JJNY : 5in1 ปิดกิจการ-ตกงานเพียบ/สปาภูเก็ต-พัทยาปิด80%/ครป.แนะเก็บภาษีทรัพย์สินมหาเศรษฐี/วิโรจน์ให้7วันอนุทิน/สิระโดนอีก

กระทู้ข่าว
ปิดกิจการ-ตกงานเพียบ วอนรัฐแจกเงินเหมือนคนละครึ่ง7พันถึง1หมื่นบาท 
https://www.khaosod.co.th/economics/news_5821229

‘แอตต้า’จ่อคุย‘อนุทิน’ดันวัคซีนพาสปอร์ตก่อนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ‘สทท.’ชี้ท่องเที่ยวทรุด คนตกงานแล้ว 2 ล้าน โควิด 2 ระลอกกระทบท่องเที่ยวหนักสุด ยอดปิดกิจการ-ตกงานเพียบ วอนรัฐแจกเงินเหมือนคนละครึ่ง 7 พันถึง 1 หมื่นบาท
 
วันที่ 26 ม.ค.2564 นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า วันที่ 27 ม.ค.2564 จะเดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เพื่อหารือเรื่องพาสปอร์ตวัคซีน (Vaccine Passport) เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วสามารถเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว เพราะขณะนี้มีหลายประเทศกำลังดำเนินการเดินหน้าเปิดรับนักท่องเที่ยว หวังฟื้นเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 อาทิ ไอซ์แลนด์ และสิงคโปร์ เป็นต้น รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะฉีดวัคซีนให้คนไทย โดยกลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์และในพื้นที่สีแดงต้องมาก่อน แต่อยากให้กำหนดพื้นที่ท่องเที่ยวเป็นรายต่อไป อาทิ ภูเก็ต สมุย กระบี่ เป็นต้น เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ นักท่องเที่ยว เพื่อสร้งความเชื่อมั่นให้กับคนที่จะเดินทางเข้าไทย เป็นกลุ่มถัดไป
 
ด้านนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ช่วงปลายปีส่งผลให้ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยปี 2563 ที่ผ่านมาสทท.ประเมินว่า จะมีแรงงานในภาคการท่องเที่ยวตกงานอย่างแน่นอน 2 ล้านคน จากการปิดกิจการของธุรกิจท่องเที่ยวหลายประเภท เพราะส่วนใหญ่ไม่มีทุนเพียงพอที่จะรักษาการจ้างงานได้ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ
 
ขณะที่ น.ส.ผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ระบุว่า การสำรวจผลกระทบของโควิด-19 ไตรมาสที่ 4 ปี 2563 กิจการท่องเที่ยวได้ปิดกิจการ ทั้งชั่วคราว ถาวร และเปลี่ยนไปทำธุรกิจอย่างอื่นแทนแล้วสูงถึง 15% ที่เหลืออีก 85% ยังเปิดอยู่ ซึ่งจำนวนกิจการที่ปิดไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่เป็นบริษัทนำเที่ยว 23% สถานบันเทิง 22% และสปา/นวดแผนไทย 21% กิจการที่ยังเปิดปกติอยู่สูงถึง 85% บางส่วนที่ไม่ได้ประกอบกิจการและไม่มีรายได้
 
เมื่อพิจารณาถึงจำนวนแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ พบว่า กรณีแรกที่ต้องตกงานเพราะสถานประกอบการปิดกิจการลง มีประมาณ 13% ของสถานประกอบการทั่วประเทศ คิดเป็นจำนวนแรงงานในเบื้องต้นกว่า 5.2 แสนคน กรณีที่ 2 คือสถานประกอบการที่เปิดกิจการอยู่ 85% กว่าครึ่งลดจำนวนแรงงานลง ประมาณ 5.2 แสนคน ดังนั้นเมื่อรวมกันจะทำให้ในไตรมาสที่ 4 มีแรงงานตกงานแล้ว 1.04 ล้านคน และไตรมาสแรก ปี 2564 มีแนวโน้มว่าสถานประกอบการท่องเที่ยวมีความเสี่ยงต้องปิดกิจการเพิ่มขึ้น อาจมีการตกงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านคน
 
ส่วน นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธาน สทท. และนายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโรงแรมส่วนใหญ่ยังคงปิดกิจการชั่วคราว โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวทางภาคใต้ ทั้งภูเก็ต กระบี่ และพังงา แต่ก็เชื่อว่า สถานการณ์คงจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติไตรมาสสุดท้ายปีนี้ จึงเตรียมเสนอรัฐบาลให้ช่วยสนับสนุนค่าจ้างแรงงานในระบบประกันสังคมในสัดส่วนครึ่งหนึ่ง หรือไม่เกิน 7,500 บาท/คน เป็นระยะเวลา 1 ปี ครอบคลุมแรงงาน 8 แสนคน เพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ
 
อย่างไรก็ตาม สทท. ยังจัดทำข้อเสนออื่นๆ เพื่อเสนอรัฐบาลพิจารณา เช่น การจัดทำธนาคารแรงงานท่องเที่ยว เพื่อรวบรวมจำนวนแรงงานที่ตกงานในสาขาท่องเที่ยวทุกประเภทมารวมกันให้ผู้ประกอบการจะได้เข้ามาเลือก ส่วนแรงงานที่เหลือก็สามารถนำไปพัฒนาทักษะ เพื่อให้ได้อาชีพใหม่ทดแทนอาชีพเดิม อีกทั้ง สทท.ยังขอให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือจ้างแรงงานที่มีทักษะไปช่วยพัฒนาท่องเที่ยวในท้องถิ่น เช่น นำเชฟจากโรงแรม 5 ดาวไปสร้างเมนูอาหารให้ชุมชน หรือพัฒนาไกด์เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เล่าเรื่องท่องเที่ยว และเสนอปรับเราเที่ยวด้วยกันเหมือนคนละครึ่ง คือรัฐเติมเงินเข้าแอปเป๋าตังให้ไปเที่ยวคนละ 7,000-10,000 บาท ไปใช้ลดค่าสินค้าและบริการใช้วันหยุดได้ลด 40% วันธรรมดาลด 50%
 

 
ธุรกิจสปาสูญ 5 พันล้าน ภูเก็ต-พัทยา ซบหนักปิดกิจการ 80 %
https://www.prachachat.net/local-economy/news-599329
 
โควิดพ่นพิษธุรกิจ “ร้านสปา” ทรุดหนัก ผู้ประกอบการจังหวัดภูเก็ตระบุสูญรายได้รวมกว่า 5,000 ล้าน/ปีนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติไม่กล้าใช้บริการ
 
ด้านผู้ประกอบการเมืองพัทยาแห่ปิดกิจการชั่วคราวกว่า 50% วอนรัฐบาลช่วยเหลือพักชำระหนี้-เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ชี้แนวโน้มธุรกิจฟื้นตัวยากพนักงานหายมากกว่าครึ่ง คาดสถานการณ์ดีขึ้นกลางปี’65
 
ภูเก็ตตายสนิทสูญ 5 พันล้าน
 
นางรัตนดา ชูบาล นายกสมาคมสปาเพื่อสุขภาพภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ภาพรวมธุรกิจร้านสปาจังหวัดภูเก็ตปิดตัวชั่วคราวกว่า 80% จากเดิมเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี
 
ตอนนี้รายได้กลายเป็นศูนย์ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 95% คนไทย 5% แต่ปัจจุบันไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเลย และช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชาวไทยประหยัดค่าใช้จ่ายและไม่กล้าเดินทางออกจากบ้าน อีกทั้งตอนนี้ธุรกิจสปาถูกดิสรัปต์ไป
 
โดยผู้ใช้บริการระหว่างลูกค้ากับพนักงานต่างคนต่างไม่ไว้ใจกัน เพราะกลัวการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แนวโน้มธุรกิจจึงน่าจะฟื้นตัวยาก
 
สถานการณ์คงเหมือนกันเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดมีรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการหรือมาตรการของภาครัฐไม่มีส่วนในการช่วยเหลือธุรกิจสปาเลย
 
อาทิ โครงการเที่ยวด้วยกัน โครงการคนละครึ่ง แต่ล่าสุดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ได้มีการเพิ่มวงเงินและเงื่อนไขในการใช้คูปองให้สามารถใช้ในธุรกิจสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพได้ แต่ก็มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่มาอีก เราก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา 
 
อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือในเรื่องการพักชำระหนี้ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพราะผู้ประกอบการยังต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายอยู่ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ร้านสปาบางแห่งที่ยังเปิดให้บริการก็ต้องดูแลพนักงานและจ่ายเงินเดือน ตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งก็จะมีการแก้ปัญหาแตกต่างกันออกไป
 
สำหรับธุรกิจร้านสปาและร้านนวดเพื่อสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต มีการขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายประมาณ 600 แห่ง แบ่งเป็นร้านสปา 150 แห่ง และร้านนวดเพื่อสุขภาพประมาณ 450 แห่ง มีพนักงานเกือบ 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด 80%
 
ตอนนี้ก็มีการปรับตัวไปทำธุรกิจอย่างอื่น เช่น ขายของออนไลน์ ขายอาหาร เป็นต้น คนออกจากวงการสปาไปเยอะมาก ตอนนี้ที่ยังเป็นพนักงานอยู่ก็ประมาณ 1,000-2,000 คน
 
พัทยาโอด นักท่องเที่ยวหาย
 
นายชัยรัตน์ รัตโนภาส นายกสมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก และเจ้าของสปา ศิลาวดี พัทยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจสปาในพัทยาและพื้นที่จังหวัดชลบุรีอาศัยนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ในการระบาดของโควิด-19 รอบแรก
 
ผู้ประกอบการปิดตัวชั่วคราวเกินกว่า 50% มีบางร้านหันมารับนักท่องเที่ยวไทย แต่คนไทยก็มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมไปถึงประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น ธุรกิจจึงไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้มากนัก
 
และช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเกิดการระบาดรอบใหม่ โดยภาพรวมปิดทำการเกือบทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบในระยะยาวจนเกิดความเสียหาย 100% ไม่ว่าจะเป็นร้านขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงขนาดใหญ่
 
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหลายรายลดขนาดกิจการลงมาเกินกว่าครึ่งทั้งขนาดและจำนวนพนักงาน พนักงานหลายคนที่ส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดินทางกลับภูมิลำเนาตนเองไป และไม่แน่ว่าหลังจากสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับเข้ามาทำงานในพื้นที่อีกครั้งหรือไม่
 
ทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ โดยภาพรวมคาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการได้กลางปี-ปลายปี 2565 แต่ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนของผู้ใช้บริการว่าจะมีหรือไม่
 
นายชัยรัตน์กล่าวว่า ตามปกติของธุรกิจสปาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวรับนักท่องเที่ยวไม่ขาดสาย รวมถึงลูกค้าจากกรุ๊ปทัวร์ด้วย รายได้ของพนักงานเฉลี่ยไม่รวมทิปประมาณ 35,000 บาท/คน
 
สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดมหาศาล แต่เมื่อธุรกิจชะลอตัวไปกว่าจะฟื้นตัวกลับมาหลังโควิด-19 น่าจะค่อนข้างยาก เหมือนต้องมาเริ่มนับ 1 ใหม่อีกครั้ง เพราะรัฐบาลยังไม่มีนโยบายเข้ามาบรรเทาความเดือดร้อนในธุรกิจกลุ่มนี้ มีเพียงมาตรการป้องกันการระบาดของโรคเข้ามาควบคุม
 
ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงปัจจุบันในตอนนี้ เราก็มีร้องเรียนถึงรัฐมนตรีแรงงานโดยอยากรักษาธุรกิจไว้ รักษาสถานภาพการเป็นลูกจ้าง-นายจ้างไว้ ไม่อยากให้พนักงานออกไปนอกระบบ อยากให้รัฐบาลอาจจะช่วยผู้ประกอบการสักครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น การพักชำระดอกเบี้ย
 
หรือลดดอกเบี้ยลง แม้ผู้ประกอบการหลายรายจะได้ซอฟต์โลนมา แต่เลือดก็ยังไหลไม่หยุด เพราะรายจ่ายมีเยอะมาก ส่วนรายได้ไม่มี ข้อเรียกร้องดังกล่าวเขาบอกต้องไปคุยกับธนาคารเอง
 
ซึ่งอำนาจการต่อรองของผู้ประกอบการกับเจ้าหนี้นั้นมีน้อย นอกจากนี้ โครงการของภาครัฐอย่างโครงการประชารัฐเราเที่ยวด้วยกัน เราก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เรียกได้ว่าไม่ได้รับอานิสงส์อะไรเลย
 
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของธุรกิจสปาทั้งประเทศเรียกได้ว่าน่าจะสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจไทยมากถึง 3-4 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วนของพัทยาอยู่ประมาณ 20% หรือติด 1 ใน 3 ของเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมากที่สุดของประเทศไทย
 
รวมการจ้างงานของธุรกิจนี้ทั้งจังหวัดชลบุรี 4-5 พันคน เป็นสมาชิกสมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก โดยไม่นับรวมที่ไม่ได้จดทะเบียนประมาณ 30 แห่ง จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีข้อมูลล่าสุดของผู้ประกอบการว่าจะเหลืออยู่กี่ราย และจะกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้งเมื่อไหร่
 

 
เลขา ครป. แนะเก็บภาษีทรัพย์สินมหาเศรษฐี อัตราก้าวหน้า ทำรายได้เพิ่มกว่า 2 แสนล้าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_2547668
 
เลขา ครป. แนะเก็บภาษีทรัพย์สินมหาเศรษฐี อัตราก้าวหน้า ทำรายได้เพิ่มกว่า 2 แสนล้าน งง มาตรการสกัดโควิดเลือกปฏิบัติ
 
เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงข้อเสนอต่อรัฐบาลในสถานการณ์โควิดว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดและวิกฤตความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นใจกลางปัญหาหลักเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ที่ได้รับผลกระทบ ตกงานและว่างงานจำนวนมาก ตนมีความเห็นต่อรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน คือ รัฐบาลจะต้องสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์วิกฤตอย่างตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ทุกโครงการ อย่าฉวยโอกาสใช้วิกฤตสังคมเอื้อประโยชน์ส่วนตน โดยเฉพาะในโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ การสัมปทานโครงการและการร่วมทุนกับเอกชนรายต่างๆ
 
“เท่าที่ติดตามอยู่ในขณะนี้ น่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายและฮั้วกับเอกชนรายใหญ่หลายราย และรอวันปะทุกลายเป็นความขัดแย้งหากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขและแสดงความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล การขยายการบังคับใช้อำนาจตามพรก.ฉุกเฉินฯ กลายเป็นเพียงข้ออ้างในการคอร์รัปชันอำนาจและยื้อเวลาเท่านั้นหรือไม่ ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในอำนาจมากว่า 7 ปี ไม่มีอะไรที่พัฒนาดีขึ้นแต่กลับถอยหลังลงคลอง และขณะที่ประเทศเจอวิกฤตใหญ่กลับไร้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ แต่ใช้เงินซื้ออำนาจและซื้อเวลาอย่างเดียว
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่