JJNY : ทัพพม่าจับ“ซู จี” ปธน.-แกนนำพรรคโดนด้วย/‘เกียรติอนันต์’เปิดมุมมองศก.ไทย/สมุทรสาครยังพุ่ง814/กทม.ฝุ่นเกิน51พื้นที่

ทัพพม่าจับ “ซู จี” ประธานาธิบดี-แกนนำพรรคโดนด้วย หลังเพิ่งปัดลือรัฐประหาร 
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_5857914

 

ทัพพม่าจับ “ซู จี” ประธานาธิบดี-แกนนำพรรคโดนด้วย หลังเพิ่งปัดลือรัฐประหาร
 
ทัพพม่าจับ “ซู จี” - วันที่ 1 ก.พ. บีบีซี รายงานว่า โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) แถลงว่า นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของพม่า ถูกกองทัพจับกุมไม่นานก่อนการประชุมรัฐสภาชุดใหม่จะเปิดฉากในวันนี้ และเกิดขึ้นเพียง 2 วันภายหลังกองทัพพม่าออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือรัฐประหารเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา
 
นายเมียว ยุน โฆษกพรรคเอ็นแอลดี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ผ่านทางโทรศัพท์ว่า นางซู จี พร้อมด้วยประธานาธิบดีวิน มินต์ และแกนนำพรรค ถูกควบคุมตัวไปเมื่อช่วงเช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น “ผมอยากบอกกับผู้คนของเราว่าอย่าตอบโต้ด้วยความผลีผลาม และผมต้องการให้พวกเขาปฏิบัติตามกฎหมาย” นายเมียว ยุน กล่าว และระบุคากว่า ตนเองจะถูกจับกุมด้วยเช่นกัน
 
ด้าน นายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารบนท้องถนนในกรุงเนปิดอว์และนครย่างกุ้ง นอกจากนี้ระบบโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตถูกตัดขาดในพื้นที่เมืองหลวง และมีรายงานว่าทหารนำกำลังบุกบ้านพักของมุขมนตรีในหลายรัฐ ทั้งยังจับกุมมุขมนตรีและสมาชิกครอบครัวไปด้วย
 

 
‘เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว’ เปิดมุมมอง ศก.ไทย64 ยังไม่พ้นวิบาก…วัคซีนมาแต่เสี่ยงเจอภัยแล้ง มาตรการยังจำเป็น แต่ต้องชัด‘แจก’หรือ‘กระตุ้น’
https://www.matichon.co.th/economy/news_2556481
 
‘เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว’ เปิดมุมมอง ศก.ไทย64  ยังไม่พ้นวิบาก…วัคซีนมาแต่เสี่ยงเจอภัยแล้ง มาตรการยังจำเป็น แต่ต้องชัด‘แจก’หรือ‘กระตุ้น’
 
ตอนนี้รัฐบาลออกนโยบายโดยไม่ได้ใส่ยี่ห้อว่านี่คือมาตรการอะไร ทำให้คนสับสนและคาดหวังแตกต่างกันไป..การบอกว่ามาตรการต่างๆ ทำไปเพื่ออะไรเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจุดนี้ควรจัดการให้เร็วที่สุด
 
ผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อพุ่งสูง ทำให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศล็อกดาวน์บางพื้นที่ พร้อมมาตรการควบคุมเข้มข้น ดับฝันเศรษฐกิจไทยที่เดิมคาดว่า 2564 จะกลับมาเติบโตระดับ 4-4.5%!!
 
เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยบอบช้ำ ประชาชนเดือดร้อนไปมากกว่านี้ รัฐบาลจึงตัดสินใจออกมาตรการเพื่อบรรเทา และเยียวยาประชาชน ทั้งมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน อาทิ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าอินเตอร์เน็ต รวมถึงมาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับประชาชน โดยรัฐให้เงิน 7,000 บาทต่อคน ภายใต้โครงการเราชนะ คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 31.1 ล้านคน ใช้กรอบวงเงิน 2.1 แสนล้านบาท จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับผู้ประกอบการทั้งการพักชำระหนี้ และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำด้วย
 
⦁ เศรษฐกิจไทยปี 2564 ขยายตัวสูงสุด 2.5%
 
มติชน” มีโอกาสได้สัมภาษณ์ นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในมุมมองนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2564 โดยระบุว่าสามารถจะขยายตัวได้ที่ 2.5% ต่อปี โดยปัจจัยบวกหลัก คือการใช้นโยบายทางการคลัง และการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้ที่ยังมีเงินอยู่จึงเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ที่ 2-2.5% ต่อปี
 
ในทางกลับกัน ยังมีปัจจัยลบที่ทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจลดลงต่ำกว่านี้ได้ในอนาคต คือเรื่องของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันนั้น แม้แต่ประเทศเยอรมนีที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็ง คนของประเทศเขาเองก็บอกว่าตอนนี้เศรษฐกิจแย่มาก ต้องใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งเจอวิกฤตหนักขนาดนี้สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะไม่ดีและมีแนวโน้มที่จะลากยาว
 
ทั้งนี้ แต่ละปีรายได้ประเทศไทย 100% มาจากการท่องเที่ยวจากต่างชาติ 60-70% แต่พอเศรษฐกิจโลกไม่ดีนักท่องเที่ยวก็เข้ามาน้อยลง หมายความว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร และถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นมากนัก แต่ละประเทศก็ต้องพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศตนเอง ส่งผลให้การส่งออกไทยเติบโตได้ยากขึ้น การลงทุนจากต่างประเทศน้อยลง ส่วนภาคการท่องเที่ยวต่อให้เริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว ก็ไม่ได้เพิ่มในทันที ดังนั้นเศรษฐกิจไทยเติบโตที่ 2%-2.5% ต่อปี นั้นถือเป็นการคาดการณ์ที่ดีที่สุดแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยอาจจะลดลงเหลือเพียง 2% ต่อปี หากเจอปัจจัยเสี่ยงเรื่องภัยพิบัติ ภัยแล้ง และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำในปีนี้ อาจส่งผลให้การขยายตัวลดเหลือเพียง 1.5% ต่อปีได้ สิ่งเหล่านี้คือความเสี่ยงหลักที่ไทยจะเจอในทางเศรษฐกิจปีนี้
 
⦁ แนะรัฐฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง-ปิดบังใช้กม.คนผิด
 
นายเกียรติอนันต์แสดงความเห็นประเด็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ในทางเศรษฐศาสตร์ อย่างแรกเรื่องการฉีดให้ครบ 67 ล้านคนนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าสามารถเลือกให้เฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงสูงและกลุ่มที่สำคัญที่สุด แค่ 2-3 ล้านโดสแรกก็เพียงพอที่จะควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ เนื่องจากตอนระบาดหนักที่สุดของไทย ยอดผู้ติดเชื้อไม่ได้สูง เพราะมีการป้องกันตนเองที่ดีและอาจเพราะว่าคนไทยมีภูมิต้านทาน โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ
 
ในทางสถิติ การฉีดทั้ง 67 ล้านคน อาจจะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทำในทันที ถ้าในการระบาดครั้งแรกของไทย มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเหมือนใบไม้ร่วง คงต้องรับการฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็ว แต่พอดูตัวเลขทางสถิติโอกาสในการติดเชื้อจนเสียชีวิตในไทยนั้นต่ำ ดังนั้นจึงไม่มีความเร่งด่วนในการฉีดวัคซีน ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรฉีดให้ครบทุกคน แต่ด้วยเวลาและวัคซีนที่มีอย่างจำกัด อาจเลือกฉีดวัคซีนให้คนบางกลุ่มก่อนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
 
นอกจากวัคซีนการป้องกันการระบาดแล้ว มาตรการสำคัญที่ควรทำควบคู่ไปด้วย คือมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวด สำหรับคนที่ไม่ป้องกันตนเองและก่อให้เกิดการระบาดเพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่าซุปเปอร์สเปรดเดอร์ ซึ่งน่ากังวลกว่า
 
มาตรการวัคซีนทางสาธารณสุขนั้นยังไม่เป็นผลเท่าวัคซีนทางกฎหมาย ถ้ากฎหมายมีความเข้มข้นจะช่วยให้การแพร่ระบาดลดลงได้เยอะ ถ้าใครผิดก็ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นตัวอย่าง และช่วยหยุดการแพร่ระบาดได้ เพราะแต่ละครั้งเกิดจากกลุ่ม (คลัสเตอร์) ที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่เพราะคนไทยไม่มีการป้องกัน ดังนั้นสิ่งที่รัฐควรทำคือการใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ทั่วหน้า ทั่วถึง เป็นธรรม และฉับไว กฎหมายการควบคุมการแพร่ระบาดนั้น อาจจะสำคัญกว่าการมีวัคซีนสำหรับทุกคนเสียด้วยซ้ำ” นายเกียรติอนันต์ระบุ
 
⦁ อานิสงส์วัคซีน ท่องเที่ยวเริ่มฟื้น
 
นายเกียรติอนันต์ระบุด้วยว่า การที่รัฐบาลคาดการณ์ช่วงปลายปีสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อาจจะดีขึ้นและจะมีนักท่องเที่ยวกลับมานั้น เห็นด้วยบางส่วน เพราะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นเป้าหมายของไทย ประเทศต้นทางได้ฉีดวัคซีนให้ประชากรของตนเองเพียงพอหรือยัง และวัคซีนที่ฉีดไปแล้วสามารถป้องกันเชื้อคนละสายพันธุ์ได้หรือไม่ นี่คือประเด็นที่ยังไม่ทราบผลที่แน่ชัด
 
เพราะฉะนั้นเชื่อว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยบ้าง แต่จะมาอย่างระมัดระวัง และไม่ได้เข้ามาทีเดียวพร้อมกัน 30 ล้านคนตามที่เคยเข้ามา จะมาแค่กลุ่มเล็กเท่านั้น แม้ว่าไทยควบคุมการระบาดได้ระดับหนึ่งแต่หลังจากที่องค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับไวรัสโควิด-19 ให้เป็นการระบาดครั้งใหญ่อาจต้องใช้เวลาถึง 10-18 เดือนกว่าสถานการณ์จะปกติ ดังนั้นการท่องเที่ยวจะกลับมาได้ต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีข้างหน้า
 
ทั้งนี้ หากภายในปลายปี 2564 ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงได้ครบหมด กับมาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นเป็นไปได้ว่าการท่องเที่ยวในประเทศอาจจะกลับมาคึกคัก และคนไทยอาจจะกล้าใช้เงินมากขึ้น ซึ่งกำลังซื้อที่ทุกคนเก็บไว้รอใช้อาจจะกลับคืนมาจึงมองว่ามีโอกาสที่การบริโภคภายในประเทศอาจจะดีขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาในไทยเท่าไร ไม่อาจเดาได้เพราะปัจจัยเสี่ยงทั้งภายใน-ภายนอกมีมาก ต่อให้ไทยควบคุมโควิด-19 ได้และเปิดประเทศแล้ว แต่คงไม่ได้ขอวีซ่าเข้ามาทันที เพราะสถานการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการระบาดของโควิด-19 แต่เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกแย่ตามไปด้วยเหมือนกัน จึงยังไม่ทราบว่ากำลังซื้อของกลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยวเป้าหมายมากน้อยแค่ไหนและจะมีเงินพอมาท่องเที่ยวหรือไม่
 
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่กล่าวถึงน้อย แต่สำคัญไม่แพ้กัน คือประเทศในกลุ่มอาเซียน อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม มีมุมมองแบบเดียวกับไทยว่าหากทุกอย่างดีขึ้น การหารายได้หลักคือส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศจำนวนมาก เพราะการท่องเที่ยวทำให้เงินถึงมือคนทันที เมื่อเทียบกับการส่งออกสินค้าที่กว่าจะได้เงินต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นไทยจะต้องแข่งขัน แย่งชิงเรื่องนักท่องเที่ยวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ยังไม่ทราบว่าถ้าสถานการณ์นี้เกิดขึ้น ไทยจะมีกำลังเพียงพอแย่งนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาได้แค่ไหน
 
⦁ แนะรัฐสื่อสารมาตรการถึงกลุ่มเป้าหมาย
 
นายเกียรติอนันต์แสดงความเห็นด้วยว่า มาตรการที่ผ่านมาของรัฐบาล อาจล้มลุกคลุกคลาน ไม่ตรงกลุ่มบ้างทำให้รัฐบาลโดนโจมตี แต่ต้องมองว่าเหตุการณ์โควิด-19 ไม่มีใครเคยเจอมาก่อน ไม่รู้ว่าจะเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กำลังซื้อเป็นศูนย์ ดังนั้นการลองของรัฐบาลครั้งแรกแล้วผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ หลายประเทศทดลองต่างล้มเหลวคล้ายกัน หลังจากนั้นมาตรการจะเริ่มตรงจุดมากขึ้น แต่เจอปัญหาความไม่ทั่วถึงแทน ดังนั้นอยากเสนอให้รัฐบาลออกแบบมาตรการมาหลายชุด แล้วนำมากางให้ประชาชนได้เห็นว่ามีมาตรการที่ตอบโจทย์คนแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันและครบถ้วน อาจทำให้เกิดความทั่วถึงได้
 
การที่รัฐบาลออกมาตรการทีละชุด คนที่ยังไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายและไม่ได้เงิน จะรู้สึกว่าทำไมไม่ได้รับการเยียวยาเสียที จึงอยากเห็นชุดมาตรการของรัฐบาลที่ออกมาเฉพาะกลุ่ม คลี่ออกมาพร้อมกันว่าคนนี้กลุ่มนั้นจะได้รับอะไรบ้าง อาทิ โครงการคนละครึ่งใช้กลยุทธ์ดึงให้คนใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น รัฐช่วยออกครึ่งหนึ่ง ไม่ได้เป็นมาตรการที่ช่วยคนมีรายได้น้อยเพียงแต่เอาเงินล่อเงินเพื่อที่จะกระตุ้นให้คนเอาเงินมาใช้มากขึ้น
 
มาตรการหนึ่งที่ควรทำ คือการช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ปิดโรงเรียน ให้เรียนออนไลน์จากบ้าน ผู้ปกครองต้องดูแลลูกเอง รัฐบาลยังไม่ได้พูดถึงการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้หรือเงินชดเชยเงินสนับสนุนพ่อแม่ที่ต้องดูแลลูก มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นจากการเรียนออนไลน์
 
การออกมาตรการต้องระบุว่าทั้งประเทศ 67 ล้านคนมีคนเดือดร้อนจริงกี่คน แต่ละคนเดือดร้อนแบบไหน แต่ละกลุ่มคนควรใช้นโยบายอะไร ใช้การเยียวยาหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะการสื่อสารไม่ดีหรือไม่ จึงทำให้คนสับสน แล้วนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาประเมินด้วยมาตรฐานของการเยียวยา ทำให้คิดว่าการเยียวยาต้องทั่วถึง จึงอยากให้มีการสื่อสารที่ชัดเจนว่านี่คือการเยียวยาหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายเกียรติอนันต์เน้นย้ำ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่