนาและปัญญาเป็นหญิงที่เที่ยงตรงดีงามนอกจากในวัยเด็กจะเลี้ยงง่ายแล้วเมื่อเติบใหญ่แล้วล้วนเป็นลูกที่ดีกตัญญูว่านอนสอนง่ายอีกด้วยฉะนั้นหากในใจเรายังมีเงามืดของการทำแท้งและยากที่ขจัดไปได้ก็ควรค่อยๆฝึกทานเจในด้านหนึ่งการละเว้นการฆ่าสัตว์สามารถลบล้างบาปของตัวเองได้ในอีกด้านหนึ่งก็สามารถให้กำเนิดลูกที่เปี่ยมด้วยบุญวาสนาไม่ต้องกลัวที่จะให้กำเนิดลูกเวรลูกกรรมเด็กที่กินเจตั้งแต่ในครรภ์ปกติจะรู้สึกหวาดกลัวอาหารคาว(อาหารเนื้อสัตว์) ดังนั้นจึงควรจะพยายามส่งเสริมให้เขากินเจหลายครั้งคนที่เป็นพ่อแม่มักจะคิดไปเองว่าการให้ลูกกินเจจะเป็นการจำกัดอิสระในการเลือกอาหารของลูกแต่ความจริงสิ่งนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากการที่พ่อแม่จำกัดอิสระไม่ให้ลูกไปฆ่าคนเล่นการพนันซึ่งการจำกัดเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ผลเสียการจำกัดอิสระในการกินเนื้อสัตว์ของลูกจะช่วยให้ลูกห่างจากบาปเวรแห่งการฆ่าสัตว์ทำให้ลูกเริ่มปลูกเนื้อนาบุญได้ตั้งแต่เด็กและด้วยการละการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนี้ก็จะทำให้อนาคตของเขายิ่งราบรื่นยิ่งขึ้น
ฉะนั้นหากใครที่คิดจะทำแท้งแต่ยังไม่ได้ทำก็ควรจะรีบหยุดไว้เรียกว่ารั้งบังเหียนม้าไว้ก่อนตกผาความลำบากที่เกิดจากคลอดลูกคนหนึ่งนับว่าน้อยยิ่งนักเมื่อเทียบกับการต้องป่วยหนักอายุสั้นและตกนรกหากทำแท้งไปแล้วทางที่ดีก็คือคู่สามีภรรยาจะต้องร่วมกันสำนึกขอขมาบาปและอย่าทำแท้งอีกเป็นอันขาดวิธีชเชยที่ดีที่สุดก็คือการผลักดันรณรงค์เรื่องการไม่ทำแท้งหากไม่สามารถทำได้ก็สามารถพิมพ์แจกพระสูตร“กุมารปาลจิรายุวัฒนนิโรธกรรมธารณีสูตร” เพื่อวอนให้ชาวโลกถนอมรักลูกในครรภ์ไม่ทำแท้งและหากสามารถกินเจละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตตลอดไปก็จะเป็นการสำนึกขอขมาที่ได้ผลจริงยิ่งขึ้น
4.ที่สุดแห่งมรรคาของการรับธรรมบำเพ็ญธรรม
   ในคัมภีร์จิรายุวัฒนสูตรนอกจากพระศากยมุนีพุทธเจ้าจะเทศนาถึงกรรมอันสาหัสของการทำแท้งแล้วพระองค์ยังชี้แนะวิถีธรรมการล้างบาปให้กับนางวิปลาสอีกด้วยนอกเหนือจากการเทศนาเรื่องปฏิจจสมุปบาทแล้วยังถ่ายทอดวิถีธรรมอันเป็นแก่นแท้ก็คือ“ประคองเอกจิต”อีกด้วยหลังจากที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาเรื่องปฏิจจสมุปบาทต่อนางวิปลาสแล้วทรงเห็นว่านางได้สำนึกบาปด้วยใจจริงมาโดยตลอดอีกทั้งเมื่อได้ฟังเทศนาเรื่องปฏิจจสมุปบาทก็มีรากฐานเพียงพอที่จะรับรู้มหาธรรมได้จึงได้ตรัสกับนางว่า“บัดนี้ตถาคตจะเทศนามหาธรรมอันจริงแท้บทหนึ่งเพื่อให้เธอนำไปไต่ตรองให้จงดีธรรมวิถีนี้เรียกว่า“ประคองเอกจิต” เอกจิตนี้ก็คือโพธิจิตอันเป็นแก่นธรรมทั้งปวงแห่งมหายานเธอพึงหมั่นประคองรักษาโพธิจิตอันเป็นหนึ่งนี้อย่าให้เลือนหายแม้พบเจอกับหมู่มารมาผจญก็อย่าได้แปรเปลี่ยนด้วยเหตุที่หากบรรลุถึงโพธิจิตธรรมกายจักประดุจวัชระใจดุจอากาศธาตุเข้าถึงการไม่เกิดไม่ดับและได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณหลีกห่างจากความเกิดดับอันเป็นอนิจจัง” ดังนั้น“การประคองเอกจิต” คือวิถีอันเป็นที่สุดแห่งธรรมที่ช่วยให้ห่างไกลจากอนิจจังและล้างบาปกรรมได้อย่างแท้จริงๆ“ประคองเอกจิต” ที่พระศากยมุนีพุทธเจ้าได้ถ่ายทอดให้นางวิปลาสนั้นก็คือการเก็บจิตไว้ที่ญาณทวารมีแต่ช่วงที่ห้วงคิดประคองอยู่ที่ญาณทวารเท่านั้นจึงจะได้เฝ้ารักษาจิตหนึ่งได้อย่างแท้จริงโดยไม่ตกสู่การแบ่งแยกแต่คนที่ยังไม่แสวงธรรมเนื่องจากญาณทวารยังไม่เปิดออกจึงไม่อาจประคองเอกจิตได้ดังนั้นวิธีการขจัดล้างบาปกรรมที่ดีและสะดวกที่สุดก็ยังคงเป็นการรับธรรมและบำเพ็ญธรรมผู้บำเพ็ญธรรมจึงควรรู้สึกยินดีที่จะบูชาและรักษาจิรายุวัฒนสูตรอีกทั้งประกาศเผยแพร่ให้กว้างไกลเพื่อช่วยให้เวไนยชนทั้งหลายไม่ไปทำแท้งเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนต้องรับทุกขเวทนาด้วยการป่วยหนักอายุสั้นอีกทั้งปรารถนาให้เวไนยสัตว์ในทะเลทุกข์สามารถขึ้นฝั่งธรรมและรับธรรมได้ในเร็ววันต่อไปคือ“กุมารปาลจิรายุวัฒนนิโรธกรรมธารณีสูตร” โดยพระสูตรฉบับนี้มีอานิสงส์ในการช่วยให้มีอายุวัฒนะและคุ้มครองเด็กๆหากมีผู้ใดที่ปรารถนาจะมีอายุขัยยืนยาวหรือต้องการขอพรลบล้างเภทภัยให้บุตรหลานก็สามารถเผยแพร่“กุมารปาลจิรายุวัฒนนิโรธกรรมธารณีสูตร” นี้ได้  อนุโมทนาสาธุกับผู้อ่านทุกท่าน🙏🏻
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่