สวัสดีค่ะ
ขอออกตัวก่อนว่า ไอดีนี้ เป็นไอดีของน้องสาวจขกท.นะคะ (ดิฉันอ่านพันทิปบ่อยๆ แต่ไม่เคยตั้งกระทู้เอง เลยไม่เคยได้สมัครไอดีไว้ค่ะ)
ดิฉันมีลูกชาย1คน อายุ5ขวบ ปัจจุบันได้หย่าร้างกับพ่อเด็กเรียบร้อย เนื่องจากพ่อเด็กติดเพื่อน ติดสุราหนักมากในระยะหลัง และมีเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อย แต่เลิกกันด้วยดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร และ ณ ปัจจุบันเขามีแฟนใหม่ โดยที่เรายังติดต่อเรื่องลูกกันบ้าง เขาจะทำหน้าที่ส่งลูกเราไปโรงเรียนทุกเช้า และรับไปอยู่ด้วยวันเสาร์ อาทิตย์ค่ะ (แฟนใหม่เขาเข้ากับลูกเราได้ค่ะ ลูกเราแฮปปี้ดีทุกครั้งที่กลับมาในวันอาทิตย์)
และเรามีแฟนใหม่ค่ะ คบมาประมาณ3-4ปี เขาอายุเยอะกว่าเรา5ปี (เรา27ค่ะ)
เขารับรู้ รับทราบว่าเราเคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว และทางครอบครัวของเขาก็รู้ด้วยค่ะ(ช่วงแรกไม่ยอมรับ แต่ตอนนี้ คุยกันได้แล้วค่ะ มีไปมาหากันบ้าง) เขากับลูกชายเรามีเจอกันเรื่อยๆ ได้ไปเที่ยวด้วยกัน และระหว่างอยู่ด้วยกัน เราก็ไม่เห็นปัญหาอะไร ลูกเราก็เข้ากับเขาได้ดี แฟนเราก็ไม่ได้บ่นอะไรด้วยค่ะ
เราจะอยู่กับแฟนในวันเสาร์ อาทิตย์ ช่วงที่ลูกเราไปอยู่กับพ่อของเขาค่ะ บางทีวันธรรมดาก็มาอยู่ด้วยบ้าง ลูกเราก็จะอยู่กับแม่ของเราค่ะ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ปกติดี
เรากับแฟนคุยกันเรื่องซื้อบ้านเป็นของตัวเองมาซักพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ(แฟนอยู่ห้องพักค่ะ เขาซื้อห้องพักไว้)
เราก็เห็นด้วยค่ะ โดยเราบอกไปว่าถ้าตอนนี้เลยเรายังไม่พร้อม เพราะเรายังผ่อนรถอยู่(รถเราเองค่ะ เรากับแฟนมีรถคนละคัน) และต้องให้เงินกับทางบ้านของเราทุกเดือนด้วย ไหนจะมีลูกชายอีก
เรากับแฟนมีบัญชีคู่ด้วยกัน ฝากเท่ากันทุกเดือน เพิ่มขึ้นปีละ1,000บาท ตอนนี้คือคนละ4,000บาท/เดือนนะคะ ใช้กระเป๋าแยกกันค่ะ เราจ่ายค่าข้าวของในบ้านให้เขาเอง(พวก สบู่ ฯลฯ) แต่เวลาไปทานข้าวกันเขาจ่ายทั้งหมด ส่วนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไม่นับกันค่ะ เวลาไปเที่ยว เช่นกันค่ะ หาร2
เข้าเรื่องต่อ เราบอกเขาไปว่าค่อยๆ เก็บเงินไปก่อน บัญชีคู่ขยับไปปีละ1,000 ถ้าเก็บได้เดือนละ 8,000/คน โดยที่ไม่เดือดร้อนอะไร ไม่เดือนชนเดือน และบริหารเงินได้อยู่ตัวแล้ว ค่อยซื้อได้ไหม ไม่อยากซื้อแล้วต้องเครียดเงินไม่พอ (เพราะยังมีบางช่วงที่ดิฉันชักหน้าไม่ถึงหลังบ้างอยู่เลย จึงอยากจะเซฟๆ ไว้ดีกว่า)
เขาตอบเราว่า "งั้นอยู่ห้องพักแบบนี้ต่อไปเถอะ คงอีกนาน"
ดิฉันเลยตอบว่า "ใจเย็นๆ เก็บอีก4-5ปีก็มั่นใจแล้ว ให้มั่นใจเลยดีกว่าซื้อไปแล้วต้องเครียด จ่ายค่าบ้านอย่างเดียวไม่ได้ไปไหน"
เขาถามเรากลับว่า "เธอใช้เงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ"
เราตอบว่า "เรามีจ่ายค่ารถ กับให้เงินทางบ้าน แล้วเธออย่าลืมนะ เรามีลูกชายแล้วด้วยคนนึงที่ต้องรับผิดชอบเค้า"
เขาตอบเราว่า "เออ...ก็เธอมันมีครอบครัวแล้วหนิ"
จบการสนทนาที่ต่างคนต่างเงียบ
แล้วหลังจากวันนั้นก็รู้สึกอึดอัดๆ กันมาจะเกือบเดือนแล้วค่ะ คือยังคุยกันอยู่ และเสาร์อาทิตย์เราไปหากัน แต่คุยกันน้อยลงและบรรยากาศดูอึดอัดค่ะ
มานึกดูก่อนหน้าก็เคยคุยเรื่องทำนองนี้แล้วก็เงียบไปตอนพูดถึงลูกชายเรา
ถ้าต้องเลือกจริงๆ เราก็ต้องเลือกลูกชายเราก่อนค่ะ วัยกำลังน่ารักเลย เวลาคุยเรื่องบ้านทีไรจบไม่ค่อยสวยทุกทีตลอด
ควรทำยังไงดีคะ
คือตอนนี้ใจบางทีคิดว่า เลิกๆ ไปเลยดีกว่าให้มันจบๆ หรือค่อยๆ คุยกันดีๆ จนได้บทสรุปดีกว่าคะ
จริงๆ เราก็รักเขาแหละ ไม่ได้อยากเลิกกัน แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้อยากจะให้มีลูกชายเราอยู่ด้วย ยังไงยังงั้นเลยค่ะ...
ลูกของฉัน กับการสร้างครอบครัวใหม่
ขอออกตัวก่อนว่า ไอดีนี้ เป็นไอดีของน้องสาวจขกท.นะคะ (ดิฉันอ่านพันทิปบ่อยๆ แต่ไม่เคยตั้งกระทู้เอง เลยไม่เคยได้สมัครไอดีไว้ค่ะ)
ดิฉันมีลูกชาย1คน อายุ5ขวบ ปัจจุบันได้หย่าร้างกับพ่อเด็กเรียบร้อย เนื่องจากพ่อเด็กติดเพื่อน ติดสุราหนักมากในระยะหลัง และมีเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อย แต่เลิกกันด้วยดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร และ ณ ปัจจุบันเขามีแฟนใหม่ โดยที่เรายังติดต่อเรื่องลูกกันบ้าง เขาจะทำหน้าที่ส่งลูกเราไปโรงเรียนทุกเช้า และรับไปอยู่ด้วยวันเสาร์ อาทิตย์ค่ะ (แฟนใหม่เขาเข้ากับลูกเราได้ค่ะ ลูกเราแฮปปี้ดีทุกครั้งที่กลับมาในวันอาทิตย์)
และเรามีแฟนใหม่ค่ะ คบมาประมาณ3-4ปี เขาอายุเยอะกว่าเรา5ปี (เรา27ค่ะ)
เขารับรู้ รับทราบว่าเราเคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว และทางครอบครัวของเขาก็รู้ด้วยค่ะ(ช่วงแรกไม่ยอมรับ แต่ตอนนี้ คุยกันได้แล้วค่ะ มีไปมาหากันบ้าง) เขากับลูกชายเรามีเจอกันเรื่อยๆ ได้ไปเที่ยวด้วยกัน และระหว่างอยู่ด้วยกัน เราก็ไม่เห็นปัญหาอะไร ลูกเราก็เข้ากับเขาได้ดี แฟนเราก็ไม่ได้บ่นอะไรด้วยค่ะ
เราจะอยู่กับแฟนในวันเสาร์ อาทิตย์ ช่วงที่ลูกเราไปอยู่กับพ่อของเขาค่ะ บางทีวันธรรมดาก็มาอยู่ด้วยบ้าง ลูกเราก็จะอยู่กับแม่ของเราค่ะ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ปกติดี
เรากับแฟนคุยกันเรื่องซื้อบ้านเป็นของตัวเองมาซักพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ(แฟนอยู่ห้องพักค่ะ เขาซื้อห้องพักไว้)
เราก็เห็นด้วยค่ะ โดยเราบอกไปว่าถ้าตอนนี้เลยเรายังไม่พร้อม เพราะเรายังผ่อนรถอยู่(รถเราเองค่ะ เรากับแฟนมีรถคนละคัน) และต้องให้เงินกับทางบ้านของเราทุกเดือนด้วย ไหนจะมีลูกชายอีก
เรากับแฟนมีบัญชีคู่ด้วยกัน ฝากเท่ากันทุกเดือน เพิ่มขึ้นปีละ1,000บาท ตอนนี้คือคนละ4,000บาท/เดือนนะคะ ใช้กระเป๋าแยกกันค่ะ เราจ่ายค่าข้าวของในบ้านให้เขาเอง(พวก สบู่ ฯลฯ) แต่เวลาไปทานข้าวกันเขาจ่ายทั้งหมด ส่วนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไม่นับกันค่ะ เวลาไปเที่ยว เช่นกันค่ะ หาร2
เข้าเรื่องต่อ เราบอกเขาไปว่าค่อยๆ เก็บเงินไปก่อน บัญชีคู่ขยับไปปีละ1,000 ถ้าเก็บได้เดือนละ 8,000/คน โดยที่ไม่เดือดร้อนอะไร ไม่เดือนชนเดือน และบริหารเงินได้อยู่ตัวแล้ว ค่อยซื้อได้ไหม ไม่อยากซื้อแล้วต้องเครียดเงินไม่พอ (เพราะยังมีบางช่วงที่ดิฉันชักหน้าไม่ถึงหลังบ้างอยู่เลย จึงอยากจะเซฟๆ ไว้ดีกว่า)
เขาตอบเราว่า "งั้นอยู่ห้องพักแบบนี้ต่อไปเถอะ คงอีกนาน"
ดิฉันเลยตอบว่า "ใจเย็นๆ เก็บอีก4-5ปีก็มั่นใจแล้ว ให้มั่นใจเลยดีกว่าซื้อไปแล้วต้องเครียด จ่ายค่าบ้านอย่างเดียวไม่ได้ไปไหน"
เขาถามเรากลับว่า "เธอใช้เงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ"
เราตอบว่า "เรามีจ่ายค่ารถ กับให้เงินทางบ้าน แล้วเธออย่าลืมนะ เรามีลูกชายแล้วด้วยคนนึงที่ต้องรับผิดชอบเค้า"
เขาตอบเราว่า "เออ...ก็เธอมันมีครอบครัวแล้วหนิ"
จบการสนทนาที่ต่างคนต่างเงียบ
แล้วหลังจากวันนั้นก็รู้สึกอึดอัดๆ กันมาจะเกือบเดือนแล้วค่ะ คือยังคุยกันอยู่ และเสาร์อาทิตย์เราไปหากัน แต่คุยกันน้อยลงและบรรยากาศดูอึดอัดค่ะ
มานึกดูก่อนหน้าก็เคยคุยเรื่องทำนองนี้แล้วก็เงียบไปตอนพูดถึงลูกชายเรา
ถ้าต้องเลือกจริงๆ เราก็ต้องเลือกลูกชายเราก่อนค่ะ วัยกำลังน่ารักเลย เวลาคุยเรื่องบ้านทีไรจบไม่ค่อยสวยทุกทีตลอด
ควรทำยังไงดีคะ
คือตอนนี้ใจบางทีคิดว่า เลิกๆ ไปเลยดีกว่าให้มันจบๆ หรือค่อยๆ คุยกันดีๆ จนได้บทสรุปดีกว่าคะ
จริงๆ เราก็รักเขาแหละ ไม่ได้อยากเลิกกัน แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้อยากจะให้มีลูกชายเราอยู่ด้วย ยังไงยังงั้นเลยค่ะ...