หลายปีมาแล้วที่เราได้ยินปัญหาใหญ่ๆเรื่องของการบริการเรียกรถบ้านผ่านแอพพลิเคชั่น หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “แอพเรียกรถ” ผ่านสื่อต่างๆ โดยปัญหาที่ได้ยินมาเยอะที่สุดเลยคือ บริการเรียกรถบ้านผ่านแอพพลิเคชันดังกล่าว “ไม่ถูกกฏหมาย” ซึ่งตรงจุดนี้แหละที่คนที่ขับแอพเรียกรถเหล่านี้อยากให้ มีข้อกฏหมายมากำกับหรือเอาง่ายๆทำให้มัน ถูกกฎหมายสักทีหนึ่ง เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน แอพเรียกรถ ยังไม่ได้รับรองให้ถูกต้องตามกฎหมาย และประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 3 ประเทศของภูมิภาคอาเซียน (ไทย, เมียนมาร์, ลาว) ที่ยังไม่มีการรับรองให้แอพเรียกรถถูกกฎหมาย ส่วนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้มีกฎหมายรองรับเรียบร้อยแล้ว
แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น?
ยอมรับว่าไม่เห็นข่าวดังกล่าวเลยจนวันก่อนที่ อีเจี้ยบเลียบด่วน หยิบประเด็นดังกล่าวมาสอบถามลูกเพจของตัวเองถึงได้รู้ว่าภาครัฐฯกำลังดันให้ถูกกฎหมายแล้ว (ซะที) ซึ่งส่วนตัวเป็นผู้เดินทางคนหนึ่งที่ใช้บริการเป็นประจำอยู่แล้ว (ไม่เลือกเจ้านะ กด App ไหนอยู่ใกล้ไปหมด) แต่........เหมือนจะเข้าใจว่าบนบทกฎหมายตัวนึ้จะมีการจำกัดจำนวน (อย่างมาก) ให้กับผู้ที่นำรถบ้านออกมาให้บริการ ซึ่งหลังจากเห็นข่าวกัน หลายๆคนเริ่มมีข้อถกเถียงกันถึงความเหมาะสมของการจำกัดจำนวนรถบ้านที่ออกมาให้บริการ ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ขับ จนเป็นกระแสติด Trend twitter กันอยู่พักนึงเลยทีเดียว
แล้วจำกัดทำไม?
ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นคำถามที่สงสัยกันว่าเพราะอะไรละทำไมถึงต้องจำกัดจำนวนของรถบ้านที่มาให้บริการด้วย ซึ่งหลายๆความเห็นก็มีทิศทางที่แตกต่างกัน บ้างว่าเพื่อให้แท็กซี่ได้หากิน บ้างก็ว่าคุมไม่ให้รถมันเกิน อันนี้ส่วนตัวว่าไม่เกี่ยวเลยเพราะทุกอย่างแปรตามหลักอุปสงค์ อุปทาน คือ ถ้ามีผู้อยากใช้บริการผ่านแอพพลิเคลั่น มากคนขับตรงนี้ก็มีตามมาก กลับกันถ้าคนใช้น้อย คนขับก็เลิกขับกันจนปริมาณสมดุล การคุมจำนวน “ไม่น่าจะ” เอื้อประโยชน์ต่อเราๆผู้ใช้บริการ และ ยิ่งไม่น่าจะเอื้อประโยชน์กับแท็กซี่ และ รถบ้านที่มาขับเลย แล้วคำถามที่มีคือ จำกัดไปทำไม? และที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือกลับกลายเป็นอำนาจรัฐมนตรีในการกำหนดโควต้าตรงนี้? แทนที่จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด อันนี้จากข้อมูลที่มี ก็ให้ทุกท่านคิดกันต่อเอาเองเค้าจำกัดโควต้าทำไม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ใครอยากฟังเรื่องโควต้าข้ามไปนาทีที่ 6 ได้เลย
สุดท้ายจะจบอย่างไร?
ก่อนอื่นเลยที่รัฐฯควรรู้คือผู้ขับหลายๆท่านฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจปีนี้กับปีที่แล้วด้วยการออกมาให้บริการตรงนี้ ซึ่งเม็ดเงินถึงไม่เยอะมากก็เพียงพอเลี้ยงดูครอบครัวของผู้ขับได้ การจำกัดโควต้าตรงนี้ถ้ามันไม่ได้มีผลกระทบ หรือเหตุผลโดยตรงที่จะจำกัด ก็ควรปล่อยให้เป็นไปตามหลักอุปสงค์ อุปทานตามเดิมก่อนดีไหม? อย่างน้อยคนขับเหล่านั้นก็ยังได้มีเงินใช้เลี้ยงดูครอบครัวต่อไปสักระยะ ให้ฟ่าวิกฤตเศรษฐกิจตรงนี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยกลับมาพิจารณากันอีกทีก็ยังไม่สาย หากกระทู้นี้ผ่านตารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ ก็ถือซะว่าขอให้ช่วยคนไทยยามลำบากละกันครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://brandinside.asia/ride-hailing-in-thailand-research-by-conc/
https://www.facebook.com/272609309612079/posts/1601141000092230/?d=n
#Saveปากท้องคนไทย อาชีพสุจริตที่กำลังจะถูกจำกัดโควต้า?
แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น?
ยอมรับว่าไม่เห็นข่าวดังกล่าวเลยจนวันก่อนที่ อีเจี้ยบเลียบด่วน หยิบประเด็นดังกล่าวมาสอบถามลูกเพจของตัวเองถึงได้รู้ว่าภาครัฐฯกำลังดันให้ถูกกฎหมายแล้ว (ซะที) ซึ่งส่วนตัวเป็นผู้เดินทางคนหนึ่งที่ใช้บริการเป็นประจำอยู่แล้ว (ไม่เลือกเจ้านะ กด App ไหนอยู่ใกล้ไปหมด) แต่........เหมือนจะเข้าใจว่าบนบทกฎหมายตัวนึ้จะมีการจำกัดจำนวน (อย่างมาก) ให้กับผู้ที่นำรถบ้านออกมาให้บริการ ซึ่งหลังจากเห็นข่าวกัน หลายๆคนเริ่มมีข้อถกเถียงกันถึงความเหมาะสมของการจำกัดจำนวนรถบ้านที่ออกมาให้บริการ ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ขับ จนเป็นกระแสติด Trend twitter กันอยู่พักนึงเลยทีเดียว