JJNY : พิชัยรอด สั่งไม่ฟ้องคดีกบต้ม│โฆษกเอ็นแอลดีถูกจับ ปมวิจารณ์ผู้นำ│ส่อร้าวหนัก'ปชป.'ซัด'พปชร.'│กทม.อ่วมฝุ่น53พื้นที่

‘พิชัย’ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีกบต้ม เตือน ‘บิ๊กตู่’ มา 3 ปี ไม่ฟัง ทำศก.ไทยทรุด
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2563438

 
‘พิชัย’ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีกบต้ม ยันเตือน ‘บิ๊กตู่’ มา 3 ปี ไม่ฟัง ทำเศรษฐกิจไทยทรุด ย้ำ ‘พท.’ลุยซักฟอกเต็มที่
 
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ผมได้รับหนังสือเลขที่ 0026.(12)3/169 ลงวันที่ 29 มกราคม 2564 จาก กองกำกับ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ลงนามโดย พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผู้กำกับการ 3 บก. ปอท. แจ้งว่า พนักงานอัยการมีหนังสือที่ อส 0009.3/0171 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2563 มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผมในคดีอาญาเลขที่ 0051/2560 ที่ คสช. ฟ้องผม ในคดีที่รู้จักกันดีว่าคือคดี “กบต้ม” ที่เป็นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่มีอยู่จริง แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ในขณะนั้น น่าจะไม่มีความรู้ จึงได้ให้คนมาฟ้องผม ซึ่งตอนที่ คสช. ฟ้องผมในเรื่องนี้นั้น ข่าวได้กระจายไปต่างประเทศ และทำให้ประเทศไทยถูกขบขันในเรื่องนี้อย่างมาก
 
ผมต้องขอขอบคุณสำนักอัยการที่ให้ความเป็นธรรมกับผมอีกครั้ง หลังจากที่ได้สั่งไม่ฟ้องคดีรูปปกนิตยสารไทม์และ รูปการดูด สส. 4.0 ที่สำนักอัยการได้สั่งไม่ฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ เพราะคดีทั้งหมดน่าจะเป็นความพยายามที่จะให้ผมหยุดการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเท่านั้น และจะเป็นประวัติศาสตร์จารึกความพยายามของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ที่จะปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เพราะผมโดนเรียกทั้งหมด 12 หน เป็นการเรียกปรับทัศนคติ 8 หน เรียกดำเนินคดีอีก 4 หน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมต้องขอขอบคุณคุณนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศ ที่ได้ช่วยเหลือ ว่าความแก้ต่างให้ในคดีต่างๆ ตลอดมา จนปัจจุบันผมไม่มีคดีใดๆ ค้างอยู่อีกต่อไปแล้ว
 
นายพิชัย กล่าวว่า “หากจำกันได้ ผมได้เตือนเรื่องปัญหาเศรษฐกิจไทยที่จะย่ำแย่มาตลอด และทฤษฎีกบต้มนี้ ผมเตือนมาตั้งแต่ปี 2560 หรือ กว่า 3 ปีที่แล้ว ซึ่งหากพล.อ.ประยุทธ์จะเปิดใจรับฟังและหาทางแก้ไขปรับปรุง เศรษฐกิจไทยคงไม่ย่ำแย่แบบนี้ เศรษฐกิจไทยทรุดหนักมาตลอดตั้งแต่มีการปฏิวัติ เหมือนที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าไทยเป็นคนป่วยของเอเชียและจะป่วยหนัก ตั้งแต่ก่อนที่มีการระบาดของไวรัสโควิด และมาทรุดหนักหลังวิกฤตไวรัส ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอาการหนักยิ่งกว่ากบต้มเสียอีก คนกำลังลำบากกันอย่างแสนสาหัส SMEs เจ๊งกันมาก หนี้สินของประเทศและหนี้สินของประชาชนพุ่งกระฉูด การว่างงานเพิ่มขึ้นมาก และยังมีแนวโน้มที่จะแย่ลงอีกเรื่อยๆ เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่สามารถพัฒนากรอบคิดให้ทันโลกได้ ขนาดสื่อหลักของญี่ปุ่นยังเตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ต่อไปอีก 10 ปี ในบทความ “เศรษฐกิจไทย : หายนะแบบสโลโมชั่น” ซึ่งตรงกับ ทฤษฎีกบต้ม ที่ผมเตือนไว้ 3 ปีแล้ว โดยเรื่องการบริหารประเทศที่ล้มเหลวนี้ พรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านจะได้นำมาตีแผ่อภิปรายไม่ไว้วางใจให้ประชาชนได้ทราบในไม่ช้านี้
 
จากที่ผมได้เตือนแล้วและเป็นจริงนี้ ผมอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้เรียนรู้และหัดรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำของคนกลุ่มต่างๆ โดยเลิกใช้กฏหมายเพื่อพยายามปิดปากประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเลิกปิดปากนักศึกษาและเยาวชน และหัดรับฟังเพื่อนำมาปรับปรุงความคิดที่ล้าหลังตกยุคให้ทันสมัยขึ้น ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ความหายนะจริงตามคำทำนาย ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์พัฒนาตัวเองไม่ได้และยังยึดติดกับกรอบคิดแบบเดิมๆ ก็ควรจะพิจารณาตัวเองลาออก อย่าได้เป็นสาเหตุของความหายนะให้กับประเทศอีกต่อไป
 

 
โฆษกพรรคเอ็นแอลดีถูกจับ ปมวิจารณ์ผู้นำกองทัพ
https://www.dailynews.co.th/foreign/823464

นายวิน เต็ง โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ถูกควบคุมตัวไปจากบ้านพักในเมืองย่างกุ้ง ฐาน "วิจารณ์" พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา
 
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( เอ็นแอลดี ) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเมียนมาควบคุมตัวนายวิน เต็ง โฆษกพรรคเอ็นแอลดี ออกไปจากบ้านพัก ที่เมืองย่างกุ้ง เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เบื้องต้นมีรายงานว่า นายวิน เต็ง อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของกองทัพ ภายในสถานที่แห่งหนึ่ง ในกรุงเนปิดอว์
 
ทั้งนี้ นายวิน เต็ง วัย 79 ปี เป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญของพรรคเอ็นแอลดี และมีความใกล้ชิดอย่างมากกับนางออง ซาน ซูจี จากการร่วมเคลื่อนไหวด้วยกัน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทหาร ถูกจับกุมและดำเนินคดีหลายข้อหา รวมถึงการปลุกระดม และการวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งหลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
 
หากศาลพิพากษาว่า "มีความผิดจริง" นายวิน เต็ง อาจต้องรับโทษจำคุกนานถึง 20 ปี แม้ยังไม่เป็นที่ชัดเจน "การวิพากษ์วิจารณ์" ของนายวิน เต็ง ที่มีต่อพล.อ.มิน อ่อง หล่าย มีเนื้อหาอย่างไร แต่มีรายงานว่า เพียงไม่นานหลังกองทัพประกาศการยึดอำนาจ นายวิน เต็ง กล่าวว่า สถานการณ์นี้ "คือความฝันที่เป็นจริง" ของพล.อ.มิน อ่อง หล่าย
 
ขณะที่นางออง ซาน ซูจี และอดีตประธานาธิบดีวิน มยินต์ จะถูกควบคุมตัวจนถึงวันที่ 15 ก.พ.นี้ "เป็นอย่างน้อย" เนื่องจากถูกดำเนินคดีอาญาหลายข้อหา โดยกรณีของนางซูจีรวมถึงการครอบครองวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะถือว่าผิดกฎหมายการนำเข้าและส่งออกสินค้าด้วย ส่วนข้อหาของอดีตประธานาธิบดีวิน มยินต์ รวมถึงการละเมิดมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ด้วยการพบปะกับผู้คนจำนวนมาก ระหว่างการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ปีที่แล้ว.
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่