JJNY : โจ้เตรียมยับยั้งค่าโดยสาร/อนุสรณ์กระทุ้งปชช.ถูกโควิด-ฝุ่นรุม/พท.ยันบริหารเวลาได้/บังกลาเทศเตรียมนำเข้าข้าวเมียนมา

“โจ้” เตรียมยื่น “นายกฯ-มท.1-ผู้ว่าฯกทม.” ยับยั้งค่าโดยสาร 104 บ. แย้มมี 11 รมว.ถูกซักฟอกแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_2544323
 

 
“โจ้” เตรียมยื่น “นายกฯ-มท.1-ผู้ว่าฯกทม.” ยับยั้งค่าโดยสาร 104 บาท ถามมีทางแก้หนี้ทำไมโยนให้ปชช. แย้มมีชื่อ รมว.ขึ้นเขียงซักฟอกแน่ 11 คน
 
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พร้อมด้วยนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี แลพนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคพท. ร่วมแถลงข่าว กรณีการขึ้นคารถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท
 
โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า วันนี้พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. ได้ประกาศว่า วันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ จะขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ซึ่งวันนี้สถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจ ปะชาชนกำลังเดือดร้อน การที่มาขึ้นค่าโดยสารสุงสุด 104 บาทต่อเที่ยว ซึ่งหากไปกลับจะเป็นเงิน 208 บาท แต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนกรุง 331 บาท วันนี้เขาจะอยู่ได้อย่างไรและถามว่าผู้ว่ากทม. คิดได้อย่างไรในการให้เหตุผลว่า ถ้าไม่ขยายสัมปทานออกไป 40 ปี ก็ต้องมีมครม. สั่งไม่ให้กทม.ขึ้นค่าโดยสาร อย่างไรก็ต้องขึ้นค่าโดยสาร ทั้งยังท้าให้ฟ้องป.ป.ช. ได้เลยไม่สนใจ สาเหตุที่ต้องดำเนินการเนื่องจากทม. เป็นหนี้บีทีเอสอยู่ เช่นนี้เหมือนเอาประชาชนคนกรุงเทพฯมาเป็นตัวประกัน และเป็นการซ้ำเติมวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ จึงไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำไมยังอยู่เฉยและไม่มีการเรียก พล.ต.อ. อัศวินไปพูดคุยเพื่อหาทางยับยั้งไม่ใหขึ้นค่าโดยสาร และเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้จะเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคพท.ในครั้งนี้ต่อด้วย ส่วนที่มีการถามว่า เหตุใดจึงเอาข้อมูลมาแถลงเปิดก่อนนั้น เนื่องจากพรรคพท. และพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 25 มกราคม เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา และคาดว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหลัง 16 กุมภาพันธ์ ถ้าพรรคพท.รอจะไม่ทันการ เพราะจะมีการขึ้นค่าโดยสารไปก่อน ดังนั้น เราจึงหาวิธีการยับยั้งความเดือดร้อนของประชาชนก่อน
 
นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่มีปัญหาคือ กทม.การรับโอนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว คือเขียวเหนือและเขียวใต้ มาจากกระทรวงคมนาคม โดยเป็นหนี้รฟม. 51785 ล้านบาท พล.ต.อ.อัศวิน จึงได้มีการออกข้อบัญญัติกทม.เรื่องการกู้เงินเพื่อให้ในการโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พ.ศ.2561 เพื่อกู้เงินไปจ่ายแต่จนึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปี ยังไม่ทำอะไรเลย ไม่มีการกู้เงินสักบาท และมาใชวิธีการขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งเรื่งนี้เคยเข้าครม. ไปแล้ว และครม.ก็อนุมัติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกู้เงินมาให้กทม. เพื่อใช้หนี้รฟม. แปลว่ากทม. เตรียมการเรื่องเป็นหนี้อยู่แล้ว และมีแหล่งเงินที่จะไปจ่ายคืนให้รฟม.อยู่แล้วด้วย เหตุใดจึงไม่ดำเนินการ นอกจากนี้มติครม. ยังกำหนดให้กทม.บริหารจัดการรายได้ตั้งงบประมาณให้เพียงพอต่อการชำระหนี้ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และพิจารณาค่าโดยสารให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ ซึ่งเป็นมติตั้งตั้งแต่ปี 61 จึงถามว่าเหตุใดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่ากทม. จึงไม่ปฎิบัติตาม ทั้งนี้เรื่องหนี้ 5 หมื่นกว่าล้านนี้ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่ากทม. เข้าข่ายการละเว้นปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และจับเอาคนกทม. เป็นตัวประกัน
 
ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล คือ 
1. ขอให้กทม. ชะลอการขึ้นค่าโดยสาร 104 บาท ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ออกไปก่อน 
2. การคิดค่าโดยสารที่เหมาะสม ราคาเริ่มต้นและสุงสุดต้องอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะไม่มีใครอยากนั่งต้นสายไปยังปลายทาง เพราะค่าเฉลี่ยประชาชนจะนั่งเพียง 12 สถานีเท่านั้น 
และ 3.โครงการรถไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะ ไม่ใช่ลงทุนไปแล้วมาคิดเอากำไรกับประชาชนเพื่อให้ได้กำไรสุด และกทม.ต้องดูแลประชาชน และทำอย่างไรให้ประชาชนได้ค่าโดยสารที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามหลักฐานดังกล่าวนี้ วันที่ 26 มกราคม ตนจะนำไปยื่นหนังสือต่อ นายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าฯกทม. เพื่อยับยั้งไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร
 
นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายครั้งนี้จะต่างจากอภิปรายครั้งที่แล้ว เพราะปีที่แล้วไม่ให้เอาเรื่องเก่ามาอภิปราย แต่การอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลบริหารงบประมาณมาแล้ว 2 ปี มีการใช้งบประมาณที่บกพร่อง ทุจริต เอื้อประโยชน์ ฯลฯ ดังนั้นการอภิปรายครั้งนี้พรรคฝ่ายค้านมีทีเด็ดและหลักฐานค่อนข้างชัดเจน และสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลที่สุด
 
เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายกี่คน นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า รายชื่อที่สื่อมีอยู่ที่ประมาณ 11 คน ตนเรียนว่ายังไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ถูกประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว
 
เมื่อถามย้ำว่ามี 11 คนใช่หรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า มีประมาณ 11 คน แน่นอน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นายยุทธพงศ์ และคณะแถลงข่าวนั้นทาง บริษัทบีทีเอสได้ส่งทีมงาน นำโดย พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะที่ปรึกษาบริษัทบีทีเอสมาร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย
 

 
"อนุสรณ์" ตามกระทุ้งรัฐ ปชช.ถูก "โควิด-ฝุ่นพิษ PM 2.5" รุมเร้า จี้เร่งแก้
https://www.thairath.co.th/news/politic/2018737
  
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตามกระทุ้งรัฐบาล ชี้ ประชาชนถูกโควิด-19 -ฝุ่นพิษสุม PM 2.5 รุมเร้าหนัก จี้ เร่งแก้ไข ไม่งั้นเหมือนตายผ่อนส่ง แขวะ ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการแนะนำให้ ปชช.อยู่บ้านเฉยๆ 2 อาทิตย์ 
  
วันที่ 24 ม.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ค่าฝุ่นพิษทั่ว กทม.-ปริมณฑล 33 พื้นที่วิกฤติหนัก ทะลุ 121 มคก./ลบ.ม. ว่า นอกจากรัฐบาลจะปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มหันตภัยโรคร้ายตามยถากรรม ในขณะที่ประชากรของประเทศเพื่อนบ้านทยอยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ในประเทศไทยยังคงต้องรอต่อไป ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่รัฐบาลประกาศให้การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.62 จนบัดนี้ ล่วงเลยมาเกือบ 2 ปีเต็มแล้ว กลับไม่เห็นการแก้ไขอะไรที่เป็นรูปธรรม นอกจากปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 จะไม่ได้หายไปแล้ว กลับมีปริมาณสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนเหมือนตายผ่อนส่ง เพราะต้องจำใจสูดอากาศพิษเข้าไปทุกวัน หากยังปล่อยให้ฝุ่นพิษมีปริมาณวิกฤติแบบนี้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่าระหว่างการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กับปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 กรณีใดจะมากกว่ากัน รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนเป็นรูปธรรม และรายงานผลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
 
"คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกวันนี้ ถูกโควิดรุม ฝุ่นพิษสุม หลายปัญหา ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้านเฉยๆ 2 สัปดาห์ และหากทำได้แค่นั้น 100 นายกฯ ก็แก้ไม่ได้" นายอนุสรณ์ กล่าว
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่