หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว"Dal Dal Korean Restaurant"ร้านอาหารเกาหลีแท้ๆราคาเอาใจชาว Office อยู่ภายในตึก G Tower พระราม 9
กระทู้รีวิว
อาหารคาว
อาหารเกาหลี
อาหารฟิวชั่น
ร้านอาหารย่านพระราม 9
ร้านอาหาร
ถ้าอยากทานอาหารเกาหลีอร่อยๆขึ้นมาหลายคนมักจะนึกถึงร้านภายใน Korean Town สุขุมวิท12 เป็นอันดับแรกแต่พอมาดูราคาอาหารของแต่ละร้านแล้วถือว่าค่อนข้างโหดเอาเรื่อง จำได้ว่าตรง MRT สถานีพระราม 9 ประตูทางเข้าตึก G Tower ชั้น G ใกล้กับบันไดเลื่อนที่ขึ้นไปจุดจอดรถ Shutter Bus เวียนรับส่งเข้าไปในโครงการ The Shoppes At Belle มีร้านอาหารเกาหลีอยู่ที่นึงราคาไม่แพง เห็นในช่วงวันธรรมดาพนักงาน Office ภายในตึกมาทานกันเยอะมากๆนั่นก็คือ "Dal Dal Korean Restaurant" คะแนนเฉลี่ยทุกเว็บไซต์อยู่ที่ 3.6-4.5 เต็ม 5 ดาว ส่วนใหญ่จะบอกว่ารสชาติดีแต่ช่วงที่ลูกค้าเยอะมากๆทางร้านบริการไม่ค่อยทันใจ เลยนัดกับที่บ้านมาทานในช่วงวัน ส.-อา.แทน วิธีการเดินทางมาที่ร้านหากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดได้ที่ตึก G Tower/Central พระราม 9 /ตึก Fortune หรือโครงการ The Shoppes At Belle ล้วนมีค่าจอดรถในราคาที่แตกต่างกันแต่เดินเท้าเข้ามาร้านได้สะดวกทั้งหมด ถ้ามาจอดรถที่ G Tower ชั่วโมงแรกฟรีหากทานอาหารครบ 300 บาทพร้อมประทับตราร้านจอดได้นานสูงสุดถึง 3 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่อยากกังวลเรื่องค่าจอดรถที่จุกจิกชวนกังวลใจแนะนำว่าให้เดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะสะดวกที่สุด หน้าร้านใช้กระจกบานขนาดใหญ่พิเศษโทนสีดำเข้มสลับกับลายไม้ สัญลักษณ์เป็นป้ายไฟมีดอกไม้สีชมพูพร้อมภาษาเกาหลีที่มีชื่อภาษาอังกฤษเล็กๆกำกับว่า Dal Dal แบบนี้แสดงว่ามาถูกร้านแล้วครับ
ป้ายวางพื้นที่หน้าร้านและบนกระจกโชว์ให้เห็นเมนูอาหารเกาหลีซึ่งเป็นรายการแนะนำของที่ร้าน ราคาเริ่มต้นแค่ 115-280 บาท มีให้เลือกสั่งทั้งแบบ A La Carte คือเป็นกับข้าวไว้แชร์ทานกันหลายๆคนหรือจะสั่งเป็นชุดสุดคุ้มที่เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย/ซุปประจำวัน/เครื่องเคียงและผักสด (สามารถเติมได้ทุกอย่างยกเว้นข้าว-ซุป) ปัจจุบันพื้นที่ภายในร้านจำกัดให้ใช้บริการได้ไม่เกิน 16 คนเท่านั้น (อาจการปรับเปลี่ยนในอนาคตตามนโยบายของตึก G Tower) ถ้าใครไม่อยากออกจากบ้านเพื่อปะทะความเสี่ยงกับเชื้อไวรัส Covid-19 ร้านก็มีบริการเสริมอย่างเดลิเวอรี่ถึงบ้านอีกด้วย (ในส่วนของอัตราค่าบริการจัดส่งนั้นรบกวนสอบถามกับทางร้านเองนะครับ) ถ้าอยากทราบเมนูทั้งหมดของที่ร้านจะมีอะไรให้เราเลือกสั่งบ้างและราคาจะแพงไหมมาชมในเล่มรายการขนาดใหญ่ที่วางไว้หน้าร้านกันเลยครับผม
เล่มเมนูของที่ร้านแบ่งออกเป็น 2 ฉบับคือเมนูหลักกับปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล เปิดมาเล่มเมนูหลักหน้าแรกเป็นหมวดของเนื้อวัวส่วนต่างๆทั้งเนื้อสันนอกหรือ Striplion เนื้อสันกลางหรือ Ribeye นำมาย่างให้สุกจัดเสิร์ฟลงในกระทะร้อนราคาเริ่มต้นที่ 269-599 บาท ถ้างบน้อยลงมาหน่อยก็มีหมูย่างให้สั่งราคาเริ่มต้นที่ 179-199 บาท ทุกชุดทางร้านเสิร์ฟเนื้อให้ถึง 200 กรัม เพิ่มข้าว/ซุป/ไข่ดาวหรือไข่ต้มมาทานด้วยกันรายการละ 20 บาท หน้าต่อมาก็คือบูลโกกิเนื้อ/หมู/เห็ดทั้งหมด 6 เมนูราคาเริ่มต้นที่ 209-329 บาท ทุกชุดมีข้าว/ซุปกับเครื่องเคียงให้ฟรี หน้าต่อไปเป็นกับข้าวแบบเกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 129-249 บาท ต่อกันด้วยเมนูข้าวยำเกาหลีมีทั้งแบบชามเหล็กกับหม้อหินร้อนราคา 169-179 บาท ข้าวหน้ากับซุปสไตล์เกาหลีเสิร์ฟพร้อมซุปประจำวันและเครื่องเคียงราคาเริ่มต้นที่ 159-169 บาท เมนูอาหารทานเล่นทั้งต๊อกโปกี/รามยอน/กิมบับ/มันดู/บะหมี่เย็นราคาเริ่มต้นที่ 35-179 บาท หน้าหลังสุดเป็นเครื่องดื่มราคาเริ่มต้นที่ 20-70 บาท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขนมหวานเกาหลีราคาเริ่มต้น 35-150 บาท
เล่มต่อมาเป็นเมนูที่ทางร้านปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลหน้าแรกเป็นเมนูปลาหมึกผัดเผ็ด/ข้าวคลุกสาหร่ายและข้าวกล่องโดซอลักสไตล์เกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 60-280 บาท ตามมาด้วยเมนูซอสดำจาจังทางร้านนำมาปรุงเป็น 3 เมนูคือทานกับเส้น/ข้าวและต๊อกโบกีราคาเริ่มต้นที่ 180-200 บาท ข้าวหน้าหมู-ไก่รสเผ็ด/ข้าวยำสูตรพิเศษและซุปโคชูจังกับเต้าเจี้ยวเกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 169-259 บาท ข้าวแกงกระหรี่สไตล์เกาหลีแบบเดียวกับในซีรี่ย์ราคาเริ่มต้นที่ 139-209 บาท เมนูอาหารทานเล่นที่เพิ่มเติมมาจากรายการหลักหลากหลายเมนูราคาเริ่มต้นที่ 70-179 บาท นอกนั้นก็มีกับข้าว/ซุปหม้อร้อนๆ/พิซซ่าเกาหลีและไข่ตุ๋นราคาเริ่มต้นที่ 90-229 บาท หน้าสุดท้ายเป็นเมนูใหม่นั่นคือหมูสามชั้นทอดราดซอส/หมูผัดกิมจิ/ราเมนแห้งคาโบนาร่า/ข้าวโพดอบชีส/มันดูทอดรวมราคาเริ่มต้นที่ 60-259 บาท
ดูแล้วก็มีหลายเมนูน่าทานดี/ราคาไม่แพงมากนักและเหมือนที่ร้านพยายามเพิ่มรายการใหม่ๆเข้ามาให้ดูทันสมัยอยู่เสมอ บรรยากาศภายในร้านบอกตามตรงว่าไม่ค่อยเหมือนร้านอาหารเกาหลีสักเท่าไหร่คล้ายๆกับบาร์นั่งดื่มชิลล์ซะมากกว่า เพราะเฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะ-เก้าอี้ใช้เป็นโครงเหล็กสีดำตัดกับไม้สีเข้มดูมีความเป็น Loft สมัยใหม่ ต่างจากร้านอาหารเกาหลีหลายๆร้านที่ผ่านมา บนโต๊ะวางจาน-ช้อน-ตะเกียบและกระดาษทิชชู่เว้นระยะห่างจากกันเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส Covid-19 ตามนโยบายของรัฐบาล มีการตรวจวัดอุณหภูมิและบังคับให้ใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ทำความสะอาดก่อนเข้าไปในร้านอย่างเคร่งครัด จัดการหาโต๊ะนั่งสั่งอาหารที่อยากทานและรอมาเสิร์ฟที่โต๊ะกันครับ
ตามประเพณีของร้านอาหารเกาหลีเครื่องเคียงต่างๆต้องออกมาก่อนโดยหลักๆทางร้านเสิร์ฟเป็นกิมจิรสเปรี้ยวเค็มกรอบฉ่ำเผ็ดนิดๆ/ปวยเล้งน้ำมันงารสเค็มอ่อนๆ/ถั่วงอกผสมแครอทคลุกน้ำมันงาและพริกเกาหลีเค็มเผ็ดอ่อนๆ ตามมาด้วยผักกาดหอมสดใบใหญ่เอาไว้ห่อทานกับเนื้อและที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำจิ้มมีซัมจังรสหวานเค็มกลมกล่อม/พริกไทย+เกลือ+น้ำมันงา/ซอสโคชูจังปรุงรสพิเศษทางร้านแจกให้ฟรีโต๊ะละ 1 ชุด หากไม่พอต้องทานให้หมดก่อนที่จะสั่งใหม่เพื่อป้องกันการเหลือทิ้ง จานแรกเป็นเมนูง่ายๆที่คนเกาหลีทานประจำนั่นคือ "Gimbap" ราคา 139 บาท หรือข้าวปรุงด้วยเกลือ+น้ำมันงาใส่เครื่องตรงกลางทั้งไข่เจียว/ผักโขม/แครอท/แตงกวา/ไชเท้าดองเปรี้ยวหวานและแฮม นำไปม้วนด้วยสาหร่ายทาด้วยน้ำมันงาอีกครั้งให้แวววาวดูน่ากินก่อนจะหั่นเป็นชิ้นๆพอคำ ถ้าเป็นสไตล์เกาหลีที่เคยทานมาคือไม่จิ้มอะไรเลยแต่สูตรของทางร้านมีซอสรสเปรี้วเค็มหอมกลิ่นน้ำมันงาอ่อนๆเอาไว้ตัดเลี่ยน หรือจะนำมาทานคู่กับเมนูอีกจานเพื่อให้ได้อารมณ์เกาหลีแท้ๆแบบในซีรี่ย์ก็คือ "Tteokbokki" ราคา 119 บาท หรือต๊อกโปกีซอสพริกเสิร์ฟมาชามใหญ่รสชาติเผ็ดหวานเส้นต๊อกเคี้ยวหนึบสู้ฟันทานกับกระหล่ำปลีกรอบๆ-ปลาแผ่นเกาหลี นำคิมบับลงไปจิ้มกับซอสที่มีอยู่ในชามได้อารมณ์แบบเดียวกับทานข้าวคลุกซอสโคชูจังใส่สาหร่ายหอมอร่อยไปอีกแบบ
เมนูต่อไปเป็นจานโปรดที่ไปทานยัง Korean Town วันก่อนติดใจมากๆก็คือ "Nakgi Bokkeum" ราคา 280 บาท หรือปลาหมึกยักษ์ผัดกับผักและซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี ซึ่งเมนูนี้เขาเสิร์ฟเป็นแบบ A La Carte ไม่มีข้าวสวยให้เลยนำจากเมนูชุดอื่นมาทานคู่กันแทน ปลาหมึกเนื้อหนึบผักหวานกรอบกับซอสรสหวานเผ็ดๆจี๊ดจ๊าดหอมกลิ่นน้ำมันงาคลุกกับข้าวสวยญี่ปุ่นนุ่มๆแบบนี้อร่อยแซ่บโดนใจมากเลยครับผม จานต่อมาเป็นเมนูดัดแปลงที่ไม่เคยเห็นในร้านอาหารเกาหลีอื่นคือ "Jjajang Bab" ราคา 200 บาท เป็นข้าวหน้าซอสถั่วดำจาจังที่หลายๆร้านมักจะเสิร์ฟกับเส้นแต่ร้านนี้นำมาทานคู่กับข้าวสวย ในชุดเพิ่มซุปประจำวันและไชเท้าดองหวานสีเหลืองมาให้ทานคู่กันอีกถ้วย (สามารถขอเติมได้) ซอสจาจังของที่นี่มีกลิ่นหอมของหอมใหญ่ผัดสุกเกือบจะเป็นคาราเมลผสมกับกลิ่นหอมเบาๆเฉพาะของถั่วดำหมัก ใส่เนื้อหมูและผักอื่นๆลงไปผัดจนเข้าเนื้อเป็นซอสเข้มข้นรสหวานกลมกล่อมทานคู่กับข้าวสวย แต่ถ้าทานไปนานๆจะรู้สึกเลี่ยนนิดๆ แนะนำว่าทานคู่กับกิมจิ-ไชเท้าดองรสหวานอมเปรี้ยวเนื้อกรอบๆอร่อยลงตัวมากเลยครับ
จานต่อมาก็เป็นเมนูที่เรามักจะเห็นในละครของเกาหลีบ่อยๆคือหมูสามชั้นต้มทานกับกิมจิหรือ "Suyuk" ราคา 229 บาท เป็นหมูสามชั้นลอกหนังแข็งด้านนอกออกแล้วตุ๋นจนเนื้อนุ่มแทบละลายในปากได้ความอูมามิ หั่นเป็นชิ้นๆพอคำทานคู่กับกิมจิหรือเครื่องเคียงต่างๆที่ทางร้านจัดมาให้ สามารถทานได้หลายรูปแบบทั้งห่อผักเปลี่ยนน้ำจิ้มหรือทานคู่กับข้าว-ซุปประจำวันที่เสิร์ฟให้ในชุดก็อร่อยได้แบบเพลินๆ เมนูต่อมาก็เป็นหมูสามชั้นแบบฟิวชั่นสำหรับใครที่อยากได้ความแซ่บคือ "Tongsamkyubgui" ราคา 259 บาท เป็นหมูสามชั้นลอกหนังอบจนนุ่มเคลือบซอสเกาหลีรสหวานๆเค็มๆเข้มข้นหอมกลิ่นน้ำมันงาท๊อบปิ้งด้วยพริกและเมล็ดงาขาว เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นและซุปประจำวันแนะนำว่านำมาห่อผัก-ใส่ข้าวสวยตามด้วยกิมจิอีกนิดช่วยเพิ่มความสดชื่นลดเลี่ยนจากหมูสามชั้นทำให้อร่อยยิ่งขึ้น
****** เกิน 10,000 ตัวอักษร ขอรีวิวต่อในช่อง Comment นะครับ ******
ชื่อสินค้า:
Dal Dal Korean Restaurant ตึก G Tower พระราม 9 ชั้น G
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ซ้ำรอบสอง ดื่มด่ำกับ 15 คอร์สโอมากาเสะ ย่านสาทร
ซ้ำรอบสอง ดื่มด่ำกับ 15 คอร์สโอมากาเสะสุดพรีเมียมที่ Cutts Sathorn โดดเด่นเรื่องการดึงรสชาติอูมามิของวัตถุดิบออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ผ่านเทคนิคการ Aging และการใช้ซอสสูตรลับเฉพาะของเชฟ กับคอร์ส 15 คำ 250
The Gastro Lens by Miki
BufFeast Review :หนึ่งในร้านซูชิบุฟเฟ่ต์ขวัญใจมหาชน "Mr.Sushi"@ดิ เอ็กซ์เพลส มอลล์ บางแค
ถ้าพูดถึงร้านที่เป็นกระแสคนแห่ไปกินกันถล่มทลาย มิสเตอร์ ซูชิ บางแค ก็อยู่ในลิสต์เช่นกัน ซึ่งตอนที่เขามาเปิดใหม่ๆนั้น ผมกับแฟนก็เล็งจะไปกินกันตั้งหลายหนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะตอนนั้นร้านไม่รับจองออนไล
TheHeatBufFeast
63. ไก่ตะไคร้ เชิญมาเที่ยวมากินอาหารอร่อยๆ จ.สระแก้ว ; เมนูอาหารถิ่น ๗๗ จังหวัด 'รสชาติ…ที่หายไป' พ.ศ.๒๕๖๘
ใช้ไก่ส่วนสะโพกจะได้เนื้อที่นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ระวังเวลาผัดพริกแกง อย่าให้ไหม้ไป ใครชอบกินตะไคร้ สามารถใส่เพิ่มได้ ว่าง ๆ ไม่รู้จะกินอะไรแบบนี้ วันนี้ขอเสนอเมนู “ไก่ผัดตะไคร้” โขลกเครื่องตะไคร้ผ
ต้นโพธิ์ต้นไทร
Japan Food Hall สนามบินนาริตะ เทอมินัล 2 นั่งกินข้าวพร้อมวิวดูเครื่องบินแบบใกล้ๆ
ก่อนขึ้นเครื่องกลับจากญี่ปุ่น เราแวะมาหาอะไรทานง่ายๆ ที่ Japan Food Hall ในสนามบินนาริตะ เทอมินัล 2 ซึ่งถือว่าเป็นจุดพักก่อนขึ้นเครื่องที่สะดวกมาก เพราะนอกจากจะมีโซนช้อปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหารแล้ว ยังม
Self My Plan
แชร์สูตร หมูบูลโกกิ ผัดเผ็ดสไตล์เกาหลี ซอสฉ่ำๆ รสชาติเข้มข้น จากครัว Captain Coriander ค่ะ
สวัสดีค่ะ เมนูนี้ ปกติที่สั่งตามร้านอาหารเกาหลี เค้าจะเสิร์ฟมาบนจานเหล็กร้อน จานเหล็กฝังอยู่ในฐานไม้แบนๆ ตอนเค้ายกมาเสิร์ฟ จะได้ยินเสียงซู่ๆซ่าๆมาก่อนเลย ตามด้วยควันโขมง นึกในใจ ใส่เสื
captain coriander
บอสพาชิม : FIN & BONE - A REFINED TASTE OF THE OCEAN (Pattaya, Thailand)
บอสพาชิม : FIN & BONE (Pattaya, Thailand) การกลับมาของ เชฟน็อค (Chef Noc) ในครั้งนี้ทำให้แฟนหายคิดถึงรสมืออันเป็นเอกลักษณ์ โดยอีเวนต์พิเศษ "FIN & BONE" จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดอ
EatLikeTheBOSS
เมนู “กุ้งอบวุ้นเส้น” ทำง่ายๆ อบในกระทะ เส้นเหนียวนุ่ม พร้อมเคล็ดลับกุ้งเด้ง เนื้อหวาน 🫚🦐
สวัสดีค่ะทุกคน 😊 เมนูวันนี้ของ จขกท. คือ “กุ้งอบวุ้นเส้น” เมนูโปรดของหลายคน ซึ่งทำง่ายมากค่ะ จริง ๆ แล้วกุ้งที่นำมาทำเมนูนี้ เป็นกุ้งที่ จขกท. แบ่งเก็บไว้ในช่องฟรีซก่อนหน้านี้ค่ะ เพราะช่ว
เที่ยวสบายสบาย
เป็ดปักกิ่งดีๆ หนังกรอบๆ
เป็ดปักกิ่งดีๆ หนังกรอบๆต้องยกให้ Fei Ya ห้องอาหารจีนที่ Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel 🥢✨ ทุกจานถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดย Chef Jerry Li เชฟใหม่ของห้องอาหารเฟยหยา ถ่ายทอดรสชาติจีนคลาสสิกใ
Vichachill
ข้าวผัดกะเพราเนื้อสับ คลุก กับไข่ดาว x2
เมื่อวานดูทู้ข้าวกะเพราะ กะเพรา น่าอร่อย เข้าร้านอาหารก็ไม่ต้องคิดนาน สั่งเลยครับ ข้าวผัดกะเพราเนื้อสับ คลุก กับไข่ดาว x2 .. ไข่แดงสดมากครับ รสไม่เผ็ดหอมกลิ่นกะเพราดี เนื้อสับน้อยไปนิดนึง แต่นุ่ม
สมาชิกหมายเลข 4755513
รีวิวบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างที่ Sukishi สุข Over Load ความฝันของเด็กอ้วนที่เป็นจริง ราคาเริ่มต้นแค่ 349+ !
Sukishi ในรูปแบบของร้านปิ้งย่าง จัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ออกมาให้เราได้ทานกันแล้ว เริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. - 24 ธ.ค. 2562 ราคาเริ่มต้นแค่ 349+ / 449+ และ 559+ นั่งทานได้ตลอด 90 นาที ราคานี้ไม่รวมเครื่
Food Addicts
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารคาว
อาหารเกาหลี
อาหารฟิวชั่น
ร้านอาหารย่านพระราม 9
ร้านอาหาร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว"Dal Dal Korean Restaurant"ร้านอาหารเกาหลีแท้ๆราคาเอาใจชาว Office อยู่ภายในตึก G Tower พระราม 9
ป้ายวางพื้นที่หน้าร้านและบนกระจกโชว์ให้เห็นเมนูอาหารเกาหลีซึ่งเป็นรายการแนะนำของที่ร้าน ราคาเริ่มต้นแค่ 115-280 บาท มีให้เลือกสั่งทั้งแบบ A La Carte คือเป็นกับข้าวไว้แชร์ทานกันหลายๆคนหรือจะสั่งเป็นชุดสุดคุ้มที่เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย/ซุปประจำวัน/เครื่องเคียงและผักสด (สามารถเติมได้ทุกอย่างยกเว้นข้าว-ซุป) ปัจจุบันพื้นที่ภายในร้านจำกัดให้ใช้บริการได้ไม่เกิน 16 คนเท่านั้น (อาจการปรับเปลี่ยนในอนาคตตามนโยบายของตึก G Tower) ถ้าใครไม่อยากออกจากบ้านเพื่อปะทะความเสี่ยงกับเชื้อไวรัส Covid-19 ร้านก็มีบริการเสริมอย่างเดลิเวอรี่ถึงบ้านอีกด้วย (ในส่วนของอัตราค่าบริการจัดส่งนั้นรบกวนสอบถามกับทางร้านเองนะครับ) ถ้าอยากทราบเมนูทั้งหมดของที่ร้านจะมีอะไรให้เราเลือกสั่งบ้างและราคาจะแพงไหมมาชมในเล่มรายการขนาดใหญ่ที่วางไว้หน้าร้านกันเลยครับผม
เล่มเมนูของที่ร้านแบ่งออกเป็น 2 ฉบับคือเมนูหลักกับปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล เปิดมาเล่มเมนูหลักหน้าแรกเป็นหมวดของเนื้อวัวส่วนต่างๆทั้งเนื้อสันนอกหรือ Striplion เนื้อสันกลางหรือ Ribeye นำมาย่างให้สุกจัดเสิร์ฟลงในกระทะร้อนราคาเริ่มต้นที่ 269-599 บาท ถ้างบน้อยลงมาหน่อยก็มีหมูย่างให้สั่งราคาเริ่มต้นที่ 179-199 บาท ทุกชุดทางร้านเสิร์ฟเนื้อให้ถึง 200 กรัม เพิ่มข้าว/ซุป/ไข่ดาวหรือไข่ต้มมาทานด้วยกันรายการละ 20 บาท หน้าต่อมาก็คือบูลโกกิเนื้อ/หมู/เห็ดทั้งหมด 6 เมนูราคาเริ่มต้นที่ 209-329 บาท ทุกชุดมีข้าว/ซุปกับเครื่องเคียงให้ฟรี หน้าต่อไปเป็นกับข้าวแบบเกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 129-249 บาท ต่อกันด้วยเมนูข้าวยำเกาหลีมีทั้งแบบชามเหล็กกับหม้อหินร้อนราคา 169-179 บาท ข้าวหน้ากับซุปสไตล์เกาหลีเสิร์ฟพร้อมซุปประจำวันและเครื่องเคียงราคาเริ่มต้นที่ 159-169 บาท เมนูอาหารทานเล่นทั้งต๊อกโปกี/รามยอน/กิมบับ/มันดู/บะหมี่เย็นราคาเริ่มต้นที่ 35-179 บาท หน้าหลังสุดเป็นเครื่องดื่มราคาเริ่มต้นที่ 20-70 บาท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขนมหวานเกาหลีราคาเริ่มต้น 35-150 บาท
เล่มต่อมาเป็นเมนูที่ทางร้านปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลหน้าแรกเป็นเมนูปลาหมึกผัดเผ็ด/ข้าวคลุกสาหร่ายและข้าวกล่องโดซอลักสไตล์เกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 60-280 บาท ตามมาด้วยเมนูซอสดำจาจังทางร้านนำมาปรุงเป็น 3 เมนูคือทานกับเส้น/ข้าวและต๊อกโบกีราคาเริ่มต้นที่ 180-200 บาท ข้าวหน้าหมู-ไก่รสเผ็ด/ข้าวยำสูตรพิเศษและซุปโคชูจังกับเต้าเจี้ยวเกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 169-259 บาท ข้าวแกงกระหรี่สไตล์เกาหลีแบบเดียวกับในซีรี่ย์ราคาเริ่มต้นที่ 139-209 บาท เมนูอาหารทานเล่นที่เพิ่มเติมมาจากรายการหลักหลากหลายเมนูราคาเริ่มต้นที่ 70-179 บาท นอกนั้นก็มีกับข้าว/ซุปหม้อร้อนๆ/พิซซ่าเกาหลีและไข่ตุ๋นราคาเริ่มต้นที่ 90-229 บาท หน้าสุดท้ายเป็นเมนูใหม่นั่นคือหมูสามชั้นทอดราดซอส/หมูผัดกิมจิ/ราเมนแห้งคาโบนาร่า/ข้าวโพดอบชีส/มันดูทอดรวมราคาเริ่มต้นที่ 60-259 บาท
ดูแล้วก็มีหลายเมนูน่าทานดี/ราคาไม่แพงมากนักและเหมือนที่ร้านพยายามเพิ่มรายการใหม่ๆเข้ามาให้ดูทันสมัยอยู่เสมอ บรรยากาศภายในร้านบอกตามตรงว่าไม่ค่อยเหมือนร้านอาหารเกาหลีสักเท่าไหร่คล้ายๆกับบาร์นั่งดื่มชิลล์ซะมากกว่า เพราะเฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะ-เก้าอี้ใช้เป็นโครงเหล็กสีดำตัดกับไม้สีเข้มดูมีความเป็น Loft สมัยใหม่ ต่างจากร้านอาหารเกาหลีหลายๆร้านที่ผ่านมา บนโต๊ะวางจาน-ช้อน-ตะเกียบและกระดาษทิชชู่เว้นระยะห่างจากกันเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส Covid-19 ตามนโยบายของรัฐบาล มีการตรวจวัดอุณหภูมิและบังคับให้ใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ทำความสะอาดก่อนเข้าไปในร้านอย่างเคร่งครัด จัดการหาโต๊ะนั่งสั่งอาหารที่อยากทานและรอมาเสิร์ฟที่โต๊ะกันครับ
ตามประเพณีของร้านอาหารเกาหลีเครื่องเคียงต่างๆต้องออกมาก่อนโดยหลักๆทางร้านเสิร์ฟเป็นกิมจิรสเปรี้ยวเค็มกรอบฉ่ำเผ็ดนิดๆ/ปวยเล้งน้ำมันงารสเค็มอ่อนๆ/ถั่วงอกผสมแครอทคลุกน้ำมันงาและพริกเกาหลีเค็มเผ็ดอ่อนๆ ตามมาด้วยผักกาดหอมสดใบใหญ่เอาไว้ห่อทานกับเนื้อและที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำจิ้มมีซัมจังรสหวานเค็มกลมกล่อม/พริกไทย+เกลือ+น้ำมันงา/ซอสโคชูจังปรุงรสพิเศษทางร้านแจกให้ฟรีโต๊ะละ 1 ชุด หากไม่พอต้องทานให้หมดก่อนที่จะสั่งใหม่เพื่อป้องกันการเหลือทิ้ง จานแรกเป็นเมนูง่ายๆที่คนเกาหลีทานประจำนั่นคือ "Gimbap" ราคา 139 บาท หรือข้าวปรุงด้วยเกลือ+น้ำมันงาใส่เครื่องตรงกลางทั้งไข่เจียว/ผักโขม/แครอท/แตงกวา/ไชเท้าดองเปรี้ยวหวานและแฮม นำไปม้วนด้วยสาหร่ายทาด้วยน้ำมันงาอีกครั้งให้แวววาวดูน่ากินก่อนจะหั่นเป็นชิ้นๆพอคำ ถ้าเป็นสไตล์เกาหลีที่เคยทานมาคือไม่จิ้มอะไรเลยแต่สูตรของทางร้านมีซอสรสเปรี้วเค็มหอมกลิ่นน้ำมันงาอ่อนๆเอาไว้ตัดเลี่ยน หรือจะนำมาทานคู่กับเมนูอีกจานเพื่อให้ได้อารมณ์เกาหลีแท้ๆแบบในซีรี่ย์ก็คือ "Tteokbokki" ราคา 119 บาท หรือต๊อกโปกีซอสพริกเสิร์ฟมาชามใหญ่รสชาติเผ็ดหวานเส้นต๊อกเคี้ยวหนึบสู้ฟันทานกับกระหล่ำปลีกรอบๆ-ปลาแผ่นเกาหลี นำคิมบับลงไปจิ้มกับซอสที่มีอยู่ในชามได้อารมณ์แบบเดียวกับทานข้าวคลุกซอสโคชูจังใส่สาหร่ายหอมอร่อยไปอีกแบบ
เมนูต่อไปเป็นจานโปรดที่ไปทานยัง Korean Town วันก่อนติดใจมากๆก็คือ "Nakgi Bokkeum" ราคา 280 บาท หรือปลาหมึกยักษ์ผัดกับผักและซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี ซึ่งเมนูนี้เขาเสิร์ฟเป็นแบบ A La Carte ไม่มีข้าวสวยให้เลยนำจากเมนูชุดอื่นมาทานคู่กันแทน ปลาหมึกเนื้อหนึบผักหวานกรอบกับซอสรสหวานเผ็ดๆจี๊ดจ๊าดหอมกลิ่นน้ำมันงาคลุกกับข้าวสวยญี่ปุ่นนุ่มๆแบบนี้อร่อยแซ่บโดนใจมากเลยครับผม จานต่อมาเป็นเมนูดัดแปลงที่ไม่เคยเห็นในร้านอาหารเกาหลีอื่นคือ "Jjajang Bab" ราคา 200 บาท เป็นข้าวหน้าซอสถั่วดำจาจังที่หลายๆร้านมักจะเสิร์ฟกับเส้นแต่ร้านนี้นำมาทานคู่กับข้าวสวย ในชุดเพิ่มซุปประจำวันและไชเท้าดองหวานสีเหลืองมาให้ทานคู่กันอีกถ้วย (สามารถขอเติมได้) ซอสจาจังของที่นี่มีกลิ่นหอมของหอมใหญ่ผัดสุกเกือบจะเป็นคาราเมลผสมกับกลิ่นหอมเบาๆเฉพาะของถั่วดำหมัก ใส่เนื้อหมูและผักอื่นๆลงไปผัดจนเข้าเนื้อเป็นซอสเข้มข้นรสหวานกลมกล่อมทานคู่กับข้าวสวย แต่ถ้าทานไปนานๆจะรู้สึกเลี่ยนนิดๆ แนะนำว่าทานคู่กับกิมจิ-ไชเท้าดองรสหวานอมเปรี้ยวเนื้อกรอบๆอร่อยลงตัวมากเลยครับ
จานต่อมาก็เป็นเมนูที่เรามักจะเห็นในละครของเกาหลีบ่อยๆคือหมูสามชั้นต้มทานกับกิมจิหรือ "Suyuk" ราคา 229 บาท เป็นหมูสามชั้นลอกหนังแข็งด้านนอกออกแล้วตุ๋นจนเนื้อนุ่มแทบละลายในปากได้ความอูมามิ หั่นเป็นชิ้นๆพอคำทานคู่กับกิมจิหรือเครื่องเคียงต่างๆที่ทางร้านจัดมาให้ สามารถทานได้หลายรูปแบบทั้งห่อผักเปลี่ยนน้ำจิ้มหรือทานคู่กับข้าว-ซุปประจำวันที่เสิร์ฟให้ในชุดก็อร่อยได้แบบเพลินๆ เมนูต่อมาก็เป็นหมูสามชั้นแบบฟิวชั่นสำหรับใครที่อยากได้ความแซ่บคือ "Tongsamkyubgui" ราคา 259 บาท เป็นหมูสามชั้นลอกหนังอบจนนุ่มเคลือบซอสเกาหลีรสหวานๆเค็มๆเข้มข้นหอมกลิ่นน้ำมันงาท๊อบปิ้งด้วยพริกและเมล็ดงาขาว เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นและซุปประจำวันแนะนำว่านำมาห่อผัก-ใส่ข้าวสวยตามด้วยกิมจิอีกนิดช่วยเพิ่มความสดชื่นลดเลี่ยนจากหมูสามชั้นทำให้อร่อยยิ่งขึ้น
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น