เรารู้สึกหงุดหงิดมากเลยค่ะ เวลาเจอพ่อแม่ลำเอียง
ถึงแม้ว่าพ่อแม่แยกทางกันมานานแล้ว เรื่องลำเอียงผลักภาระ และ หน้าที่ยังเหมือนกันอยู่ดี
ลูก 2 คน ภาระไม่เท่ากัน ทำงานไม่เท่ากัน
เรา 2 คนพี่น้อง ช่วยกิจการพ่อค่ะ
เราทำหน้าที่เป็นทั้ง Sale Manager หายอด หาลูกค้า ดูแลหน้า-หลังการขาย
ทำยอดให้พ่อตลอดปีสม่ำเสมอ ทำงาน 7 วัน
ส่วนน้อง ติดเที่ยวเล่นบ้างเพราะเพิ่งเรียนจบ ได้ไม่นาน ทำงานกับที่บ้านมา 2 ปีแล้ว
ยังไม่มีผลงาน ทำงานตามที่พ่อสั่งเท่านั้น บางอย่างสั่งแต่ไม่ทำ
ไม่ค่อยรอบคอบกับงานเท่าไหร่ เป็นผลทำให้เราทำงานหนักมากขึ้น พ่อเอางานของน้องมาให้ทำบ้าง
ในเรื่องของการทำงานนั้นเราก็บ่นน้องตามประสาทั่วไป ทำไมทำงานไม่ครบ ตกหล่น พบาดในเรื่องเดิมๆ ไม่มีตวาดขึ้นเสียงใดๆทั้งสิ้น
ถึงจะบอกพ่อถึงปัญหาการทำงานน้องแล้ว ก็ไม่มีเกิดประโยชน์อะไร พ่อให้ใจเย็นกับน้อง ใจเย็นได้แต่งานที่น้องพลาดจะโยนให้เราแก้ไขทุกครั้ง
เหตุผลที่ไม่อยากให้น้องทำงานพลาด เพราะอยากคนในบ.เคารพ เชื่อถือน้องมากขึ้น ไม่อยากให้ใครนินทาเอาได้
ข้อดีของน้องคือ น้องเคารพเรามาก ไม่เถียงเราสักคำ ซึ่งเราเองก็โอเคตรงนี้
ทำใจแล้วว่า ต่อให้ผิดพลาดถ้าไม่เถียงจะพยายามเป็นคนเตือนเองทุกครั้งแต่แอบคาดหวังให้น้องพัฒนาขึ้นกว่านี้อีก
แต่นี่ยังไม่ใช่เหตุผลหลักที่บอกว่าพ่อแม่ลำเอียง
เหตุเพราะความไม่มั่นใจในตัวน้องของพ่อ พ่อจึงใช้วิธีแลกเปลี่ยนต่างๆกับการทำงานที่รอบคอบ (แต่ก็ไม่เคยรอบคอบ)
- ซื้อรถเงินสด
- ให้เงินเดือน 30k ให้เงินส่วนตัวพ่อไม่เกี่ยวกับเงินบ.
- เตรียมหาซื้อบ้าน คอนโด
- อยู่บ้านกับแม่ แต่น้องเลือกที่จะไม่อยู่เอง เพราะติดเพื่อน ไปเช่าคอนโด จ่ายเอง
ในขณะที่เรานั้น
- ซื้อรถผ่อนเอง
- คอนโดเช่า เดือนละ 10000 (บังคับไม่ให้เราซื้อบ้านและไม่ให้อยู่กับแม่ เหตุผลจะอธิบายด้านล่างฝั่งแม่อีกที)
- เงินเดือน+คอมมิชชั่นจากผลงานเราล้วน 120k+
เท่านี้เราก็รู้แล้ว พ่ออยากให้น้อง แค่มีเหตุที่ดูดีให้เราไม่ให้น้อยใจเท่านั้นเอง แต่เราปลงละค่ะ
มาถึงฝั่งแม่
แม่มีธุกิจเกี่ยวกับน้ำแข็ง ซึ่งเรากับน้อง ไม่ได้ขอเงินแม่ใช้แล้ว
พอมายุคโควิด น้ำแข็งบ้านเราโดนกระทบหนักมาก
จนบ้านอีกหลัง แม่ผ่อนไม่ไหว รู้ว่าปรึกษาน้องแล้วจะให้เราส่งบ้านที่เหลือให้หน่อย
เราน้อยใจมาก จริงๆเราผ่อนให้แม่สบายมาก เดือนละ 25k แต่อดคิดไม่ได้เลยว่า เราเงินเดือนมากกว่าแต่มันมาด้วยความรับผิดชอบเราทั้งนั้น
เราเชื่อว่าถ้าน้องรับผิดชอบเท่าเราน้องก็สามารถได้เงินเดือนเท่าเราแน่นอน เราไม่ติดใจไรทั้งนั้น
ในขณะที่ ทั้งพ่อแม่ไม่ปล่อยให้น้องเจอโลกความจริง ภาระทุกอย่างมาโยนให้เรา
เราเลยไปบอกพ่อ ว่าแม่ผ่อนบ้านไม่ไหวละนะ
ให้เราผ่อนคนเดียวเลยที่เหลืออยู่ พ่อพูดมาว่า ผ่อนไปเทอะ ทำเพื่อแม่
เราก็อือ คิดอยู่แล้วแหละ เป็นหน้าที่เราเพราะเงินเดือนเยอะกว่า แต่พ่อกลับพูดคำนึงแบบไม่น่าเชื่อออกมา
ให้เราผ่อนหมดแล้วยกบ้านให้น้องได้มั้ย เรา งง มาก
เสียใจมาก อะไรต่างๆนานาที่ครอบครัว 2 มาตรฐาน ทำให้เรานึกคิดย้อนมาหมด
ที่เราต้องออกมาอยู่ข้างนอก เพราะแม่โกรธพ่อ เอาเราไปทำงานช่วยพ่อคนเดียว ไม่ช่วยแม่บ้าง
ด่าทอ กดดัน แกล้งเรา สาระพัด ตอนเราอยู่ในบ้าน พ่อจึงเห็นว่าเราไม่สมาธิทำงานเลยให้ออกมา
เช่าคอนโด จ่ายเงินเอง ส่วนสาเหตุที่เพราะช่วยแม่ไม่ได้คือ แม่อยากให้ช่วยเราแค่ทำงาน แต่เงินเดือนไม่ได้ ไม่มีสเตทเม้น
เราอยู่แบบใช้ค่ากินเงินวันละ 300 บาทแบบนี้ไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นงานที่บ้านเลยเลือกมาช่วยงานพ่อแทน
เราจะทำยังไงกับพ่อแม่ดี ให้เค้าเปลี่ยนความคิดยังไง
เรารู้สึกแย่ทุกครั้งเวลาคุยกับพ่อแม่ ไม่อยากเจอ อยากอยู่คนเดียว
เรารักน้องนะ แต่ลำพังเตือนน้องคนเดียวโดนมีพ่อแม่ให้ท้ายแบบนี้เราไม่ไหว
ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้เรารู้สึกเหมือนไม่ใช่คนในครอบครัว เหมือนเป็นลูกชัง
ตั้งแต่สมัยเรียนแม่กดดันให้เราใช้เงินประหยัด ดูแลตัวเอง ทำทุกอย่างด้วนตัวเอง แต่น้องนี่เลี้ยงดูตรงกันข้ามทุกอย่าง
ถูกยัดใส่สมองว่าเป็นพี่ต้องทำให้น้อง มีรายละเอียดยิบย่อยอีกเยอะที่ไม่ได้เล่า และเล่าไม่ได้
ล่าสุด แม่เพิ่งมาขอเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท และจะให้ส่งประกันให้
ภาระนี้พ่อแม่ควรคิดได้มั้ย ว่าควรแบ่งจ่ายกับน้อง
เราคุยกับน้องแล้ว แต่แม่พูดแค่ว่าน้องเงินน้อยกว่า แค่นั้นเอง ถึงน้องจะให้จ่ายน้อยกว่า หรือไม่มีจ่าย เราก็ไม่คิดเอาจากน้องหรอก แค่พ่อแม่ทำให้เท่าเทียมได้มั้ย
พ่อแม่ชอบลำเอียง เบื่อมาก จัดการความรู้สึกยังไงดี ยิ่งปลงเหมือนยิ่งแย่
ถึงแม้ว่าพ่อแม่แยกทางกันมานานแล้ว เรื่องลำเอียงผลักภาระ และ หน้าที่ยังเหมือนกันอยู่ดี
ลูก 2 คน ภาระไม่เท่ากัน ทำงานไม่เท่ากัน
เรา 2 คนพี่น้อง ช่วยกิจการพ่อค่ะ
เราทำหน้าที่เป็นทั้ง Sale Manager หายอด หาลูกค้า ดูแลหน้า-หลังการขาย
ทำยอดให้พ่อตลอดปีสม่ำเสมอ ทำงาน 7 วัน
ส่วนน้อง ติดเที่ยวเล่นบ้างเพราะเพิ่งเรียนจบ ได้ไม่นาน ทำงานกับที่บ้านมา 2 ปีแล้ว
ยังไม่มีผลงาน ทำงานตามที่พ่อสั่งเท่านั้น บางอย่างสั่งแต่ไม่ทำ
ไม่ค่อยรอบคอบกับงานเท่าไหร่ เป็นผลทำให้เราทำงานหนักมากขึ้น พ่อเอางานของน้องมาให้ทำบ้าง
ในเรื่องของการทำงานนั้นเราก็บ่นน้องตามประสาทั่วไป ทำไมทำงานไม่ครบ ตกหล่น พบาดในเรื่องเดิมๆ ไม่มีตวาดขึ้นเสียงใดๆทั้งสิ้น
ถึงจะบอกพ่อถึงปัญหาการทำงานน้องแล้ว ก็ไม่มีเกิดประโยชน์อะไร พ่อให้ใจเย็นกับน้อง ใจเย็นได้แต่งานที่น้องพลาดจะโยนให้เราแก้ไขทุกครั้ง
เหตุผลที่ไม่อยากให้น้องทำงานพลาด เพราะอยากคนในบ.เคารพ เชื่อถือน้องมากขึ้น ไม่อยากให้ใครนินทาเอาได้
ข้อดีของน้องคือ น้องเคารพเรามาก ไม่เถียงเราสักคำ ซึ่งเราเองก็โอเคตรงนี้
ทำใจแล้วว่า ต่อให้ผิดพลาดถ้าไม่เถียงจะพยายามเป็นคนเตือนเองทุกครั้งแต่แอบคาดหวังให้น้องพัฒนาขึ้นกว่านี้อีก
แต่นี่ยังไม่ใช่เหตุผลหลักที่บอกว่าพ่อแม่ลำเอียง
เหตุเพราะความไม่มั่นใจในตัวน้องของพ่อ พ่อจึงใช้วิธีแลกเปลี่ยนต่างๆกับการทำงานที่รอบคอบ (แต่ก็ไม่เคยรอบคอบ)
- ซื้อรถเงินสด
- ให้เงินเดือน 30k ให้เงินส่วนตัวพ่อไม่เกี่ยวกับเงินบ.
- เตรียมหาซื้อบ้าน คอนโด
- อยู่บ้านกับแม่ แต่น้องเลือกที่จะไม่อยู่เอง เพราะติดเพื่อน ไปเช่าคอนโด จ่ายเอง
ในขณะที่เรานั้น
- ซื้อรถผ่อนเอง
- คอนโดเช่า เดือนละ 10000 (บังคับไม่ให้เราซื้อบ้านและไม่ให้อยู่กับแม่ เหตุผลจะอธิบายด้านล่างฝั่งแม่อีกที)
- เงินเดือน+คอมมิชชั่นจากผลงานเราล้วน 120k+
เท่านี้เราก็รู้แล้ว พ่ออยากให้น้อง แค่มีเหตุที่ดูดีให้เราไม่ให้น้อยใจเท่านั้นเอง แต่เราปลงละค่ะ
มาถึงฝั่งแม่
แม่มีธุกิจเกี่ยวกับน้ำแข็ง ซึ่งเรากับน้อง ไม่ได้ขอเงินแม่ใช้แล้ว
พอมายุคโควิด น้ำแข็งบ้านเราโดนกระทบหนักมาก
จนบ้านอีกหลัง แม่ผ่อนไม่ไหว รู้ว่าปรึกษาน้องแล้วจะให้เราส่งบ้านที่เหลือให้หน่อย
เราน้อยใจมาก จริงๆเราผ่อนให้แม่สบายมาก เดือนละ 25k แต่อดคิดไม่ได้เลยว่า เราเงินเดือนมากกว่าแต่มันมาด้วยความรับผิดชอบเราทั้งนั้น
เราเชื่อว่าถ้าน้องรับผิดชอบเท่าเราน้องก็สามารถได้เงินเดือนเท่าเราแน่นอน เราไม่ติดใจไรทั้งนั้น
ในขณะที่ ทั้งพ่อแม่ไม่ปล่อยให้น้องเจอโลกความจริง ภาระทุกอย่างมาโยนให้เรา
เราเลยไปบอกพ่อ ว่าแม่ผ่อนบ้านไม่ไหวละนะ
ให้เราผ่อนคนเดียวเลยที่เหลืออยู่ พ่อพูดมาว่า ผ่อนไปเทอะ ทำเพื่อแม่
เราก็อือ คิดอยู่แล้วแหละ เป็นหน้าที่เราเพราะเงินเดือนเยอะกว่า แต่พ่อกลับพูดคำนึงแบบไม่น่าเชื่อออกมา
ให้เราผ่อนหมดแล้วยกบ้านให้น้องได้มั้ย เรา งง มาก
เสียใจมาก อะไรต่างๆนานาที่ครอบครัว 2 มาตรฐาน ทำให้เรานึกคิดย้อนมาหมด
ที่เราต้องออกมาอยู่ข้างนอก เพราะแม่โกรธพ่อ เอาเราไปทำงานช่วยพ่อคนเดียว ไม่ช่วยแม่บ้าง
ด่าทอ กดดัน แกล้งเรา สาระพัด ตอนเราอยู่ในบ้าน พ่อจึงเห็นว่าเราไม่สมาธิทำงานเลยให้ออกมา
เช่าคอนโด จ่ายเงินเอง ส่วนสาเหตุที่เพราะช่วยแม่ไม่ได้คือ แม่อยากให้ช่วยเราแค่ทำงาน แต่เงินเดือนไม่ได้ ไม่มีสเตทเม้น
เราอยู่แบบใช้ค่ากินเงินวันละ 300 บาทแบบนี้ไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นงานที่บ้านเลยเลือกมาช่วยงานพ่อแทน
เราจะทำยังไงกับพ่อแม่ดี ให้เค้าเปลี่ยนความคิดยังไง
เรารู้สึกแย่ทุกครั้งเวลาคุยกับพ่อแม่ ไม่อยากเจอ อยากอยู่คนเดียว
เรารักน้องนะ แต่ลำพังเตือนน้องคนเดียวโดนมีพ่อแม่ให้ท้ายแบบนี้เราไม่ไหว
ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้เรารู้สึกเหมือนไม่ใช่คนในครอบครัว เหมือนเป็นลูกชัง
ตั้งแต่สมัยเรียนแม่กดดันให้เราใช้เงินประหยัด ดูแลตัวเอง ทำทุกอย่างด้วนตัวเอง แต่น้องนี่เลี้ยงดูตรงกันข้ามทุกอย่าง
ถูกยัดใส่สมองว่าเป็นพี่ต้องทำให้น้อง มีรายละเอียดยิบย่อยอีกเยอะที่ไม่ได้เล่า และเล่าไม่ได้
ล่าสุด แม่เพิ่งมาขอเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท และจะให้ส่งประกันให้
ภาระนี้พ่อแม่ควรคิดได้มั้ย ว่าควรแบ่งจ่ายกับน้อง
เราคุยกับน้องแล้ว แต่แม่พูดแค่ว่าน้องเงินน้อยกว่า แค่นั้นเอง ถึงน้องจะให้จ่ายน้อยกว่า หรือไม่มีจ่าย เราก็ไม่คิดเอาจากน้องหรอก แค่พ่อแม่ทำให้เท่าเทียมได้มั้ย